การจัดการเรียนรู้ Active Learning สู่สมรรถนะผู้เรียน โดย ใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ 1S2C
ผู้พัฒนา นายเกียรติ์จิระ ศิริขันธ์
โรงเรียนโรงเรียนบ้านไผ่ใหญ่
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
ยุคศตวรรษที่ 21 เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารและการเปลี่ยนแปลง ด้วยความก้าวหน้าของ
เทคโนโลยี สารสนเทศ การสื่อสารไร้พรมแดน การเข้าถึงแหล่งข้อมูลสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ผลกระทบ
จาก ยุคโลกาภิวัฒน์นี้ส่งผลให้ผู้เรียนจำเป็นจะต้องมีความสามารถในเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องและเป็น
ผู้ แสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ประกอบกับปัจจุบันมีองค์ความรู้ใหม่เกิดขึ้นมากมายทุกวินาทีทำให้
เนื้อหาวิชามี มากเกินกว่าที่จะเรียนรู้จากในห้องเรียนได้หมด ซึ่งการสอนแบบเดิมด้วยการ “พูด บอก เล่า” ไม่
สามารถจะ พัฒนาให้ผู้เรียนให้น าความรู้ที่ได้จากการเรียนในชั้นเรียนไปปฏิบัติได้ดี ดังนั้น ครูจำเป็นต้อง
ปรับเปลี่ยนวิธีการ จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยี และการเรียนรู้
ของนักศึกษา จาก ผู้สอนคือผู้ถ่ายทอด ปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ชี้แนะวิธีการค้นคว้าหา ความรู้เพื่อพัฒนา
ผู้เรียนให้สามารถแสวงหาความรู้และประยุกต์ใช้ทักษะต่างๆ สร้างความเข้าใจด้วย ตนเอง จนเกิดเป็นการ
เรียนรู้อย่างมี ความหมาย
Active Learning เป็นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ หรือ การลงมือท าซึ่ง ” ความรู้ ” ที่เกิดขึ้นก็
เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ กระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือ
กระท ามากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว ต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้การเรียนรู้โดยการอ่าน, การเขียน, การ
โต้ตอบ, และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่ การวิเคราะห์, การ
สังเคราะห์, และการประเมินค่า ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งส าหรับการน ามาปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้สาระการ
เรียนรู้ประวัติศาสตร์
การจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ในปัจจุบันได้มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ทักษะทาง
ประวัติศาสตร์ 1S2C คือ ทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ ได้แก่
Sourcing หมายถึง กระบวนการรวบรวมข้อมูลหลักฐานจากแหล่งต่างๆ
Corroboration หมายถึง กระบวนการประเมินค่าเนื้อหาและข้อมูลที่ปรากฏในหลักฐาน
Contextualizing หมายถึง กระบวนการเปรียบเทียบเนื้อหาและข้อมูลที่ได้จากหลักฐาน
นั้นๆ กับหลักฐาน เอกสาร ข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงหรือความจริงทาง
ประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของเหตุการณ์ สาเหตุที่ท าให้เกิดเหตุการณ์ ความเป็นไปของเหตุการณ์
ผลของเหตุการณ์ เป็นต้น
ทั้งนี้โดยน าเอาทักษะทางประวัติศาสตร์ 1S2C มาปรับใช้คู่กับวิธีการทางประวัติศาสตร์ ซึ่งหมายถึง ขั้นตอน
หรือวิธีการที่นักประวัติศาสตร์หรือผู้ศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ใช้เพื่อการศึกษา ค้นคว้า และเรียบเรียง
เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จากหลักฐานต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความถูกต้องและชัดเจนมากที่สุด
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคะแนนทดสอบระดับชาติ (O-NET) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้มากขึ้น เนื่องจากได้เรียนรู้เป็นรูปธรรมและสนุกสนาน ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ รักท้องถิ่น และเข้าใจวัฒนธรรม
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พัฒนาเทคนิคการสอนและวิจัยเพื่อแก้ปัญหา ครูมีความพึงพอใจจากการทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะผ่านกระบวนการ PLC ครูสามารถใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการถ่ายทอดความรู้ได้ดียิ่งขึ้น
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนรายบุคคล เกิดการสร้างองค์กรนวัตกรรม ทั้งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และการบริหาร ลดเวลาในการสอนและประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : สถานศึกษากลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นได้
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]