ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) โดยใช้ “มะพร้าว“ เป็นฐาน ด้วยโมเดล “COCONUT” นวัตกรรมการใช้มะพร้าวครบวงจรแบบไม่เหลือทิ้ง รายวิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้พัฒนา นางสาวเยาวเรศ กันธินาม
โรงเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา28(บ้านจานเขื่องนามั่ง)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ในหมวด 1 บททั่วไป ความมุ่งหมายและหลักการ มาตรา 6 การจัดการศึกษา “ต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ ที่สมบูรณ์ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข” และหมวด 1 มาตราที่ 22 กล่าวว่า การจัดการศึกษา ต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพและมาตราที่ 24 (1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล (2) ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา และ (3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้คิดเป็น ทำเป็น และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการศึกษาในยุคปัจจุบัน เป็นยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่เกิดขึ้นมากมายด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ การเข้าถึงแหล่งข้อมูลสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ส่งผลให้ผู้เรียนต้องมีการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง มีการแสวงหาความรู้ตลอดเวลา เพราะการเรียนรู้จากภายในห้องเรียนอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถจะพัฒนาผู้เรียนให้นำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ในห้องเรียนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้สอนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของผู้เรียน จากอดีตที่ผู้สอนเป็นผู้ถ่ายทอดและผู้สอนมาเป็นผู้ชี้นำวิธีการค้นคว้าหาความรู้ให้ผู้เรียน อันจะเป็นการพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ แสวงหาความรู้และประยุกต์ใช้ความรู้ด้วยความเข้าใจ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้ให้คำจำกัดความของการศึกษาในมาตรา 22 ว่า “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ” กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพเป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการ ดำรงชีวิต การอาชีพมาใช้ประโยชน์ในการทำงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และแข่งขันในสังคมไทยและสากล เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการทำงานและมีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน สามารถ ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุข อีกทั้ง มุ่งพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะ ในการทำงาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและการศึกษาต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมี สาระสำคัญ ดังนี้ การดำรงชีวิตและครอบครัว เป็นสาระเกี่ยวกับการทำงานในชีวิตประจำวันการช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และสังคมได้ในสภาพเศรษฐกิจที่พอเพียง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เน้นการปฏิบัติจริงจนเกิด ความมั่นใจและภูมิใจในผลสำเร็จของงาน เพื่อให้ค้นพบความสามารถความถนัด และความสนใจของ ตนเอง การอาชีพ เป็นสาระเกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นต่ออาชีพ เห็นความสำคัญของคุณธรรม จริยธรรมและเจต คติที่ดีต่ออาชีพ ใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสม เห็นคุณค่าของอาชีพสุจริตละเห็นแนวทางในการประกอบ อาชีพ การประกอบอาชีพเป็นที่มาของรายได้เพื่อนำไปใช้จ่าย ในการดำรงชีวิต ในอดีต สิ่งของเหล่านี้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่เป็นผู้จัดหา ให้สมาชิกโดยการผลิตขึ้นใช้เองในครอบครัว โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อหา ปัจจุบัน การดำรงชีวิตในสังคมเปลี่ยนไป ประชาชนมีการศึกษามากขึ้น ความรู้ที่ได้รับจะเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพเพื่อให้มีรายได้และสร้างมาตรฐานที่ดีในการดำรงชีวิตให้แก่ ตนเอง ครอบครัว และสังคม อาชีพมีอยู่มากมายควรพิจารณา ตามความถนัด ความสนใจ และความสุจริต เพื่อตนเอง เพื่อให้ได้เงินมาใช้สอยในการดำเนินชีวิต และตอบสนองความต้องการของตนเอง เช่น โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า น้ำหอม เครื่องประดับ เป็นต้น เพื่อครอบครัว สมาชิกในครอบครัวประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก ซึ่งมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน เช่น พ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงดูลูก และให้การศึกษา เพื่อประกอบอาชีพในอนาคต ลูกมีหน้าที่เรียน จนสำเร็จและแสวงหาอาชีพ เพื่อหารายได้ มาเลี้ยงดูครอบครัวให้มีมาตรฐาน ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อชุมชน ครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหรือสังคม หากสมาชิก ในครอบครัวประกอบอาชีพที่สุจริต ถูกต้องตามกฎหมาย และมีอาชีพที่มั่นคง รายได้ดี จะทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจของชุมชนก็จะเจริญรุ่งเรืองสามารถพึ่งพาตนเองได้ เมื่อประชาชนในชาติมีการประกอบอาชีพ ทำให้อัตรา การว่างงานลดลง ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ก้าวหน้า ประชาชนชำระภาษีแก่รัฐ รัฐก็นำภาษี ไปพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น สร้างถนน สะพาน เขื่อน เป็นต้น ในการดำรงชีวิตของมนุษย์มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคน ต้องทำงานหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว ทุกคนจึงต้อง ประกอบอาชีพเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น คุกกี้ เป็นผลิตภัณฑ์ขนมอบที่มีลักษณะกรอบร่วนมีรูปทรงและรูปร่างที่หลากหลายมีขนาดพอดีคำมีรสชาติที่หลากหลายเหมาะสำหรับการรับประทานเป็นอาหารว่างหรือรับประทานกับเครื่องดื่มต่างๆจึงทำให้คุกกี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย มะพร้าวเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และชุมชนก็มีการปลูกมะพร้าวในบริเวณที่อยู่อาศัยทุกบ้าน อีกทั้งในจังหวัดอุบลราชธานียังมีแหล่งของฝากที่ขึ้นชื่อและโด่งดังอีกที่ คือ “มะพร้าวเผา วุ้นมะพร้าว บ้านท่าวารี” โดยมะพร้าวเป็นพืชที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน เนื้อและน้ำมะพร้าวของผลอ่อนจะนำไปใช้เพื่อบริโภคเป็นอาหารและเครื่องดื่ม เนื้อของผลแก่จะนำไปคั้นกะทิเพื่อใช้ประกอบอาหารจึงทำให้เหลือส่วนของกากมะพร้าว โดยนำไปผ่านกระบวนการตาก หรืออบแห้ง นวัตกรรมนี้ออกแบบให้ใช้ประโยชน์จาก “มะพร้าว” ทุกส่วน เพื่อลดของเสีย เพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้ในชุมชน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และรักษาสิ่งแวดล้อม จากการสังเกตและวิเคราะห์ปัญหาในชั้นเรียน พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความสนใจที่อยากจะเรียนรู้และพัฒนาแนวคิดต่อยอดผลิตภัณฑ์ในอนาคต แต่ผู้เรียนยังขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมน้อย การยกตัวอย่างสถานการณ์ในบทเรียนที่เป็นเรื่องไกลตัว ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน จึงส่งผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์และจิตพิสัยของผู้เรียน เนื่องจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 28 (บ้านจานเขื่องนามั่ง) เป็นสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ในการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ บนพื้นฐานบริบทต้นทุนทางสังคมของจังหวัดอุบลราชธานี ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ จึงได้พัฒนานวัตกรรม การสร้างแรงจูงใจ รายวิชาการงานอาชีพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โดยใช้การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning)โดยใช้ “มะพร้าว“ เป็นฐาน ด้วยโมเดล “COCONUT” นวัตกรรมการใช้มะพร้าวครบวงจรแบบไม่เหลือทิ้ง รายวิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เปลี่ยนบทบาทให้ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือกระทำและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาตามตัวชี้วัด เกิดองค์ความรู้ที่ยั่งยืน สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นแห่งอนาคตของผู้เรียน และส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหารและความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์อุบลราชธานี เกิดความรู้สึกรัก ภาคภูมิใจในตนเองและท้องถิ่น
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. โรงเรียนมีนโยบายที่ชัดเจนในการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับนวัตกรรมทางการศึกษา
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีนวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับเทคนิคการจัดการเรียนรู้
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : นักเรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชนให้การสนับสนุนในการจัดการเรียนรู้
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก