ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



นวัตกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ของนักเรียนระดับชั้นปฐมวัย
ผู้พัฒนา นางสาวเบญจวรรณ เจริญเชาว์
โรงเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา28(บ้านจานเขื่องนามั่ง)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           ในศตวรรษที่ 21 สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกกาภิวัตน์ การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จึงเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ได้เป็นอย่างดี รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) “ลดเวลาเล่น เพิ่มเวลารู้” ตามความนัด ความสนใจ โดยเพิ่มความรู้มีทักษะ มีคุณธรรมและจริยธรรม เชื่อมโยงกับการปฏิรูปการเรียนการสอนในยุคประเทศไทย 4.0 เรียกว่าการจัดการเรียนรู้เชิงรุก “Active Learning” ซึ้งเป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างหนึ่ง แปลตามตัวก็คือ เป็นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติหรือการลงมือทำ “ความรู้” ที่เกิดขึ้นก็เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ กระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระทำมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว ต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้การเรียนรู้โดยการอ่าน การเขียน การโต้ตอบ และการแก้ปัญหา อีกทั้งให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขึ้นสูง ได้แก่การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า“เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย โดยการร่วมมือระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ในการนี้ ครูต้องลดบทบาทในการสอน และการให้ข้อความรู้แก่ผู้เรียนโดยตรง แต่ไปเพิ่มกระบวนการ และกิจกรรมที่จะทำาให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นในการจะทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น และอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยการพูด การเขียน การอภิปรายกับเพื่อนๆ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 28 (บ้านจานเขื่องนามั่ง) ได้ใช้นวัตกรรม ชื่อ นวัตกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ของนักเรียนระดับชั้นปฐมวัย การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยควรอยู่บนพื้นฐานของการลงมือปฏิบัติจริง การสัมผัส และการมีส่วนร่วมอย่างสนุกสนาน กิจกรรม การแกะสลักดินน้ำมันต้นเทียน จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ “ประเพณีแห่เทียนพรรษา” ซึ่งเป็น ประเพณีประจำจังหวัดอุบลราชธานี ผ่านการ ปั้นดินน้ำมัน โดยผสมผสานความรู้ด้านท้องถิ่น ศิลปะ และทักษะพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กเข้าด้วยกัน ประเพณีแห่เทียนพรรษาเป็นประเพณีประจำจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีความงดงามและมีความสำคัญทางวัฒนธรรม การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยยังจำกัดอยู่ในเชิงทฤษฎี นวัตกรรมชุดกิจกรรม “การแกะสลักดินน้ำมันต้นเทียน” มุ่งเน้นให้เด็กได้ ลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ผ่านการ ปั้นดินน้ำมัน เพื่อเสริมสร้างทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ การรู้จักธรรมชาติ และพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก ประเพณีแห่เทียนพรรษาเป็นประเพณีประจำจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีความงดงามและเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่เด็กปฐมวัยส่วนมากยังไม่รู้จักหรือเข้าใจถึงความสำคัญประเพณีประจำจังหวัดอย่างลึกซึ้ง การจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างท้องถิ่น ศิลปะ และการลงมือปฏิบัติจริง จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างสนุกและลึกซึ้ง การจัดประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมสร้างสรรค์นี้จะช่วยพัฒนาเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา และจินตนาการเสริมสร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่นตนเอง การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยควรเน้นการลงมือปฏิบัติ การสัมผัส และการมีประสบการณ์ตรง การใช้ “ชุดกิจกรรมสร้างสรรค์ (ปั้นดินน้ำมัน)” จึงเป็นสื่อกลางในการบูรณาการความรู้เรื่องดอกไม้ประจำจังหวัดเข้ากับทักษะด้านศิลปะและการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และพัฒนาการที่ครอบคลุมทุกด้าน จากข้างต้นพบว่า จุดเด่น ของการบูรณาการเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ สู่รูปแบบหรือวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นั้นๆ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สู่ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เกิดการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ และเกิดความคิดสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของความสนใจใฝ่เรียนรู้ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย/มีเครือข่ายทางการเรียนรู้ รวดเร็วและทันสมัย ครอบคลุมและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน เพื่อเกิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของผู้เรียนและเกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 ครูผู้สอนได้นำรูปแบบ Active Learning ซึ้งเป็นการจัดการเรียนรู้ร่วมกับโครงงานเป็นฐาน ชุมชนท้องถิ่นและวัฒธรรมเป็นฐาน เทคโนโลยีเป็นฐานพบว่าประโยชน์ของ Active Learning สามารถนำเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ เอื้อให้ผู้สอนสามารถใช้ศาสตร์ในการบูรณาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ หลายรูปแบบและมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาได้ง่าย เกิดความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบมีส่วนช่วยทำให้ผู้เรียนเห็นรูปธรรมของเนื้อหาหรือเห็นภาพเสมือนจริงของการทดลอง
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีนวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับเทคนิคการจัดการเรียนรู้
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : โรงเรียนมีนโยบายที่ชัดเจนในการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับนวัตกรรมทางการศึกษา
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชนให้การสนับสนุนในการจัดการเรียนรู้
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก