นวัตกรรมการส่งเสริมทักษะทางภาษาโดยใช้คำคล้องจอง สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล ๒
ผู้พัฒนา นางชนม์นิภา สุวรรณชัยรบ
โรงเรียนโรงเรียนบ้านหนองไหล(พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวมบนพื้นฐานการ
อบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้
เต็มตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรักความเอื้ออาทร และความ
เข้าใจของทุกคนเพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง
ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนา
ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การ
เรียนรู้อย่างมีความสุข และเหมาะสมตามวัย มี ทักษะชีวิต และปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทย ด้วยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว
ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริม
พัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเหมาะสม ด้วย
ปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับผู้สอน เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดู การ
พัฒนาและให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัยเพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้าน
อย่างเป็นองรวมมีคุณภาพ และเต็มตามศักยภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ.2560:2-4)
ภาษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการติดต่อสื่อสารระหว่างมนุษย์ การอยู่ร่วมกันในสังคม จำเป็นต้องใช้
ภาษาในการสื่อสารความหมายซึ่งกันและกันเพื่อแลกเปลี่ยนถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกทัศนคติตลอดจน
ประสบการณ์ให้ผู้อื่นเข้าใจซึ่งจะทำให้มนุษย์สามารถดำเนิน ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างราบรื่น ภาษาเป็นทั้ง
ศาสตร์และศิลป์ ต้องอาศัยทักษะการฟัง การพูดซึ่งเป็นพื้นฐานของการอ่านและการเขียนเพื่อติดต่อทำความ
เข้าใจกับผู้อื่นเข้าใจตน ได้(จินตนา สุทธจินดา.2522:2) เด็กปฐมวัยเรียนรู้ภาษาจากการมีปฏิสัมพันธ์กับ
บุคคลรอบ ข้างและสิ่งต่างๆ จากการได้เห็น ได้ฟัง การได้สัมผัส การลองผิดลองถูกการเร้า และการให้แรง
เสริม เป็นสิ่งช่วยให้เด็กมีพัฒนาการ ทางภาษาจนกระทั้งสามารถใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสาร ได้ ดังนั้นการที่
เด็กจะสามารถสื่อ ความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจนั้น ต้องอาศัยภาษา เพื่อติดต่อ ทำความเข้าใจกับผู้อื่นเข้าใจตนได้
ตันติผลาชีวะ (2547: 143)
จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ข้าพเจ้าได้ศึกษา ค้นคว้าสนใจที่จะพัฒนาทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย
โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คำคล้องจองตามหน่วยการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะภาษาของเด็กปฐมวัย ซึ่งใช้คำ
คล้องจองตามหน่วยการเรียนรู้ทั้งหมด 40 หน่วย การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย
และยังสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ด้านอื่นๆ นอกจากความคิดริเริ่ม ความคิดคล่องตัว ความคิด
ยืดหยุ่น และความคิดละเอียดลออ เป็นต้น อีกทั้งเด็กยังได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน ไม่ตีกรอบความคิด
ของเขา ให้อิสระในการคิดในการทำอย่างเต็มที่และผลของการนำคำคล้องจองมาจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะ
พูดสำหรับเด็กปฐมวัยนี้จะเป็นแนวทางให้ครูปฐมวัยในการจัดกรรมโดยใช้การเล่าเรื่องตามจินตนาการเข้ามา
สอดแทรกในการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาด้านต่างๆ ให้กับเด็กปฐมวัยได้อีกด้วย
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านหนองไหล(พุทธเพิ่มวัฒนราษฎร์) ที่ผ่านการจัดประสบการณ์ โดย ใช้กิจกรรมคำคล้องจองร้อยละ ๙๐ มีพัฒนาการด้านภาษา พฤติกรรมทางภาษา ด้านทักษะทางการพูด ด้านการเข้าใจความหมาย ความจำ และมีการใช้ภาษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการสำหรับเด็กปฐมวัยอยู่ใน ระดับดีขึ้นไป
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูทุ่มเทในการจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ พัฒนาสร้างสรรค์สื่อนวัตกรรมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สามารถพัฒนาห้องเรียนและแหล่งเรียนรู้ต่างๆให้ผู้เรียนสร้างเวทีแห่งความมั่นใจและกล้าแสดงออก ผู้เรียนมีโอกาสเป็นนวัตกรสร้างสรรค์องค์ความรู้ที่แปลกใหม่เกิดขึ้นได้เสมอ
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : นักเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง และผุ้ที่มี่ส่วนเกี่ยวข้อง มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชา ภาษาไทยเพิ่มมากขึ้น
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]