ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการเขียนภาษาไทย โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เรื่อง อาหาร ๓ ฤดู กับคำศัพท์ที่ควรรู้
ผู้พัฒนา นางศศิตา เเผ่นทอง
โรงเรียนโรงเรียนชุมชนสร้างถ่อสามัคคี

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
          การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาไทยในระดับประถมศึกษาตอนต้นเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ เนื่องจากการเขียนเป็นกระบวนการสื่อสารที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นทักษะที่สนับสนุนการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการใช้ภาษาอย่างเหมาะสมตามวัย อย่างไรก็ตาม จากผลการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมา พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ส่วนใหญ่ยังขาดทักษะในการสะกดคำ เขียนคำให้ถูกต้องตามมาตราตัวสะกด และสามารถนำคำไปใช้เรียบเรียงเป็นประโยคอย่างมีความหมาย ทำให้ทักษะการเขียนยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป็นแนวทางที่มุ่งให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เน้นการลงมือปฏิบัติจริง การคิดด้วยตนเอง การทำงานเป็นกลุ่ม และการเชื่อมโยงความรู้กับชีวิตประจำวัน ช่วยกระตุ้นแรงจูงใจและความสนใจของนักเรียนในการเรียนภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื้อหาเรื่อง “อาหาร ๓ ฤดู กับคำศัพท์ที่ควรรู้” เป็นเนื้อหาที่ใกล้ตัวผู้เรียน สามารถเชื่อมโยงกับประสบการณ์ชีวิตประจำวัน สร้างความสนุกสนานและส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์ หมวดคำอาหาร และสามารถนำคำศัพท์ไปเขียนเรียบเรียงประโยคได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น ผู้วิจัยจึงเห็นความสำคัญในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยยกระดับสมรรถนะด้านการเขียนภาษาไทยของนักเรียน ผ่านรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกให้เกิดผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ที่ชัดเจนและยั่งยืน การจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยทั่วไปยังคงใช้วิธีสอนที่เน้นการจำ การเขียนตามคำบอก หรือแบบฝึกหัดซ้ำ ๆ ซึ่งอาจไม่เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจด้านการใช้คำและการเขียนประโยคอย่างสร้างสรรค์ ส่งผลให้นักเรียนบางส่วนขาดทักษะการเขียนพื้นฐาน เช่น การสะกดคำง่าย ๆ การเขียนคำที่มีความหมายตรงกับภาพ และการนำคำมาเรียบเรียงให้เป็นประโยคสมบูรณ์ นอกจากนี้ จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านภาษาไทย พบว่า นักเรียนมีข้อบกพร่องในด้านการเขียนอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการและพัฒนาการของนักเรียน ซึ่งการนำรูปแบบ Active Learning มาใช้จะช่วยให้นักเรียนได้มีส่วนร่วม สร้างความกระตือรือร้น และเกิดทักษะที่แท้จริงจากการปฏิบัติ เพื่อให้การเรียนรู้มีความหมายและมีคุณภาพ การเลือกหัวข้อการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน เช่น อาหารตามฤดูกาล จึงเป็นโอกาสในการกระตุ้นประสบการณ์ร่วมของผู้เรียน และส่งเสริมทักษะการเขียนผ่านคำศัพท์ที่ใกล้ตัวอย่างเหมาะสม ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดในการออกแบบรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการเขียนภาษาไทยให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยเน้นกิจกรรมเชิงรุกที่หลากหลายและสร้างสรรค์เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนาทักษะทางภาษาในระยะยาว
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการเขียนภาษาไทยดีขึ้นอย่างชัดเจน คะแนนผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน สามารถสะกดคำ เขียนคำจากภาพ และเรียบเรียงประโยคสั้น ๆ ได้ถูกต้องเหมาะสมกับวัย นอกจากนี้ นักเรียนยังมีทักษะการฟัง–พูดที่ดีขึ้น กล้าอ่าน กล้าแสดงออก และมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่มมากขึ้น ผลการประเมินพฤติกรรมพบว่านักเรียนทั้ง ๑๗ คนอยู่ในระดับ “ดี” คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ และมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมอยู่ในระดับ “ดีมาก” (ค่าเฉลี่ย ๔.๖๗ จาก ๕.๐๐) สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สนุกและใกล้ตัวช่วยสร้างทัศนคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทยอย่างแท้จริง
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูผู้สอนได้พัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบกิจกรรมเชิงรุก มีการใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การ์ดคำศัพท์ เกมจับคู่ และใบงานเชิงสร้างสรรค์ ทำให้การจัดการเรียนรู้มีความเป็นระบบ ชัดเจน และเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมากขึ้น ครูสามารถติดตามพัฒนาการรายบุคคลได้ชัดเจน และมีความมั่นใจในการพัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : โรงเรียนมีสื่อและรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สามารถใช้ได้จริงและขยายผลได้ในรายวิชาอื่น บรรยากาศการเรียนรู้ในชั้นเรียนมีความสนุกสนานและเอื้อต่อการมีส่วนร่วม นวัตกรรมได้รับการเผยแพร่ผ่านกิจกรรม PLC ภายในโรงเรียนและเครือข่ายครู ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนในภาพรวม โรงเรียนมีผลงานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning อย่างเป็นรูปธรรม
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : เนื้อหาเกี่ยวกับอาหารตามฤดูกาลช่วยเชื่อมโยงการเรียนรู้กับวิถีชีวิตท้องถิ่น ผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมในการพูดคุยหรือสนับสนุนการเรียนรู้ที่บ้านได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กเห็นคุณค่าของอาหารพื้นบ้านและบริบทชุมชนของตนเอง ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบ้าน โรงเรียน และชุมชน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก