ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนสู่การเรียนดี มีความสุข โดยใช้เทคนิค 5W1H สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 รายวิชาภาษาไทย โรงเรียนบ้านชีทวน
ผู้พัฒนา นางสาวสุภาพร นาสินส่ง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านชีทวน

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           การอ่านเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาสติปัญญาของคนในสังคม การอ่านการเขียน ทำให้ เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ พฤติกรรมและค่านิยมต่าง ๆ รวมทั้งช่วยในการเปลี่ยนแปลง การดำเนินชีวิตพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต การอ่านการเขียนจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์ อย่ายิ่ง เช่น การอ่านการเขียนเป็นสื่อกลางของการเรียนรู้ ผู้อ่านหรือเขียนมากย่อมรู้มากและถ้านำความรู้นั้นไปใช้ประโยชน์ต่อสังคม สังคมย่อมมีประสิทธิภาพในการพัฒนาในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต การอ่านทำให้รู้ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันเป็นโลกของข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลกทำให้ผู้อ่านมีความสุข มีความหวังและมีความอยากรู้อยากเห็น อันเป็นความต้องการของมนุษย์ทุกคน การอ่านมีประโยชน์ในการการพัฒนาตนเองคือพัฒนาการศึกษา พัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้เป็นคนทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์และมีความอยากรู้อยากเห็นการที่จะพัฒนาประเทศเจริญก้าวหน้าได้ต้องอาศัยประชาชนที่มีความสามารถ ซึ่งความรู้ต่าง ๆ ก็มาจากการอ่านนั้นเอง (ฉวีวรรณ คูหาภินันท์, ๒๕๔๒, น.11) สอดคล้องกับแนวคิดของ (กรมวิชาการ, น.24) ทุกครั้งที่อ่านจะมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันไป อาทิ เรื่องเพื่อความรู้อ่านเพื่อความเข้าใจ อ่านเพื่อแสดงความคิดเห็น อ่านเพื่อวิจารณ์ อ่านเพื่อทดสอบความเข้าใจ (วัฒนา คัชมาด, 2544, น.88)และ(กานต์มณี ศักดิ์เจริญ, 2546, น.90-92) ทุกครั้งที่อ่านต้องมีการตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านควนแปลงหัวเรื่องเป็นคำถามให้ติดเป็นนิสัยโดยการตั้งคำถามแบบเปิดว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร (สมพร จารุนัฎ, 2559. น.42-46) และขณะที่อ่านที่อ่านจับใจความควรจำแนกแยกองค์ประกอบของสิ่งหนึ่งสิ่งใดออกเป็นส่วน ๆ เพื่อค้นหาว่าทำมาจากอะไร ประกอบขึ้นมาได้อย่างไร พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 2542 ได้กล่าวไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมี ความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้อง ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเป็นศักยภาพ แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันการแก้ไขปัญหา การศึกษาของครูยังไม่สามารถพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้เต็มตามศักยภาพ และกระบวนการจัดการเรียนการ สอนยังไม่มีวิธีการที่หลากหลายที่จะสามารถพัฒนาผู้เรียนได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร จึงทำให้เด็กในวัย แรกเริ่มในการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาด้านการอ่านการเขียนของชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ยังคงเป็น ปัญหาที่สำคัญเพราะถ้านักเรียนมีความบกพร่องด้านการอ่านและการเขียนแล้วจะทำให้กระบวนการเรียนรู้และเข้าใจในบทเรียนทุก ๆ วิชานั้นมีปัญหาและทำให้นักเรียนเบื่อหน่าย ไม่กระตือรือร้นที่จะเรียน ด้วยเหตุนี้นโยบาย การศึกษาจึงเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้ยกระดับการอ่านการเขียนนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 คือ ปีการศึกษา 2558 จนถึงปัจจุบัน เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ดังนั้นการ จัดการเรียนรู้ภาษาไทยให้นักเรียนอ่านออกและเขียนได้ จึงเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงของการศึกษาของชาติ โดยเฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นวัยที่มีปัญหาด้านการอ่านมากกว่าระดับชั้นอื่น เพราะอยู่ในช่วงวัยที่เริ่มพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ทักษะสองด้านนี้จะส่งเสริมให้เกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ แยกแยะ ประยุกต์ใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต หากผู้ใดมีความบกพร่องหรือขาดความสามารถในการอ่านและเขียน ก็จะส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการสื่อสารและการเรียนรู้ในระดับชั้นต่อไป ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นฟื้นฐาน พุทธศักราช 2551 การจัดการเรียนรู้ครูผู้สอนต้องวิเคราะห์ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยมีหลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดการเรียนรู้ที่คำนึงถึง ความแตกต่างระหว่างบุคคล การจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองและการจัดการเรียนรู้ที่เน้นคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาอาจเพิ่มเติมขึ้นได้ ในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้สอนต้องจัดกระบวนการที่หลากหลาย ครูผู้สอนตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาการอ่านและการเขียนจากผลการทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 9 คนพบว่าผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านออกเสียง มีนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก 9 คน คิดเป็นร้อยละ 100 และผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านรู้เรื่อง มีนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก 5 คน คิดเป็นร้อยละ 55.55 และมีนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี 4 คน คิดเป็นร้อยละ 44.44 รวมสองด้านมีนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก 8 คน และอยู่ในเกณฑ์ดี 1 คน ดังนั้นครูผู้สอนจึงแสวงหารูปแบบวิธีการ และเทคนิคที่จะทำให้นักเรียนเกิดความสนใจในการอ่านมากขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนมีความสุข รู้สึกสนุกสนานกับการอ่านเรื่องง่าย ๆ สั้น ๆ เช่น นิทาน หรือบทความสั้น ๆ ด้วย “การพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนสู่การเรียนดี มีความสุข โดยใช้เทคนิค 5W1H สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 รายวิชาภาษาไทย” ซึ่งเป็นเทคนิคหรือแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการตั้งคำถาม ตอบคำถาม มีกระทวนการ การคิดอย่างเป็นระบบ ด้วยการใช้คำถาม ๖ คำถามได้แก่ ใคร(Who) อะไร(What) ที่ไหน(Where) เมื่อไหร่(When) ทำไม(Why) และอย่างไร(How) ซึ่งเทคนิคหรือแนวทางนี้จะทำให้ผู้เรียนได้ฝึกการอ่านจากเรื่องง่าย ๆ เกี่ยวกับวรรณกรรมท้องถิ่น เพื่อช่วยพัฒนาความสามารถด้านการอ่านการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ในการประเมินความสามารถด้านการอ่านรู้เรื่อง อยู่ในระดับดีมากเพิ่มขึ้นต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถสรุปใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านเป็นประโยคสั้น ๆ ได้, นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ในการประเมินผลความสามารถด้านการอ่านออกของผู้เรียน (Reading Test:RT) เพิ่มขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูผู้สอนใช้แผนการจัดการเรียนรู้และแบบฝึกทักษะการอ่านการเขียนสู่การเรียนดี มีความสุข โดยใช้เทคนิค 5W1H มาพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านชีทวน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน :
ผลลัพธ์ต่อชุมชน :
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก