การพัฒนาสมรรถนะทางภาษาเพื่อการสื่อสาร โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-based Learning) รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2568
ผู้พัฒนา นางสาวอนุสรา วงศ์หมั้น
โรงเรียนโรงเรียนบ้านนาดีทุ่งเจริญ
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
ในศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านภาษาสำหรับการสื่อสารเป็นสมรรถนะที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะในรายวิชาภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศ ทั้งในบริบททางการศึกษา การประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านนาดีทุ่งเจริญ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ มีความไม่มั่นใจในการพูดและฟังภาษาอังกฤษ ขาดเจตคติที่ดีต่อการเรียน และขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ส่งผลต่อพัฒนาการทางภาษาที่ไม่เต็มศักยภาพ
จากปัญหาดังกล่าว ผู้จัดทำจึงได้พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยบูรณาการ แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านการคิด วิเคราะห์ การอภิปราย การทำงานร่วมกัน และการลงมือปฏิบัติจริง กับ เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-based Learning: ABL) ซึ่งเน้นการใช้กิจกรรมที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ตามธรรมชาติของผู้เรียน ช่วยให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายและพัฒนาทักษะการใช้ภาษาในบริบทจริง
การจัดการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมนี้ ได้ออกแบบกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับช่วงวัยและบริบทของผู้เรียน เช่น กิจกรรม Role-play, การเรียนรู้แบบสถานี (Station Learning), การเล่นเกมภาษา, กิจกรรมอภิปรายในชั้นเรียน (Classroom Discussion), กิจกรรมแบบร่วมแรงร่วมใจ (Cooperative Learning Activities), การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ (Situational Learning) และกิจกรรมกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาสมรรถนะทางภาษาอย่างรอบด้านทั้งด้านความรู้ (Knowledge) ทักษะการปฏิบัติ (Practice) และเจตคติ (Attitude)
นวัตกรรมนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล และสามารถใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารได้อย่างมั่นใจในชีวิตประจำวันและอนาคต
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนสามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น มีพัฒนาการด้านการใช้คำศัพท์ สำนวน และไวยากรณ์ได้ถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ กล้าแสดงออกทางภาษา ทั้งในการตอบคำถาม การสื่อสารในกลุ่ม และการนำเสนองานหน้าชั้นเรียน
ผลลัพธ์ต่อครู : พัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้: ครูมีโอกาสพัฒนาเทคนิคการจัดการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่หลากหลายและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ปรับบทบาทจากผู้ถ่ายทอดเป็นผู้อำนวยความสะดวก: ครูเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้กระตุ้น ส่งเสริม และให้คำปรึกษาแทนการบรรยายเพียงอย่างเดียว เกิดความภูมิใจในวิชาชีพ: เห็นความก้าวหน้าของนักเรียน มีแรงจูงใจในการสร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพมากขึ้น พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผลลัพธ์ (KPA): ครูได้ออกแบบแผนการสอนอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงสมรรถนะ (K) ทักษะปฏิบัติ (P) และเจตคติ (A) อย่างครบถ้วน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เน้นคุณภาพ: โรงเรียนมีภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะสถาบันที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะภาษาและสมรรถนะที่จำเป็นของผู้เรียน พัฒนาระบบการนิเทศภายใน: โรงเรียนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสังเกตชั้นเรียน และการประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน: ครูร่วมมือกันวางแผน พัฒนา และแลกเปลี่ยนนวัตกรรม ซึ่งเป็นรากฐานของโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : เกิดการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของนักเรียน: ผู้ปกครองและชุมชนเห็นคุณค่าของการศึกษา สนับสนุนกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับบริบทท้องถิ่น ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้: ชุมชนมีบทบาทในการเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมภาษาอังกฤษ เช่น จำลองร้านค้า ตลาด หรือสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้นักเรียนฝึกใช้ภาษาในบริบทจริง เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน: เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนอย่างยั่งยืน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]