การบริหารจัดการสถานศึกษาโดยใช้แนวคิดชุมชนเป็นฐานร่วมกับชุมชนการเรียนรู้ทาง วิชาชีพเพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนบ้านหนองไหล (พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์)
ผู้พัฒนา นายสุชาติ ธารารมย์
โรงเรียนโรงเรียนบ้านหนองไหล(พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
ทิศทางการพัฒนาประเทศไทยในการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) มุ่งเน้นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพพลเมืองให้มีคุณภาพส่งผลต่อการพัฒนาประเทศทุกด้านในระยะยาว โดยใช้การศึกษาและการเรียนรู้เป็นยุทธศาสตร์สําคัญในการขับเคลื่อนประเทศและนโยบายการศึกษาด้านการพัฒนาครูให้มีคุณภาพ มีจุดเน้นสําคัญ คือ “ผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียน (Student’s Learning Outcome)” ดังนั้นการจัดการศึกษาที่ประสบผลสําเร็จ จึงเกิดจากครูได้รับการอบรมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความรู้และทักษะใหม่ๆ ในการจัดการเรียนการสอน และครูมีการปรับปรุงการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนให้มีคุณภาพสูง (OECD, 2021; พิณสุดา สิริธรังศรี, 2560)
แนวทางการแก้ปัญหาคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 คือ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติจริง สร้างความรู้ใหม่ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนและเพื่อน ในชั้นเรียน สะท้อนคิดผ่านการอ่าน การพูด การฟัง การคิด การเขียน และการแสดงความคิดเห็นขณะลงมือทํากิจกรรม ในขณะเดียวกันผู้เรียนต้องใช้กระบวนการคิดขั้นสูง คือ การคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ และการประเมินค่า สามารถนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงและมีความหมาย และเกิดประโยชน์โดยตรงต่อผู้เรียน (Shenker, J. I., Goss, S. A. & Bernstein, D. A, 1996; Petty, G., 2004; ทิศนา แขมมณี, 2558; พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข, 2561) และแนวคิดการพัฒนาครูด้วยการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพผ่านการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน (Lesson Study)เป็นกระบวนการพัฒนาวิชาชีพครู คุณภาพผู้เรียน และคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน เป็นการรวมตัว ร่วมใจ ร่วมคิด ร่วมทําของครู ผู้บริหาร นักการศึกษาหรือนักวิชาการ สู่การปฏิบัติการสอนของครู มีกระบวนการสําคัญ คือ การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ (Plan) การปฏิบัติการสอนสังเกตการเรียนรู้ของนักเรียน (Do) และการประเมินผลสะท้อนผลการสอน (See) โดยสมาชิกทุกคนมีส่วนรวมทุกขั้นตอนเพื่อออกแบบและเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกในชั้นเรียน และการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูอย่างต่อเนื่อง (มนสิช สิทธิสมบูรณ์, 2563)
การสํารวจปัญหาการจัดการเรียนการสอนของครูโรงเรียนหนองไหล(พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์) พบจุดที่ควรพัฒนาอันเนื่องมาจากครูผู้สอนยังไม่เข้าใจการออกแบบและการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก การจัดการเนื้อหาและกิจกรรมไม่สอดคล้องกับความสามารถและความสนใจของผู้เรียน การออกแบบการจัดการเรียนรู้และการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่าน ๆ มา ไม่ครอบคลุมและไม่สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน ไม่เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษาเพราะยึดตามเอกสารมากเกินไป ตลอดจนไม่สอดคล้องกับหลักสูตร จึงส่งผลให้แผนการจัดการเรียนรู้ไม่ครบหรือไม่ตรงตามมาตรฐานตัวชี้วัด นอกจากนี้ยังพบว่าครูขาดความรู้ความเข้าใจทักษะด้านการจัดการเรียนและประเมินผลของการเรียนรู้แบบเชิงรุก มีวิธีการวัดและประเมินผลไม่หลากหลาย ไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือความแตกต่างระหว่างบุคคล ทําให้วัดและประเมินผลผู้เรียนได้ไม่ครอบคลุม ไม่ตรงจุดประสงค์ที่ต้องการวัดและเนื้อหาในบทเรียน ไม่ครอบคลุมตามตัวชี้วัดและอิงตามมาตรฐานโรงเรียน จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ครูได้เสนอความต้องการแก้ปัญหาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในโรงเรียน คือ ความต้องการให้โรงเรียนจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมพัฒนา
จากสภาพปัญหา ความต้องการจําเป็นของครู แนวคิดชุมชนเป็นฐานร่วมกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ รวมทั้งนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ให้ความสําคัญกับการร่วมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในโรงเรียน ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการตามแนวคิดชุมชนเป็นฐานผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนบ้านหนองไหล(พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑ เพื่อแก้ปัญหาและส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนบ้านหนองไหล(พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์) ทั้งด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกในชั้นเรียน ซึ่งผลการศึกษาในครั้งนี้จะเป็นแนวทางการพัฒนาวิชาชีพครูที่มีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและเป็นรูปธรรม และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนและสถานศึกษาอื่น ๆ ในการนําไปใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการที่เน้นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียน และส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งพัฒนาคุณภาพการบริหารงานวิชาการให้มีคุณภาพมากขึ้น สามารถจัดการศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่หลักสูตรกําหนดไว้ และได้รับการยอมรับจากชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน หน่วยงานทางการศึกษา เครือข่ายการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน11.1 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (National Test : NT) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์มาตรฐาน ค ๑.๑ มีค่าเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติสูงขึ้นกว่าปี 2566 11.๒ ได้รูปแบบการสอนทักษะทางคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 11.3 ผู้เรียนนำทักษะการคิดไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้
ผลลัพธ์ต่อครู : สนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพครู ตรวจสอบความก้าวหน้า การกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : ๑๒.๔ สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่เป็นนิเวศน์การศึกษาให้เกิดขึ้นในระดับสถานศึกษา ระดับกลุ่มสาระ ระดับชั้นเรียนได้เป็นอย่างดีมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : การให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของชุมชน และชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการบริหารจัดการ
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]