หนูน้อยนักวิทยาศาสตร์ โดยใช้โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทยระดับปฐมวัยเป็นฐาน
ผู้พัฒนา นางสาวณัฐธิดา หาทวี
โรงเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านน้ำคำแดง(มนต์ชัยเวทย์วิวรณ์)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 พัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง
6 ปีบริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ ทั้งนี้สาระการเรียนรู้ประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการและคุณลักษณะ คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งไม่เน้นเนื้อหา การท่องจำในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทักษะหรือกระบวนการที่สำคัญและจำเป็นสำหรับเด็ก เช่น ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะทางสังคม ทักษะการคิด ทักษะการใช้ภาษา คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นต้น รวมทั้งการจัดประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริม พัฒนาการทางสติปัญญาได้แก่ การคิด การใช้ภาษา การสังเกต การจำแนก การเปรียบเทียบ จำนวน มิติความสัมพันธ์ เวลา เป็นต้น (กระทรวงศึกษาธิการ. 2560) การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย เป็นการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับการเรียนรู้ในรูปแบบของการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการผ่านการเล่นโดยมุ่งเน้นให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
การศึกษาในระดับปฐมวัย นับว่าเป็นการศึกษาที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นรากฐานของชีวิตและมีอิทธิพล
ต่อชีวิตของคนเรา ทั้งยังเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการศึกษาระดับที่สูงขึ้นเด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีความสำคัญที่สุด เพราะเด็กในวัยนี้มีพัฒนาการทุกด้านเป็นไปอย่างรวดเร็วประสบการณ์ที่เด็กได้รับจะมีอิทธิพลต่อการเสริมสร้างพัฒนาการขั้นต่อไป และหากประสบการณ์ที่เด็กได้รับในช่วงวัยนี้ มีความเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้าง
พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาให้พัฒนาเต็มศักยภาพได้การจัดการศึกษาให้กับเด็กปฐมวัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใตใจ ด้านสังคมและด้านสติปัญญา และยังมีทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่น ทักษะทางวิทยาศาสตร์ ทักษะชีวิต และทักษะการคิดแก้ปัญหา แต่ในปัจจุบันพบว่าเด็กปฐมวัย ยังไม่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้มีความสามารถในการใช้ทักษะดังกล่าวเท่าที่ควร โดยเฉพาะทักษะทางวิทยาศาสตร์นั้น เปรียบเสมือนเครื่องมือจำเป็นในการแสวงหาความรู้และการดำรงชีวิต ดังนั้นการปลูกฝังทักษะทางวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นพื้นฐานความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญและควรปลูกฝังตั้งแต่ปฐมวัย ซึ่งนักการศึกษาหลายท่านได้กล่าวถึงความสำคัญของทักษะทางวิทยาศาสตร์ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมให้กับเด็กปฐมวัย เพราะเป็นวัยที่สามารถพัฒนาและเรียนรู้ทักษะทางวิทยาศาสตร์ได้ เมื่อได้รับการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมกับวัยและพัฒนากาการ ซึ่งทักษะทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด 13 ทักษะ มีทักษะที่เป็นพื้นฐาน 8 ทักษะ ประกอบด้วย ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนกประเภท ทักษะการวัด ทักษะการคำนวณ ทักษะการสื่อความหมาย ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล ทักษะการใช้ตัวเลขและทักษะ
การพยากรณ์ ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีทักษะทางวิทยาศาสตร์ จึงมีความจำเป็น โดยจะต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและเปิดให้เด็กสำรวจ สังเกต จำแนก เปรียบเทียบ สื่อความหมายด้วยด้วยวิธีการ
ต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับวัยผ่านการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จะทำให้เด็กรู้จักคิดและใช้กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผลและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งทักษะทางวิทยาศาสตร์ ที่กล่าวมานั้นเป็นทักษะพื้นฐานที่ไม่ซับช้อนเด็กปฐมวัยสามารถเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติได้เอง ซึ่งการจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในระดับปฐมวัยนั้นเป็นการจัดกิจกรรมที่ให้เด็กได้ใช้ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์โดยให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านการจัดประสบการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย (กุลยา ตันติผลาชีวะ, 2547) การสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กด้วยการสังเกต การคิด การสนทนาเพื่อสื่อสารและสะท้อนความคิดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ จะช่วยให้เด็กเกิดความคิดและส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านให้เกิดขึ้นอย่างสมดุลและเต็มศักยภาพในฐานะครูผู้สอนประจำระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๒ โรงเรียนชุมชนบ้านน้ำคำแดง(มนต์ชัยเวทย์วิวรณ์) ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ มีบทบาทหน้าที่โดยตรงกับการจัดการศึกษาปฐมวัยในสถานศึกษา และได้เข้ารับการอบรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้บูรณาการวิทยาศาสตร์ปฐมวัยที่จัดโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) ได้รับการอบรมจากผู้นำเครือข่ายท้องถิ่น(Local Network; LN) และวิทยาการเครือข่ายฟ้องถิ่น(Local Trainer; LT)
โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย ทำให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมบูรณาการวิทยาศาสตร์ปฐมวัย จึงได้นำกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ 20 กิจกรรมมาบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียน การสอน และทำการทดลองโครงงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยโดยใช้วัฏจักรการสืบเสาะทั้ง 6 วัฏจักร เพื่อพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ที่มีความสอดดคล้องกับสภาพปัจจุบัน บริบทของโรงเรียนสภาพของผู้เรียน และสอดคล้องกับหลักสูตรของโรงเรียนที่มุ่งให้เด็กปฐมวัยเกิดทักษะต่าง ๆ ในการเรียนรู้ รวมทั้งทักษะทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้ครูสามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์ได้ผ่านการทำกิจกรรมตามแผนการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องสัมพันธ์กันจากสภาพปัจจุบัน ปัญหาและเหตุผลดังกล่าว ข้าพเจ้ามีความสนใจที่จะต้องการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย เนื่องจากเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คือ เด็กมีความรู้
เด็กมีทักษะ และเด็กสามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่อย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. นักเรียนมีทักษะการสังเกต การตั้งคำถาม และการทดลองอย่างง่ายเพิ่มขึ้น 2. นักเรียนมีความกล้าแสดงออกและสามารถอธิบายสิ่งที่ตนเรียนรู้ได้อย่างมีเหตุผล 3. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และกิจกรรมในห้องเรียน 4. มีพัฒนาการด้านสติปัญญา อารมณ์ และสังคมดีขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ครูมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โครงงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยได้อย่างเหมาะสม 3. ครูมีความมั่นใจและมีทักษะในการใช้สื่อและวัสดุอุปกรณ์เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็ก
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. โรงเรียนมีแนวทางในการส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวคิดวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย 2. เป็นแบบอย่างให้แก่โรงเรียนอื่นในการนำนวัตกรรมไปปรับใช้ 3. ยกระดับภาพลักษณ์ของสถานศึกษาในด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. ผู้ปกครองและชุมชนมีความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการและให้ความร่วมมือกับโรงเรียนมากขึ้น 2. ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดหาแหล่งเรียนรู้หรือวัสดุในท้องถิ่นมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3. เกิดความภาคภูมิใจในความสำเร็จของนักเรียนและโรงเรียน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]