ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการงานระบบการดูแล และช่วยเหลือนักเรียน
ผู้พัฒนา นายปัญจา จันทสิงห์
โรงเรียนโรงเรียนปทุมวิทยากร

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
          ในการพัฒนานักเรียนให้มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรมจริยธรรม และการด ารงตนให้มีความสุขได้ในสังคมปัจจุบัน ต้องมีการร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครูและผู้ปกครอง นักเรียน โดยทางโรงเรียนต้องมีการจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในด้านต่างๆ ขึ้นเพื่อช่วยเหลือส่งเสริมให้นักเรียน เป็นบุคคลที่มีความรู้ มีคุณธรรม จริยธรรมและสามารถด ารงชีวิตให้มีความสุขในสังคมได้กิจกรรมการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน เป็นจุดมุ่งหมายของการประกันคุณภาพการศึกษา และจากข้อมูลในแบบประเมินการ ด าเนินงานระบบการช่วยเหลือดูแลนักเรียน ท าให้ทราบผลการด าเนินงานของโรงเรียนในการดูแลช่วยเหลือ นักเรียน ซึ่งมีทั้งจุดแข็งที่ช่วยสนับสนุนให้การท างานมีประสิทธิผล และมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ การท างานมีความเข้มแข็งขึ้น อีกทั้งการส ารวจความต้องการและข้อเสนอแนะของครูผู้ปกครอง และชุมชน เกี่ยวกับการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ท าให้ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการด าเนินงานโรงเรียนสกลนครพัฒนศึกษา ตระหนักและเห็นความส าคัญ จึงจัดจัดท าโครงการจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนขึ้น เพื่อคุณภาพของ นักเรียน รวมทั้งบุคลากรในโรงเรียนที่มีกระบวนการด าเนินงานอย่างเป็นระบบ โรงเรียนปทุมวิทยากร เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ มีจ านวนนักเรียน ทั้งสิ้น ๑,๗๓๒ คน มีการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่สะท้อนการด าเนินงาน อย่างต่อเนื่อง 3 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2564 - 2566) ให้เห็นถึงแนวคิดและวิธีการ ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา และ บริบทของสถานศึกษาารสร้างโอกาสทางการศึกษา การสร้างโอกาสทางการศึกษา การเข้าใจ การเข้าถึง การ บริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ลดการออกกลางคัน เพื่อให้ประชากรในวัยเรียนทุกคนและทุกกลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงการบริการ ทางการศึกษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน และอีกประการหนึ่งการส่งเสริมรักษาความ ปลอดภัยของสถานศึกษานักเรียนโรงเรียนปทุมวิทยากรคือหัวใจของการจัดการศึกษาความปลอดภัยของ นักเรียนเป็นเรื่องที่มีความส าคัญต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. นักเรียนมีพฤติกรรมที่เหมาะสมมากขึ้น ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น หนีเรียน ก้าวร้าว หรือแยกตัว นักเรียนมีวินัยและรับผิดชอบต่อตนเองมากขึ้น แสดงออกทางอารมณ์เหมาะสม และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น 2. นักเรียนมีทักษะชีวิตและทักษะทางสังคมเพิ่มขึ้นสามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และตัดสินใจในเรื่องของตนเองได้ดีขึ้นสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ รู้จักควบคุมอารมณ์ และสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก 3. นักเรียนรู้สึกได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าของตนเอง มีความมั่นใจ กล้าแสดงออกในทางที่เหมาะสมรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญต่อชุมชนโรงเรียน ลดภาวะความเครียด ความกดดัน หรือความรู้สึกโดดเดี่ยว 4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นนักเรียนมีสมาธิในการเรียนมากขึ้น ส่งผลต่อผลการเรียนที่ดีขึ้น มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และสามารถตั้งเป้าหมายของตนเองได้ 5. นักเรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครูและเพื่อน ความสัมพันธ์ระหว่างครู-นักเรียนแน่นแฟ้นขึ้น เกิดความไว้วางใจเพื่อนร่วมชั้นมีความเอื้ออาทรและดูแลซึ่งกันและกันมากขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ด้านบทบาทและภาวะผู้นำทางวิชาชีพ ครูมีบทบาทเชิงรุกในการดูแลนักเรียนมากยิ่งขึ้น สามารถทำหน้าที่ครูที่ปรึกษาและผู้ประสานงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ครูตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลนักเรียนเชิงลึก ไม่ใช่เพียงในด้านวิชาการเท่านั้น 2. ด้านความเข้าใจในผู้เรียนรายบุคคล ครูมีความเข้าใจในบริบท พฤติกรรม และปัญหาของนักเรียนแต่ละรายได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล การสังเกต และการใช้แบบประเมินอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สามารถวางแผนการช่วยเหลือและจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้น 3. ด้านทักษะการให้คำปรึกษาและการสื่อสาร ครูมีพัฒนาการด้านทักษะการสื่อสาร การรับฟังอย่างเข้าใจ และการให้คำปรึกษาเชิงบวกกับนักเรียน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนและการสร้างความไว้วางใจในชั้นเรียน 4. ด้านการทำงานเป็นทีมและสร้างเครือข่าย ครูมีโอกาสในการทำงานร่วมกับเพื่อนครู ผู้ปกครอง และหน่วยงานภายนอกอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการทำงานแบบบูรณาการเพื่อพัฒนานักเรียนอย่างยั่งยืน 5. ด้านทัศนคติและความพึงพอใจในการทำงาน ครูมีทัศนคติที่ดีต่อบทบาทหน้าที่ของตนเองมากขึ้น รู้สึกภาคภูมิใจในการเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและชีวิตของนักเรียน อีกทั้งยังรู้สึกได้รับการสนับสนุนจากระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. มีระบบการดูแลและช่วยเหลือนักเรียนที่เป็นระบบ ชัดเจน และยั่งยืน สถานศึกษามีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการดูแลนักเรียนรายบุคคล มีการจัดเก็บข้อมูลนักเรียนอย่างเป็นระบบ และสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนและตัดสินใจได้จริง เกิดการจัดทำแผนการช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง 2. บูรณาการงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนกับทุกฝ่ายในสถานศึกษา เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร ครูประจำชั้น ครูที่ปรึกษา และบุคลากรทุกฝ่าย งานด้านการดูแลนักเรียนไม่ถูกแยกเป็นงานของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็น “วัฒนธรรมองค์กร” ที่ทุกคนมีส่วนร่วม 3. สถานศึกษามีเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับโรงเรียนแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการช่วยดูแล แก้ไข และพัฒนานักเรียนร่วมกับโรงเรียนอย่างเป็นระบบ ชุมชนและองค์กรภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน เช่น การให้คำปรึกษา การส่งต่อ หรือการให้ทุน 4. บรรยากาศภายในโรงเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้และความปลอดภัย โรงเรียนมีบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นมิตร และปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน นักเรียนรู้สึกไว้วางใจและกล้าแสดงออก ครูมีความเข้าใจนักเรียนมากขึ้น เกิดวัฒนธรรมแห่งความเข้าใจ การเคารพซึ่งกันและกันในโรงเรียน 5. สถานศึกษามีภาพลักษณ์ที่ดี และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม โรงเรียนได้รับการยอมรับจากผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอก สร้างความภาคภูมิใจแก่ครู นักเรียน และผู้บริหาร เป็นต้นแบบของการจัดระบบดูแลและช่วยเหลือนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลนักเรียนมากขึ้น ผู้ปกครองและชุมชนมีบทบาทเป็น “หุ้นส่วนทางการศึกษา” มากกว่าผู้รับบริการ มีการจัดประชุม แลกเปลี่ยน และร่วมวางแผนช่วยเหลือนักเรียนรายกรณี เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน–บ้าน–ชุมชน ที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง 2. ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนแน่นแฟ้นขึ้น โรงเรียนกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชน ชุมชนมีความเชื่อมั่นต่อโรงเรียนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความร่วมมือในโครงการอื่น ๆ เช่น การอบรมผู้ปกครอง การส่งเสริมคุณธรรม หรือการให้ทุน 3. ลดปัญหาสังคมระดับครัวเรือนและชุมชน การดูแลนักเรียนที่มีปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาใหญ่ เช่น การใช้สารเสพติด ความรุนแรง หรือการออกกลางคัน ครอบครัวได้รับคำปรึกษาและแนวทางแก้ปัญหา ทำให้เกิดการปรับตัวและพัฒนาในระดับครัวเรือน 4. ส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชนแห่งการเอื้ออาทรและรับผิดชอบร่วมกัน ชุมชนเรียนรู้การดูแลเด็กและเยาวชนร่วมกับโรงเรียนในแบบมีส่วนร่วม สร้างบรรยากาศของการเฝ้าระวัง การให้กำลังใจ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน 5. ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้และสนับสนุนการพัฒนานักเรียน ชุมชนร่วมจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ หรือให้การสนับสนุนวิทยากร ทุน หรือพื้นที่ในการพัฒนานักเรียน โรงเรียนและชุมชนเกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างนวัตกรรมร่วมกัน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการบริหารจัดการ
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก