ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



ยกระดับผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิคของโพลยาภายใต้ ALPHA MODEL ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองไหล(พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์)
ผู้พัฒนา นางสาวมลฤดี ศรีสานต์
โรงเรียนโรงเรียนบ้านหนองไหล(พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           การศึกษาเป็นกระบวนการที่สำคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ซึ่งหากคนที่มีคุณภาพ แล้วย่อมส่งผลให้สังคม และประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้า การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพ จึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ( ดำริ บุญชู. 2545 : 2 ) ความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องอาศัยความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นการวาง พื้นฐาน โดยเฉพาะพื้นฐาน การแก้โจทย์ปัญหา ( กรมวิชาการ. 2541:1) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ต้องการให้เยาวชนเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถทางคณิตศาสตร์เพียงพอ สามารถนำความรู้ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น ไปพัฒนา คุณภาพชีวิต ให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถนำไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ นำไปสู่การเรียนรู้สาระอื่น ๆ และการเรียนในระดับสูง คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ช่วยพัฒนาคน ให้คิดเป็นอย่างมีเหตุผล มีระเบียบขั้นตอนในการคิด และยังช่วย เสริมคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอื่น ๆ เช่น การสังเกตความละเอียดถี่ถ้วน แม่นยำมีสมาธิและรู้จักแก้ปัญหา โดยมีจุดประสงค์ และความเข้าใจกระบวนการและการคิด จนสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน และการ ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยธรรมชาติของวิชาคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่เกี่ยวกับความคิดรวบยอด และทักษะอีกทั้ง ต้องอาศัยวิธีสอนที่เหมาะสม ซึ่งจะทำได้โดยเรียนจากอุปกรณ์จริง จากประสบการณ์การสอนคณิตศาสตร์ในระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่าผู้เรียนไม่สามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหาได้ ไม่มีวิธีการหรือกระบวนการในการคิดได้ ทั้งนี้เพราะผู้เรียนทุกคนไม่ชอบคิดเอง และไม่ชอบแสดงวิธีทำไม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบแต่ลอกเพื่อนเมื่อกำหนดโจทย์ ปัญหาก็ไม่สามารถแก้โจทย์ปัญหาได้ ถึงการสอนคณิตศาสตร์ ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร คือผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาคณิตศาสตร์ยังไม่บรรลุผลและอยู่ในระดับ ที่ไม่พอใจ และนักเรียนบางคนไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์โดยคิด ว่าวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ยาก และทำแบบฝึกหัดมาก ผู้เรียนจึงรู้สึกท้อแท้ขาดความมั่นใจในการเรียน ซึ่งเป็น ผลกระทบโดยตรงต่อการเรียน และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ด้วย ( วรสุดา บุญยไวโรจน์. 2542 : 36 ) ควรเน้นถึงทักษะกระบวนการคิดของผู้เรียนแต่ละคน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้คำตอบของปัญหาต่างๆ ผู้เรียนจะมี ความสามารถในการคิด และเกิดทักษะกระบวนการคิดมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับพื้นฐาน ในสิ่งที่คิดและคิดได้หรือ คิดเป็นกระบวนการคิดจนทำให้เกิดทักษะสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เสมอ จากสภาพปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ประสบผลสำเร็จในการสอนโจทย์ปัญหา และการแก้โจทย์ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และการสอนคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาการแก้ปัญหานั้น เนื่องจากการแก้โจทย์ ปัญหาเป็นทักษะระดับสูง ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจตลอดจนทักษะทางคณิตศาสตร์หลายอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปใช้ในการแก้โจทย์ปัญหา ครูควรใช้เทคนิคหลายๆอย่างเพื่อไม่ให้เด็กเกิดความคับข้องใจ หรือขาดแรงจูงใจในการ แก้โจทย์ปัญหา เขียนโจทย์ปัญหา ให้เป็นประโยคสัญลักษณ์ เพื่อเป็นการฝึกความสามารถในการแปลความหมายของ โจทย์ (ดวงเดือน อ่อนน่วม. 2541 : 129 -130) ในการจัดกิจกรรมให้สนุกๆ เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสประสบ ความสำเร็จในการเรียน และเกิดเจตคติที่ดี และเพื่อให้ผู้เรียนบรรลุผลตามมาตรฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ผู้สอนจะต้องศึกษาวิเคราะห์มาตรฐานหลักสูตรมาตรฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์รวมทั้งเอกสารประกอบกับ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์มีความยืดหยุ่นสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามความเหมาะสมของผู้เรียน จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี / หลักการ สภาพปัญหา และความจำเป็นดังกล่าวนั้น ในฐานะครูผู้สอน คณิตศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่3 จึงศึกษาเพื่อหาแนวทางแก้โจทย์ปัญหาการบวกลบคูณหารระคน โดยใช้เทคนิค หลายๆประการเพื่อไม่ให้เด็กเกิดความคับข้องใจ หรือขาดแรงจูงใจในการแก้ปัญหา เขียนโจทย์ปัญหาให้เป็นประโยค สัญลักษณ์ เพื่อฝึก ความสามารถในการแปลความหมายของโจทย์ การสอนให้ผู้เรียนคิดทำให้ผู้เรียนมีความเห็นชอบ และรู้จริง การสอนให้ผู้เรียนเห็นชอบทำให้ผู้เรียนแก้ปัญหาได้และทำให้ผู้เรียนเติบโตขึ้นอย่างมีอิสรภาพ และหากผู้เรียน มีโอกาสฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาหลายๆข้อ แล้วผู้เรียนจะมีความชำนาญและเฉลียวฉลาดขึ้น จนสามารถแก้โจทย์ ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และนวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ให้ฝึกทักษะ ให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนดีขึ้น การใช้นวัตกรรม ยกระดับผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิคของโพลยาภายใต้ ALPHA MODEL ร่วมกับเทคนิค การแก้โจทย์ปัญหา 4 ขั้นตอนของโพลยา และใช้แบบใบงานเป็นเครื่องมือ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาดียิ่งขึ้น และสามารถแก้โจทย์ปัญหาได้ถูกต้อง การนำสื่อ นวัตกรรมเข้ามาใช้ประกอบการสอนทำให้การเรียนของผู้เรียนมีประสิทธิ์ ภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้อีกทั้งมีทักษะทางคณิตศาสตร์เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาการบวกการลบ คูณหารระคน หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ข้าพเจ้าได้ศึกษา ค้นคว้าสนใจที่จะพัฒนาแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหาร วิชาคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เพื่อให้นักเรียนมีทักษะในการ แก้โจทย์ปัญหาอย่างจริงจังอันเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาความรู้ ทักษะ และเจตคติ ต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ รวมทั้งเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของครูผู้สอนในการปรับปรุง ส่งเสริม การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (National Test : NT) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์มาตรฐาน ค ๑.๑ มีค่าเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติสูงขึ้นกว่าปี 2566 11.๒ ได้รูปแบบการสอนทักษะทางคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 11.3 ผู้เรียนนำทักษะการคิดไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงได้
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีการพัฒนาโดยการจับคู่ Buddy เพื่อให้เพื่อนช่วยเพื่อน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : โรงเรียนมีนวัตกรรมการจัดการศึกษาแก้ปัญหาการจัดการเรียนรู้
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชนพึงพอใจการจัดการเรียนการสอนของครู
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก