หลักสูตรบูรณาการท้องถิ่น รายวิชาเพิ่มเติม “จักสาน” เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม โดยใช้ระบบนิเวศการเรียนรู้เป็นฐาน
ผู้พัฒนา นางกนกวรรณ บุญพร้อม , นางสาวเนตรนภา สมบัติ
โรงเรียนโรงเรียนบ้านขามป้อม
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งระบุไว้ในหมวด 4 ว่าด้วยแนวทางการจัดการศึกษา มาตรา24(3) ที่กำหนดว่าการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงฝึกการปฏิบัติให้คิดได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง การอ่านเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาสติปัญญาของคนในสังคม การอ่านทำให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ พฤติกรรม และค่านิยมต่าง ๆ รวมทั้งช่วยในการเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิต พัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต การอ่านจึงมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์อย่างยิ่ง ความเป็นจริงการอ่านไม่ได้มีความสำคัญต่อนักเรียนหรือนักศึกษาเท่านั้น แต่บุคคลทั่วไปก็อาจแสวงหาความรู้ได้ด้วยการอ่าน การอ่านเป็นสื่อกลางของการเรียนรู้ ผู้อ่านมากย่อมรู้มาก และถ้านำความรู้นั้นมาใช้ประโยชน์ต่อสังคม สังคมนั้นย่อมมีประสิทธิภาพสามารถพัฒนาไปในทางที่ถูกที่ควรอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการปลูกฝังให้รักการอ่านตั้งแต่งเยาว์วัย จึงเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต อีกทั้งการอ่านยังเป็นหัวใจของการจัดกิจกรรมทั้งหลายในการเรียนการสอนและมีความสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จ การอ่านเป็นทักษะที่สำคัญอันจะส่งผลต่อการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ หากเริ่มต้นดีรากฐาน การอ่านของเด็กก็จะดีทำให้เกิดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีและมีความสุข
ตามแผนการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม โรงเรียนบ้านขามป้อมมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ลดความเลื่อมล้ำ สร้างโอกาสที่เท่าเทียมทางการศึกษา ทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมสร้างนวัตกรรมท้องถิ่น เชิดชูเอกลักษณ์ อัตลักษณ์โรงเรียนบ้านขามป้อม “เพียบพร้อมภูมิปัญญา ล้ำค่าการทอเสื่อ เลื่องลือนวัตกรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง”
จากนโยบายการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะด้านการคิดเชิงนวัตกรรม การเรียนรู้เชิงรุก และการนำท้องถิ่นมาเป็นฐานในการสร้างองค์ความรู้ โรงเรียนบ้านขามป้อม ซึ่งเป็นสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติมที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดและการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ให้แก่ผู้เรียน
"การจักสาน" เป็นองค์ความรู้และทักษะเชิงช่างที่สืบทอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ของชุมชน การพัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติมรายวิชา "จักสาน" จึงมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ของนักเรียนกับบริบทจริงของชุมชน ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือทำจริง วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ จากฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นเดิม
หลักสูตรนี้ออกแบบโดยใช้ "ระบบนิเวศการเรียนรู้เป็นฐาน" (Learning Ecosystem-based Approach) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่บูรณาการทั้งแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนและชุมชน โดยเน้นให้ผู้เรียนมีบทบาทเป็นเจ้าของการเรียนรู้ สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ตรงกับความรู้ทางวิชาการ พัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ท้องถิ่นและสังคมได้
ดังนั้น การพัฒนาหลักสูตรบูรณาการท้องถิ่นรายวิชาเพิ่มเติม "จักสาน" จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมการคิดเชิงนวัตกรรมของนักเรียน พัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต และสร้างรากฐานในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่ไปกับการพัฒนาความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างมีคุณค่า
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนด้านความรู้: นักเรียนรู้จักวัสดุ เทคนิค และประวัติของการจักสานในชุมชน สามารถอธิบายกระบวนการผลิตและประโยชน์ของงานจักสานได้ ด้านทักษะ: นักเรียนมีทักษะการออกแบบ การลงมือทำ และการแก้ปัญหา มีทักษะการทำงานเป็นกลุ่มและการนำเสนอผลงานอย่างมั่นใจ ด้านคุณลักษณะ: นักเรียนมีความขยัน อดทน รับผิดชอบและทำงานอย่างมีวินัยภาคภูมิใจในรากเหง้าท้องถิ่นของตนเอง ด้านเจตคติ: มองเห็นคุณค่าและศักยภาพของภูมิปัญญาท้องถิ่น มีเจตคติเชิงบวกต่อการเรียนรู้จากชุมชน ด้านสมรรถนะ: พัฒนาสมรรถนะการเป็นนักเรียนแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งในด้านการคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ครูมีความสามารถในการออกแบบหลักสูตรเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น 2. ครูพัฒนาทักษะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ และการใช้ชุมชนเป็นฐานของการเรียนรู้ 3. ครูมีความเข้าใจในแนวคิดการคิดเชิงนวัตกรรม และสามารถบูรณาการเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอน 4. ครูสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรม และเป็นแบบอย่างในการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. โรงเรียนมีหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมที่บูรณาการท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำไปใช้ได้อย่างยั่งยืน 2. โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้และต้นแบบของการพัฒนาหลักสูตรเชิงพื้นที่ในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 3. โรงเรียนมีเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน ท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ภายนอกเพิ่มขึ้น 4. โรงเรียนได้รับการยอมรับในฐานะองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. ชุมชนมีบทบาทในกระบวนการจัดการศึกษาในฐานะ “ครูภูมิปัญญา” และแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต 2. ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ 3. ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น และเกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาอาชีพจากฐานวัฒนธรรม 4. เกิดความร่วมมือระหว่างชุมชนและโรงเรียนในการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน 5. ผลิตภัณฑ์หรือผลงานของนักเรียนสามารถต่อยอดสู่กิจกรรมสร้างรายได้ของชุมชนในอนาคต
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมหลักสูตร
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]