ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การสร้างนิทานเรื่องสั้นเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ CIPPA Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ
ผู้พัฒนา นางสาวสุวิษา ผิวทอง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           ภาษาอังกฤษนับว่าเป็นภาษาสากลของโลก ที่ทุกคนให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันภาษาอังกฤษมีความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องใช้ โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารไม่ว่าจะเป็นด้านการเขียนหรือการพูด อีกทั้งยังเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ รายการวิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต เป็นต้น ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในและนอกห้องเรียนเพื่อให้นักเรียนนำภาษาไปใช้ในสถานการณ์จริง ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เหมาะสมกับกาลเทศะและสังคมวัฒนธรรมของการใช้ภาษานั้นๆ นอกจากนั้นยังต้องเน้นความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ที่เรียนเพื่อเป็นเครื่องมือในการค้นหาความรู้ในการเรียนวิชาอื่นๆ และในการศึกษาต่อรวมทั้งการประกอบอาชีพ การเขียนเป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างหนึ่งที่จะต้องดำเนินการจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็นทำเป็น เขียนเป็น และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง การเขียนภาษาอังกฤษให้เข้าใจมีบทบาทที่สำคัญยิ่งในสังคมไทยในปัจจุบัน ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ นักเรียน ต้องมีความรู้พื้นฐานในการเขียน เพื่อให้มีความรู้กว้างขวางและลึกซึ้ง การเขียนคำศัพท์ง่ายๆ โดยเฉพาะนิทานสั้น เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้เรียนสนใจเพิ่มขึ้น นิทานหรือนิยายสั้นๆ เป็นสิ่งที่เด็กๆ รัก ผู้ใหญ่ชอบ นิทานของแต่ละชาติจะมีลักษณะเด่นของชาตินั้นปรากฏอยู่ ผู้เขียนมักใช้นิทานเป็นเครื่องแสดงถึงภูมิธรรมของแต่ละชนชาติ นิทานยังเป็นเครื่องแสดงความรัก ความเอาใจใส่ของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก ผลพลอยได้จากนิทานคือ หลักประพฤติปฏิบัติในชีวิต จริยธรรม คุณธรรม ที่แทรกอยู่ในเนื้อหานิทานนี้ด้วย รูปแบบการสอนแบบซิปปา หมายถึง กระบวนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความคิด และการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ สามารถสร้างความรู้ ค้นพบความรู้ได้ด้วยตนเอง นักเรียนมีบทบาทมากในกิจกรรมการเรียนการสอน และผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ C (Construction) คือ ครูจัดกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนมีโอกาสสร้างความรู้ด้วยตนเอง I (Interaction) คือ ให้นักเรียนทำกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้มี ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับบุคคลและแหล่งความรู้ที่หลากหลาย P (Physical Participation) คือ จัดกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกาย P (Process Learning) คือ จัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่างๆ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการทำงานให้สำเร็จ A (Application) คือ การจัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น กระบวนการ Cippa Model จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จะช่วยให้นักเรียนได้นำเอาความรู้พื้นฐานจากที่ตนเองมี มาสร้างความรู้คิดค้นเขียนคำศัพท์นอกเหนือจากที่ตนเรียน นำไปสู่การแลกเปลี่ยนการเขียนคำและวลีสั้นๆ กับเพื่อนนักเรียนด้วยกันในห้อง นอกจากนี้ เกิดการเขียนคำศัพท์ใหม่ๆ จากการศึกษานอกห้องเรียน และสร้างผลงานนิทานจากการกระบวนการคิดเป็นกลุ่ม เกิดกระบวนการแก้ปัญหาระหว่างทำงาน และมีทักษะการทำงานให้สำเร็จ จนนำไปสู่การนำไปใช้นอกห้องเรียนให้ได้ประโยชน์สูงสุด จากการศึกษาปัญหาของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ พบว่าผลสัมฤทธิ์ในการสอบวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำกว่าเกณฑ์ตามที่โรงเรียนกำหนดไว้ และพบว่านักเรียนมีปัญหาด้านทักษะการเขียน และอ่าน ไม่เข้าใจ เขียนคำศัพท์สั้นๆ ไม่ได้ รวมถึงไม่รู้ความหมายของคำศัพท์นั้น สำหรับปัญหาของนักเรียนที่พบในการสอนทักษะเขียน อาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ กระบวนการเรียนการสอนของครู สื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์ต่างๆ ในชั้นเรียน ตลอดจนบรรยากาศในชั้นเรียน การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษสามารถทำได้หลายวิธี การใช้แบบฝึกทักษะการเขียน โดยใช้นิทานภาษาอังกฤษสั้นๆ จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และจูงใจนักเรียนให้สามารถเขียนคำศัพท์ วลี หรือประโยคพื้นฐานได้ นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้กระบวนการคิดข้อคิดที่จากการเขียนนิทานซึ่งสามารถพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของนักเรียนได้ จากความเป็นมาและปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น จึงสนใจที่จะทำสร้างสมุดเล่มเล็กเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ CIPPA Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านสว่างหนองเสือ ให้ดีขึ้น และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเขียนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการเขียนเพิ่มขึ้น มีความสามารถในการเขียนวลีสั้นๆ ประโยคสั้นๆได้ โดยการค้นหาความรู้ด้วยตนเอง 2. ได้เรียนรู้วิธีการทำงานเป็นกลุ่ม การทำงานในแต่ละส่วนต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจในการทำงาน มีปฏิสัมพันธ์ในการทำงาน 3. มีความอดทนในการทำงาน เพราะต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เกิดกระบวนการแก้ปัญหา 4. เกิดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ นำไปสู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูผู้สอนเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน เกิดการศึกษาค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่ผู้เรียนร่วมกันแก้ไขให้ตรงจุด ครูต้องมีทักษะในการออกแบบและปรับกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความต้องการและลักษณะของนักเรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีนวัตกรรมที่ใช้พัฒรา และแก้ปัญหาผู้เรียน ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในสถานศึกษาเพิ่มสูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชมให้การสนับสนุน ในการใช้นวัตกรรม ไว้วางใจให้จัดกิกรรมการเรียนรู้แก่เด็ก
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก