ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้สังคมศึกษาด้านการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้พัฒนา นางสาวจารุวรรณ์ ชาวนา
โรงเรียนโรงเรียนบ้านพระโรจน์(ชนูปถัมภ์)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           จากการสังเกตและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถอธิบายถึงความสำคัญและรายละเอียดของวัฒนธรรมท้องถิ่นในชุมชนของตนเองได้อย่างลึกซึ้ง ขาดความภาคภูมิใจ ในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และไม่เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงการสูญหายของวัฒนธรรมท้องถิ่นในอนาคตอันใกล้ การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-Based Learning) เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น สำคัญ โดยผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงในลักษณะของการศึกษา สำรวจ ค้นคว้า ทดลอง และประดิษฐ์คิดค้น ด้วยตนเอง ตามความสนใจและความถนัด การเรียนรู้แบบโครงงานช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงางานร่วมกัน และการสื่อสาร ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 การนำการเรียนรู้แบบโครงงานมาใช้ในการแก้ปัญหาการหลงลืมวัฒนธรรมท้องถิ่น จะช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการที่มีความหมายโดยการเชื่อมโยงเนื้อหาในบทเรียนกับวัฒนธรรมท้องถิ่นในชุมชนของตนเอง นักเรียนจะได้มีโอกาสศึกษาค้นคว้า สัมภาษณ์ผู้รู้ในท้องถิ่น บันทึกข้อมูลและนำเสนอผลงานที่สะท้อนถึงความเข้าใจและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง นอกจากนี้การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อแก้ปัญหานักเรียนหลงลืมวัฒนธรรมท้องถิ่น มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2566 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายและสมรรถนะที่เกี่ยวข้อง คือ สมรรถนะที่ 1 ศาสนาและวัฒนธรรม : การเข้าใจและยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมรวมถึงการเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น นักเรียนจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยการเปรียบเทียบวัฒนธรรมในอดีตและปัจจุบัน ทำให้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของวัฒนธรรม อีกทั้งต้องอาศัยความกระตือรือร้นและความใฝ่รู้ของนักเรียน การได้สัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านประสบการณ์ตรงจะช่วยหล่อหลอมเจตคติที่ดีต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างความเข้าใจและการยอมรับในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ส่งผลให้อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้ ครูผู้มีหน้าที่ในการหาวิธีการหรือจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงตัดสินใจสอดแทรกกลวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้น ความสนใจ เกิดการใฝ่เรียนรู้ในการเรียน และเกิดทักษะ และกระบวนการต่าง ๆ กับผู้เรียน ให้ผู้เรียนนำความรู้เหล่านั้นใจใช้ในการดำเนินชีวิตให้ได้มากที่สุด โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning : PBL) เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ ขึ้นและแก้ไขปัญหาการหลงลืมวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. บทเรียนด้านการเรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น - การเข้าถึงภูมิปัญญาดั้งเดิม : นักเรียนได้เรียนรู้คุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สั่งสมมายาวนาน ซึ่งอาจไม่ปรากฏในตำราเรียนทั่วไป - ความเข้าใจถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรม : เกิดความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยว
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. มีความรู้ความเข้าใจในนวัตกรรม: ครูต้องมีความเข้าใจในแนวทางการพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้สังคมศึกษาด้านการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม รวมถึงวิธีการใช้กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกและการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน 2. ความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้:
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษาได้มีการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ การประสานความร่วมมือกับภาคีต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ การเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นพระโรจน์โดยใช้โครงงานเป็นฐานจึงไม่เพียงสร้างความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังพัฒนาทักษะสำคัญ ปลูกฝังค่านิยมที่ดีงาม
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการสนับสนุน: ชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การร่วมเป็นวิทยากร หรือการจัดหาทรัพยากร 2. การสนับสนุนจากผู้ปกครอง: ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน เช่น การติด
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก