การพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูงโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ(CL) ภายใต้นวัตกรรม Amazing Local Food (A=Active L=Learning F=Fun)
ผู้พัฒนา นางสาวน้ำเย็น การบรรจง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านน้ำอ้อมผักระย่า
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
ปัจจุบันภาษาอังกฤษนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน เนื่องจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่คนทั่วทุกมุมโลกใช้ในการติดต่อสื่อสาร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
การค้าขาย การศึกษา การท่องเที่ยว เทคโนโลยี รวมไปถึงการทำธุรกิจระหว่างประเทศ การเรียนภาษาอังกฤษช่วยให้ผู้เรียนสามารถติดต่อกับ ชาวต่างชาติได้อย่างถูกต้องและมี วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ด้วยเหตุนี้ภาษาอังกฤษจึงถูกบรรจุลงให้หลักสูตร แกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และถูกกำหนดให้เป็นภาษาต่างประเทศที่เรียนตลอด หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 190) เมื่อผู้เรียนมีการเรียนภาษาอังกฤษ อย่างต่อเนื่องจากระดับประถมศึกษาสู่ระดับมัธยมศึกษา ผู้เรียนจะเกิดความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษ มากยิ่งขึ้นและสามารถใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว สำหรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนนั้นมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการออกแบบการเรียนรู้เพื่อให้ตอบสนองต่อตัวชี้วัดที่กำหนด
การพัฒนาความสามารถในการพูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อนและครอบครัว ตามหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ พบว่า คุณภาพผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะต้องมีความสามารถในการพูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อเชื่อมโยงความรู้สู่การเรียนรู้และการดำรงชีวิตประจำวัน
ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านการพูดและการเขียนของนักเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า ผู้เรียนขาดทักษะการพูด ไม่สามารถพูดนำเสนอหน้าชั้นเรียนได้อย่างมีความมั่นใจ และไม่สามารถคิดวิเคราะห์คำสำคัญต่างๆที่ต้องสื่อสารได้เท่าที่ควร
ข้าพเจ้า เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 พบว่า ผู้เรียนขาดทักษะการสื่อสารดังกล่าว ส่งผลให้การประเมินของผู้เรียนอยู่ในระดับต่ำ และยังส่งผลต่อการเรียนรู้วิชาอื่นๆไม่บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด อย่างไรก็ตามข้าพเจ้านำทฤษฎีแนวคิดการเรียนแบบร่วมมือมาวิเคราะห์ ซึ่งจัดเป็นวิธีการสอนรูปแบบหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองได้เป็นอย่างดี ซึ่งรูปแบบการเรียนแบบร่วมมือมีหลากหลายวิธี ซึ่งไสว ฟักขาว ( 2544) กล่าวถึงรูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 7 รูปแบบ และจากการวิเคราะห์หลักสูตรและวิเคราะห์ผู้เรียนข้าพเจ้าได้เลือกนำรูปแบบการสอนแบบ STAD (Student Teams – Achievement Division) เป็นการเรียนแบบร่วมมือ ทีใช้ร่วมกับกิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบอื่นๆ มาใช้ในนวัตกรรมนี้
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน- นักเรียนสามารถเขียนผังมโนทัศน์จากการศึกษาเรื่องอาหารในท้องถิ่นของตนเองได้ - นักเรียนสามารถให้ข้อมูลได้ว่าอาหารที่เอ่ยถึง มีปริมาณมากน้อยเพียงใด - นักเรียนสามารถออกเสียงคําศัพท์และประโยคเกี่ยวกับการทำอาหาร - นักเรียนสามารถ อภิปรายแสดงความคิดเห็นและนำเสนอผลงาน ได้ถูกต้อง
ผลลัพธ์ต่อครู : - มีเทคนิคการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคนิค STAD - มีแบบฝึกทักษะที่ใช้ในการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : - ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : - ชื่นชม และมีความพึงพอใจผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]