ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนากลยุทธ์การบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ของครูโรงเรียนบ้านนาคำใหญ่(ราษฎร์บริบาล)
ผู้พัฒนา นายศรชัย สุโพธิ์
โรงเรียนโรงเรียนบ้านนาคำใหญ่(ราษฎร์บริบาล)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           การเปลี่ยนแปลงในยุคศตวรรษที่ 21 ส่งผลต่อวิถีชีวีติของคนในสังคม ระบบการศึกษาจึงจำเป็นต้องพัฒนา ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ด้วย เดิมการศึกษามุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะเพียงอ่านออกเขียนได้เท่านั้น แต่สำหรับในศตวรรษที่ 21 ต้องมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการปฏิบัติ และการสร้างแรงบันดาลใจไปพร้อมกัน กล่าวคือ จะไม่เป็นเพียงผู้รับ (Passive Learning) อีกต่อไป แต่ผู้เรียนต้องฝึกการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติและการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง (Active Learning) โดยมีครูเป็น “โค้ช” ที่คอยออกแบบการเรียนรู้เพื่อช่วยผู้เรียนให้บรรลุผลได้ประการสำคัญ คือ ครูในศตวรรษที่ 21 จะต้องไม่ตั้งตนเป็น “ผู้รู้” แต่ต้องแสวงหาความรู้ไปพร้อมๆ กันกับผู้เรียนในขณะเดียวกัน ดังนั้นการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องก้าวข้าม “สาระวิชา” ไปสู่การเรียนรู้ “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” (21st Century Skills) ซึ่งครูจะเป็นผู้สอนไม่ได้แต่ต้องให้นักเรียนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยครูจะออกแบบการเรียนรู้ฝึกฝนให้ตนเองเป็นโค้ช (Coach) และอำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning : PBL) ของนักเรียน จากการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การนิเทศชั้นเรียนของกลุ่มบริหารงานวิชาการ รวมทั้งผลจากการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนบ้านนาคำใหญ่(ราษฎร์บริบาล) พบว่าจุดที่ควรพัฒนาคือครูบางส่วนไม่สนใจที่จะส่งเสริม พัฒนาและกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดทักษะในการเรียนรู้ และใช้กระบวนการคิดในการจัดการเรียนรู้ ขาดการเชื่อมโยงความสัมพันธ์เนื้อหาในวิชาที่สอนกับวิชาอื่นและสภาพสังคมปัจจุบัน ไม่มีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ขาดการสร้างสรรค์นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการที่หลากหลาย ไม่มีการออกแบบสื่อ/อุปกรณ์ที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ขาดความกระตือรือร้นและการพัฒนาตนเองในสถานการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เห็นความสำคัญของการสร้างบรรยากาศที่ดีในการจัดการเรียนรู้และการบริหารจัดการชั้นเรียนให้กับผู้เรียน ผู้เรียนยังขาดทักษะในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ไม่ได้รับการส่งเสริม ให้แสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ไม่สามารถคำนวณตามหลักทางคณิตศาสตร์ และสถิติได้ ขาดทักษะในการเขียนตามหลักไวยากรณ์ และสำนวนที่สละสลวย ไม่สามารถอ่านได้ ตามอักขระและถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ไม่สามารถคิดวิเคราะห์จัดลำดับขั้นตอนและใช้เหตุผลในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาได้เหมาะสมกับสถานการณ์ ขาดความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้และ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพได้ และไม่สามารถปรับตัวให้มีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงานด้านการเรียนรู้และสภาพแวดล้อมในสภาวการณ์ปัจจุบันได้ จากความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าได้ศึกษางานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครู พบว่า การจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการศึกษาส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเป็นการยกระดับการศึกษาทั้งระบบ และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ทัดเทียมกับสากล เสริมสร้างทักษะการเรียนรู้แห่งอนาคต อีกทั้งเป็นการปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เห็นถึงความสำคัญของการออกแบบการจัดการเรียนรู้ และการประเมินผลผู้เรียนให้ตรงตามความต้องการของตัวนักเรียนเองและต่อสังคม การจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูให้มีประสิทธิภาพและเกิดขึ้นในโรงเรียนจะช่วยสร้างความสามัคคีแก่หมู่คณะ กระตุ้นให้เกิด การวางแผน ลงมือปฏิบัติ และประเมินผลการปฏิบัติร่วมกันในการจัดการเรียนรู้ เพื่อมุ่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น โดยอาศัยความรับผิดชอบร่วมกันของครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งโรงเรียน ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเลือกที่จะพัฒนากลยุทธ์การบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูโรงเรียนบ้านนาคำใหญ่(ราษฎร์บริบาล) เพื่อส่งเสริมทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ให้มีคุณภาพและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนให้สูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนการพัฒนากลยุทธ์การบริหารจัดการเพื่อส่งเสริม Active Learning ทำให้นักเรียนได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการเรียนการสอน นักเรียนมีบทบาทเป็น "ผู้เรียนรู้" อย่างแท้จริง มีโอกาสได้คิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ๆ อย่างสร้างสรรค์ ความกระตือรือร้นและแรงจูงใจในการเรียนของนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นักเรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 มากขึ้น ทั้งการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหา และการคิดเชิงสร้างสรรค์ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของนักเรียนสูงขึ้นตามลำดับ
ผลลัพธ์ต่อครู : การพัฒนากลยุทธ์นี้ช่วยส่งเสริมให้ครูโรงเรียนบ้านนาคำใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้วิธีการที่หลากหลาย และประเมินผลการเรียนรู้แบบเน้นกระบวนการ นอกจากนี้ ยังเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูด้วยกันในรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ซึ่งช่วยสร้างเครือข่ายการพัฒนางานและพัฒนาตนเองของครูอย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : การมีนวัตกรรมการบริหารจัดการที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ช่วยให้โรงเรียนบ้านนาคำใหญ่มีระบบการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงขึ้น สถานศึกษาสามารถกำหนดทิศทางและนโยบายในการพัฒนาการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางได้อย่างเป็นระบบ เกิดภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาผู้ปกครอง หน่วยงานต้นสังกัด และชุมชนโดยรอบ นอกจากนี้ โรงเรียนยังสามารถนำเสนอผลงานหรือแนวทางการบริหารจัดการเป็นต้นแบบในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสถานศึกษาอื่น ๆ ได้อีกด้วย
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนในโรงเรียนส่งผลให้ชุมชนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้มากขึ้น ทั้งในรูปแบบของการให้ข้อมูล สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ หรือแม้แต่การเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้บางอย่างร่วมกับนักเรียน ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจที่โรงเรียนท้องถิ่นมีการบริหารจัดการที่ก้าวหน้า และสามารถผลิตเยาวชนที่มีคุณภาพเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นในอนาคต
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการบริหารจัดการ
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก