ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการ อย่างยั่งยืน เรื่อง สวนผักบ้านนาไฮโดโปนิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2​
ผู้พัฒนา นายธนฤกษ์ สังกะเพศ
โรงเรียนโรงเรียนชุมชนสร้างถ่อสามัคคี

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           ในนยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ การเรียนรู้แบบเดิมที่เน้นทฤษฎีเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการพัฒนานักเรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 และเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชา การงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 การพัฒนาสมรรถนะเฉพาะการอาชีพและพัฒนาสมรรถนะหลักของนักเรียนรวมทั้งสมรรถนะการจัดการตนเองและสมรรถนะการคิดขั้นสูง โรงเรียนชุมชนสร้างถ่อสามัคคี จึงได้ริเริ่มพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้การงานอาชีพของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติจริง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ โดยใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป็นการเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับการเรียนการสอน กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดขั้นสูง (Higher-Order Thinking) ด้วยการวิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินค่า ไม่เพียงแต่เป็นผู้ฟัง ผู้เรียนต้องอ่าน เขียน ตั้งคำถาม และถาม อภิปรายร่วมกัน ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริง โดยต้องคำนึงถึงความรู้เดิมและความต้องการของผู้เรียน เป็นสำคัญ ทั้งนี้ผู้เรียนจะถูกเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับความรู้ไปสู่การมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงจดจำความรู้ได้นานขึ้น และการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (Experiential Learning) เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการทำงาน เช่น การวางแผน การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในเรื่องการประกอบอาชีพ การสำรวจอาชีพและการฝึกปฏิบัติอาชีพในชุมชนซึงมีหลากหลายอาชีพ โดยส่งเสริมให้เรียนรู้อาชีพที่มีการประกอบอาชีพในชุมชนมากที่สุด คือ อาชีพเกษรตกรรม เช่น การปลูกข้าว การปลูกผัก การทำไร่ เป็นต้น โรงเรียนจึงมุ่งเน้นเรื่องการปลูกผัก โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้ การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์แบบน้ำ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับการนำมาใช้ในการเรียนการสอน เนื่องจากสามารถปลูกพืชได้ในพื้นที่จำกัด และไม่ต้องใช้ดิน นวัตกรรมการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์แบบน้ำเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกและการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะที่จำเป็น สำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชาการงานอาชีพ การพัฒนาสมรรถนะเฉพาะการอาชีพและพัฒนาสมรรถนะหลักของนักเรียน รวมทั้งสมรรถนะการจัดการตนเองและสมรรถนะการคิดขั้นสูง
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน นักเรียนมีการพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้การงานอาชีพ โดยใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) ร่วมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้จริง มีความตั้งใจและความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ และเห็นความสำคัญของอาชีพที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง มีการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพ ผ่านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร โดยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ มีเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่ และอธิบายขั้นตอนการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ การนำเสนอ การทำอาหาร และการจัดนิทรรศการ มีการทำงานเป็นทีมได้ดีมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองในกลุ่ม
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีบทบาทสำคัญในการออกแบบกิจกรรมจัดการเรียนการสอน กระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด มีการออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสมมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของนักเรียน และส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติจริง โดยใช้แนวคิด Active Learning และ Experiential Learning อย่างมีประสิทธิภาพ การเป็นผู้สนับสนุนและโค้ชให้นักเรียน ครูต้องกระตุ้นให้นักเรียนมีความมั่นใจและกล้าแสดงออกโดยการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นมิตร ครูให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : การสนับสนุนเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำเกษตรจริงที่บ้าน การสร้างความร่วมมือกับโรงเรียนและชุมชน สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมของนักเรียน เช่น การจัดหาวัสดุปลูกพืช หรือการให้ความรู้ด้านการเกษตร เกษตรกรในชุมชนสามารถเป็นวิทยากรหรือที่ปรึกษา ให้กับนักเรียนและมีการช่วยเผยแพร่ผลงานของนักเรียน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ที่กว้างขึ้น ชุมชนสามารถช่วยเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้แสดงผลงานในงานท้องถิ่นหรือกิจกรรมของหมู่บ้าน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : การสนับสนุนเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำเกษตรจริงที่บ้าน การสร้างความร่วมมือกับโรงเรียนและชุมชน สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมของนักเรียน เช่น การจัดหาวัสดุปลูกพืช หรือการให้ความรู้ด้านการเกษตร เกษตรกรในชุมชนสามารถเป็นวิทยากรหรือที่ปรึกษา ให้กับนักเรียนและมีการช่วยเผยแพร่ผลงานของนักเรียน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ที่กว้างขึ้น ชุมชนสามารถช่วยเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้แสดงผลงานในงานท้องถิ่นหรือกิจกรรมของหมู่บ้าน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก