การพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่องการปลูกผักสวนครัว จากการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมประกอบการใช้ชุดกิจกรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้พัฒนา นางสาวเกษร กำมันตคุณ
โรงเรียนโรงเรียนบ้านโนนรังใหญ่
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นสาระที่เน้นการทำงานและการจัดการอย่างเป็น ระบบพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะพื้นฐานที่ จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงสามารถนำความรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตการงานอาชีพ และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์และแข่งขันในสังคมไทยและสากล เป็น แนว ทางในการประกอบอาชีพรับการทำงานและมีเจตคติที่ดีต่อการทำงานวิเคราะห์แนวทางเข้าสู่อาชีพ คุณสมบัติที่จำเป็นความมั่นคงความสอดคล้องกับความรู้ความถนัดและความสนใจของตนเองรักษาการจัดการ เป็นการจัดระบบงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการเรียนรู้การสอนที่มี จุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาให้นักเรียนเกิดทักษะในงานเกษตรและส่งเสริมทักษะทางด้านการทำงานเพื่อช่วยเหลือ ตนเองและครอบครัวและให้นักเรียนมีทักษะกระบวนการทำงานและจัดการการทำงานเป็นกลุ่ม การจัดการเรียนการสอนเรื่องการปลูกผักสวนครัวเพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงให้ผู้เรียนได้ฝึก ทักษะด้านต่างๆ โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงจากการลงมือปฏิบัติเห็นของจริงรู้จักการสังเกต ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและต้องสามารถนำเอาความรู้ทักษะที่ได้รับนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เท่าที่ปรากฏใน ปัจจุบันครูผู้สอนมาประสบปัญหาเกี่ยวกับการสอนที่เน้นการปฏิบัติครูมักจะใช้วิธีการสอนโดยการสาธิตและ บรรยายเนื่องจากเวลาน้อยไปและความสนใจของนักเรียนไม่เท่ากันเรียนรู้ได้ไม่พร้อมกัน การจัดการเรียนการ สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากครูยังไม่เข้าใจวิธีการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างแท้จริงครูผู้สอนไม่ค่อยกระตุ้นและฝึกให้ผู้เรียนได้ลงมือ ปฏิบัติจริงส่วนมากครูจะมักจะเน้นการสอนเพื่อผลสัมฤทธิ์ด้านพุทธิพิสัย มากกว่า ทักษะพิสัย และ จิตพิสัย ผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนจากครูด้านการ ทำงานเกษตรเป็นเหตุให้ผู้เรียนขาดทักษะการทำงานขาดทักษะชีวิตพื้นฐานอันน่าจะเกิดกับวัยแต่ละวัยจึงไม่ สนใจทำงานไม่มีนิสัยรักการทำงานไม่รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบ ไม่มีผลงานที่เป็นที่น่าพอใจทำให้ผู้เรียนมีเจต คติที่ไม่ดีต่อการทำงานทำให้เกิดความเบื่อหน่ายไม่มีความสุขในการเรียนต่างคนต่างทำงานของตนขาดการ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันกับสภาพที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูปการศึกษาที่มุ่งหวังให้ผู้เรียนเก่งดี มีสุข ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีมีปัญหาและมีอุปสรรค ไม่เป็นที่น่าพึงประสงค์ จากปัญหาดังกล่าวครูผู้สอนจึงสนใจการจัดการเรียนรู้แบบแบ่งกลุ่มประกอบการใช้สื่อกิจกรรมซึ่ง เป็น วิธีสอนแบบแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม (Committee Work Method) เป็นวิธีจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ครูผู้สอน มอบหมายงานให้ผู้เรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันค้นคว้าแก้ปัญหา ทำกิจกรรมตามความสามารถ ตาม ความถนัดของตน โดยทุกคนในกลุ่มมีหน้าที่ของตนเอง และร่วมกันคิด ลงมือปฏิบัติกิจกรรม เป็นวิธีที่ช่วยให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี เพราะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เรียนรู้จากเพื่อนในกลุ่มซึ่งการจัดกิจกรรมดัง กว่าจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มของนักเรียนเพื่อให้นักเรียนได้มีการรวมกลุ่มจะทำให้ เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในกลุ่มในด้านการกระทำ ความรู้สึก และความคิดสมาชิกกลุ่มจะมีการปรับตัว เข้าหากันและจะพยายามช่วยกันทำงานโดยอาศัยความสามารถของแต่ละบุคคลซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงาน ลุล่วงไปได้ตามเป้าหมายของกลุ่มซึ่งกลุ่มครูผู้สอนได้ศึกษากับโรงเรียนบ้านโนนรังใหญ่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งมีปัญหาในการขาดทักษะการปฏิบัติงานในการเรียนรู้วิธีการและขั้นตอนการปลูกผักสวนครัวยังไม่ ถูกต้อง การใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมจะสามารถแก้ปัญหาให้นักเรียนเกิดทักษะการ ปฏิบัติงานเรียนรู้วิธีการปลูกผักสวนครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการทำงาน ร่วมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นการฝึกให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปรับตัวและเข้ากับผู้อื่นได้ การ แสวงหาความรู้สามารถแก้ไขปัญหาในการทำงาน ดั้งนั้นผู้ทำวิจัยจึงมีความสนใจในเรื่องนี้เพื่อช่วยส่งเสริมให้ นักเรียนมีทักษะพัฒนาการที่ดีขึ้นและมีพื้นฐานการเรียนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนเชิงปริมาณ 1.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสอนแบบ Flowchart Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สูงกว่าก่อนเรียน 2. ผู้เรียนผ่านการทดสอบได้คะแนนระดับดีขึ้นไป ตามเกณฑ์ของตัวชี้วัดร้อยละ 80 เชิงคุณภาพ 1.ผู้เรียนได้ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ฝึกการช่วยเหลือในการทำงาน ฝึกการทำงานอย่างเป็น ระบบ ฝึกความสามัคคี เป็นต้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวันทั้งใน ปัจจุบันและอนาคต 2.นักเรียนมีพัฒนาการเรียนที่ดีขึ้น 3.นักเรียนมีความพึงพอการจัดการเรียนรู้แบบแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมอยู่ในระดับดี
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ครูผู้สอนมีนวัตกรรมและแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สามารถใช้สื่อและนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบการสอนแบบFlowchart Model ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ครูผู้สอนสามารถนำไปต่อยอดเพื่อหาแนวทางประยุกต์ใช้และพัฒนาปรับปรุงต่อไป 3. ครูผู้สอนมีความเข้าใจในนวัตกรรมและแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และคณะครูมีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. ผู้บริหารให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายครอบคลุมเนื้อหาของหลักสูตร 2. บรรยากาศการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนมีความน่าสนใจส่งผลให้การเรียนรู้ของผู้เรียนดีขึ้น 3. สถานศึกษาได้รับความไว้วางใจให้จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. ชุมชนและผู้ปกครองให้ความร่วมมือ สนับสนุน และเห็นความสำคัญของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้นวัตกรรมการพัฒนาผู้เรียนมากขึ้น 2. ชุมชนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน และเข้าใจการดำเนินงานตามบริบทของสถานศึกษา
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]