ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



กำรพัฒนำทักษะอำชีพกำรแปรรูปอำหำรจำกวัตถุดิบในท้องถิ่น ด้วยกระบวนกำรสอนแบบโครงงำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ ระดับชั้นประถมศึกษำปีที่๖
ผู้พัฒนา นางสมนึก มานะพิมพ์
โรงเรียนโรงเรียนบ้านหนองไหล(พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           ปัจจุบันคนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพด ารงชีวิต อย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 คือวิสัยทัศน์ของ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2557 - 2560 มีเป้าหมายในการจัดการศึกษาเพื่อ พัฒนาผู้เรียนให้เรียนรู้อย่าง เต็มตามศักยภาพสนองตอบและก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็น พลวัตและบริบทที่เปลี่ยนแปลง ทั้ง เรื่องการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมทั้งวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม รอบตัวในปัจจุบัน เป็นยุคที่ก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้สภาวะการ รวมถึงประเทศไทยมีการ เปลี่ยนแปลงได้เกิดปัญหาในทุกด้าน การศึกษาจึงเป็น เครื่องมือส าคัญที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนไทย สามารถเอาตัวรอดได้ เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น จึงเป็นหน้าที่ส าคัญของผู้สอนที่ จะต้อง เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ในการสอน โดยจะต้องวิเคราะห์ว่าผู้เรียนควร มีทักษะกระบวนการและ คุณลักษณะใดและต้องด ารงชีวิตในโลกการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เมื่อทบทวน วิสัยทัศน์ การ ปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษที่สอง พ.ศ. 2552 - 2561 ก าหนดให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างมี คุณภาพ โดยมีเป้าหมายตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้คนไทยและการศึกษาไทยมี คุณภาพและมาตรฐานระดับสากล คือ ใฝ่รู้ สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง รักการอ่านและแสวงหา ความรู้ ใฝ่ดี มี คุณธรรมพื้นฐาน มีจิตส านึกและค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นประโยชน์ส่วนรวม มีจิต สาธารณะมีวัฒนธรรม ประชาธิปไตย และคิดเป็นท าเป็นแก้ปัญหาได้ มีทักษะในการคิดและปฏิบัติมี ความสามารถในการแก้ปัญหา มี ความริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถในการแข่งขันสะท้อนให้เห็นว่า จากการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผู้เรียนมี ความใฝ่รู้ ใฝ่ดี จากผลของการพัฒนาการศึกษาในสอง ทศวรรษข้างต้น ถ้าพิจารณาจะเห็นได้ว่าด้านความรู้ ทักษะคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ยังเป็นปัญหา 2 การเรียนรู้ของผู้เรียนและการสอนของครู ซึ่งจะต้องพัฒนา และส่งเสริมท่ามกลางพลวัตของโลก ศตวรรษที่ 21 อันเนื่องจากการปฏิวัติดิจิตอล( Digital Revolution) การ เปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรม 4.0 (The Fourth Industrial Revolution) (อดิสรณ์ เรืองกิจจานันท์, 2561) จึง ต้องมีการปรับ กระบวนทัศน์การเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการปัจจุบัน ดังที่ วิจารณ์ พานิช (2557) ได้แต่ แสดงทัศนะไว้ว่า กระบวนทัศน์ใหม่ของการศึกษาคือ การเปลี่ยนจากการเน้นการสอนเป็นการส่งเสริม การเรียนรู้และการเปลี่ยนฐานการเรียนรู้จากต าราเป็นการเรียนรู้จากชีวิตจริงและการปฏิบัติจริง ที่ครู ต้องคอย กระตุ้นหรือส่งเสริม ให้เด็กพูดออกมาจากใจ จากความรู้สึกหรือความเข้าใจของตนเองโดยไม่ ต้อง กลัวผิด ครู ต้องสร้างบรรยากาศที่ไม่เน้นถูกผิด แต่เน้นการตีความหรือท า ความเข้าใจ ประสบการณ์ตรงจากความเข้าใจ ของเด็กแต่ละคน ที่ไม่จ าเป็น ต้องเหมือนกัน โดยมีเป้าหมายคือ การ เรียนรู้ความแตกต่างของมนุษย์ และ คุณค่าและความงดงามของความแตกต่าง ด้วยเหตุผลและความส าคัญดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าจึงพัฒนากระบวนการการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ โครงงานเป็นฐาน โดยการวิเคราะห์สังเคราะห์ แนวคิดทฤษฎีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการการจัดการ เรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน รวมทั้งการวัดผลประเมินผลผู้เรียน บทบาท ผู้สอนและผู้เรียน และเพื่อศึกษา ผลการใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อ ส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการคิด แก้ปัญหา ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองไหล(พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์)
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองไหล(พุทธเพิ่มวัฒนราษฎร์) ที่ผ่านการจัด จัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานร้อยละ ๙๐ มีการส่งเสริมการคิดอย่างมี วิจารณญาณและการคิด แก้ปัญหาอยู่ในระดับดีขึ้นไป
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดีใช้ในโรงเรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : นักเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง และผุ้ที่มี่ส่วนเกี่ยวข้อง มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเพิ่มมากขึ้น
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก