การพัฒนาทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใช้ชุดเตรียมความพร้อมภาษากิจกรรมเสริมประสบการณ์
ผู้พัฒนา นางสาวจิตรานุช นะที
โรงเรียนโรงเรียนบ้านนาคำใหญ่(ราษฎร์บริบาล)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
สังคมไทยในปัจจุบันการสื่อสารเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ที่จะก่อให้เกิดการประสานสัมพันธ์และช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดี เพราะการสื่อสารเป็นกระบวนการถ่ายทอดสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารด้วยสื่อต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นการฟัง พูด อ่าน เขียน หรือภาษา ท่าทาง สัญลักษณ์ เป็นต้น การสื่อสารถือเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นการถ่ายทอด แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ประสบการณ์ ความรู้สึกนึกคิดระหว่างบุคคล สังคม จากการรับสารและส่งสาร โดยการแสดงท่าทางหรือสัญลักษณ์เครื่องหมายต่าง ๆ ไปยังผู้รับสาร เพื่อให้การสื่อสารบรรลุเป้าหมายวัตถุประสงค์เกิดความเข้าใจตรงกันและมีปฏิกิริยาตอบสนอง (ภัทรดรา พันธุ์สีดา, 2551) การสื่อสารเป็นกระบวนการที่มนุษย์เชื่อมโยงความนึกคิดและความรู้สึกให้ถึงกัน เพื่อให้เกิดการตอบสนองในเชิงพึ่งพาอาศัยกันและกัน (โอภส์ แก้วจําปา, 2547)การสื่อสารเป็นทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 และเป็นกระบวนการส่งข่าวสาร ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรืความรู้สึกจากผู้ ส่งข่าวสาร ไปยังผู้รับข่าวสาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา ซึ่งคาดหวังให้เป็นไปตามที่ต้องการทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสาร กระบวนการสื่อสารอาจทำได้ด้วย การพูด การเขียน หรือการแสดงลักษณะท่าทางและผู้รับข่าวสารทำการแปลความหมายของข่าวสาร เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่สามารถสื่อสารได้ดีจากการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสิ่งแวดล้อม เรียกว่าภาษาสังคม ต่อมาเด็กจะใช้การสื่อสารโดยการพูดกับตนเอง เพื่อแนะนำการปฏิบัติของตัวเด็กเองสิกขา วารสารศึกษาศาสตร์ ปี ที่ 9 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2565) 134Sikkha Journal of Education Vol.9 No.2 (July-December 2022) ในการแก้ไขปัญหาที่เด็กต้องเผชิญ เด็กจะใช้การพูดกับตนเองในการบรรยายสถานการณ์ วิเคราะห์ วางแผน และสะท้อนวิธีการแก้ปัญหาในที่สุด การพูดกับตนเองของเด็กเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในบรรยากาศที่อิสระ เด็กจะสื่อสารด้วยการพูดกับตนเอ ในการกำกับการคิดและพฤติกรรมของตัวเด็กเอง
การพัฒนาความสามารถในการสื่อ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พบว่า คุณภาพผู้เรียน ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 จะต้องมีความสามารถในการสื่อสาร สื่อความหมาย เพื่อเชื่อมโยงความรู้สู่การเรียนรู้และการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการสื่อสาร ที่เป็นทักษะพื้นฐานที่เหมาะสมกับการพัฒนาผู้เรียนในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3
ผลการประเมินด้านการสื่อสารของผู้เรียน ของโรงเรียนบ้านนาคำใหญ่(ราษฎร์บริบาล) ในปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า ผู้เรียนขาดทักษะการสื่อสาร คือ ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และสนทนาโต้ตอบ อย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับ เรื่องที่ฟังประโยค และเรื่องราว ไม่เหมาะสมกับวัย
ข้าพเจ้า เป็นครูผู้ปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 พบว่า ผู้เรียนขาดทักษะการสื่อสาร สังเกตการสื่อสารของนักเรียน การสื่อเป็นประโยค การเขียนเรื่องตามจินตนาการ หรือการคัดลายมือ พบว่า ผู้เรียนไม่สามารถปฏิบัติได้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด ส่งผลให้การประเมินการอ่านการเขียนของผู้เรียนอยู่ในระดับต่ำ และยังส่งผลต่อการเรียนรู้วิชาอื่นๆไม่บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด
ข้าพเจ้าได้สังเคราะห์ปรัชญาสรรคนิยม ที่ส่งเสริมการสร้างความรู้ของผู้เรียน วิเคราะห์ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Dewey ที่พัฒนาการเรียนรู้ด้วยการลงมือกระทำ และวิเคราะห์แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก ที่เน้นการคิด ลงมือทำ และนำเสนอของผู้เรียน สู่การออกแบบนวัตกรรม คือ แบบฝึกทักษะ ซึ่งเป็นนวัตกรรม ที่ส่งเสริมการสื่อสารของผู้เรียน ที่สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้หน่วยรักการอ่าน โดยออกแบบเนื้อหาของนวัตกรรมให้สอดคล้องกับการวิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3
ด้วยความสำคัญและความจำเป็นของการพัฒนาทักษะทางภาษา ดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงได้พัฒนาแบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษา ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกทักษะ
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ เรื่อง พยัญชนะไทย ก-ฮ 2. ผู้เรียนมีทักษะทางภาษาในการสื่อสาร ในระดับดี 3. ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. มีสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ชุดกิจกรรมสามารถใช้ได้ง่าย ชัดเจน และมีแนวทางในการจัดกิจกรรมให้ครูทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.สามารถวางแผนและออกแบบการเรียนรู้ได้หลากหลายและน่าสนใจ นวัตกรรมนี้ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของครูในการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงทักษะภาษาเข้ากับชีวิตประจำวันของเด็ก 3. พัฒนาทักษะการสังเกตและประเมินผลตามพัฒนาการรายบุคคลได้ดีขึ้น ครูมีแนวทางประเมินที่ชัดเจน สามารถสังเกตพฤติกรรมเด็ก และปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับแต่ละคน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. ยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนในระดับปฐมวัย โรงเรียนมีเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างรอบด้าน 2. ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมที่เป็นรูปธรรมและสามารถขยายผลได้ สถานศึกษาสามารถนำไปพัฒนาใช้ในชั้นอื่น ๆ หรือแบ่งปันให้กับโรงเรียนเครือข่ายในชุมชน 3. สร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและชุมชนในคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน ผลสัมฤทธิ์ที่ดีในพัฒนาการเด็ก ทำให้โรงเรียนเป็นที่ไว้วางใจของผู้ปกครอง
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของบุตรหลานมากขึ้น เนื้อหาของชุดเตรียมความพร้อมสามารถนำไปใช้ร่วมกันที่บ้านได้ ทำให้เกิดกิจกรรมร่วมระหว่างครอบครัว 2.เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของพัฒนาการทางภาษาตั้งแต่ปฐมวัย ชุมชนและผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการปลูกฝังทักษะภาษาไทยอย่างจริงจังมากขึ้น 3. เกิดการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนและชุมชน มีการนำองค์ความรู้ ท้องถิ่น หรือเรื่องราวในชุมชนมาใช้ประกอบกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริง
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]