ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ Unplugged Coding เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ และการคำนวณ เรื่อง Funny UNO สนุกเล่น สนุกอ่าน สนุกสร้างความสามัคคี
ผู้พัฒนา นางสาวพิชมญ เทพนิมิตร
โรงเรียนโรงเรียนบ้านแต้เก่า

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning คือ กระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้อง ได้มีโอกาสลงมือกระทำมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว โดยมีกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนประยุกต์ใช้ทักษะและ เชื่อมโยงองค์ความรู้นำไปปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหา โดยมีกระบวนการเรียนรู้โดยการอ่าน การเขียน การโต้ตอบ และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่ คิดวิเคราะห์สังเคราะห์และการประเมิน (Bonwell & Eison, 1991) การประยุกต์การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนจะทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ส่งเสริมให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน และผู้เรียนกับผู้เรียนจึงถือเป็นการจัดการเรียนการสอนประเภทหนึ่งที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า Active Learning คือกระบวนการจัดการ เรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระทำ และได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป และเป็นการจัด 3 กิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้สมมติฐานพื้นฐาน 2 ประการ คือ (1) การเรียนรู้เป็นความพยายามโดยธรรมชาติของ มนุษย์และ (2) แต่ละบุคคลมีแนวทางในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน (Meyers and Jones) โดยผู้เรียนจะเปลี่ยน บทบาทจากผู้รับความรู้(receive) ไปสู่การมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้(co-creators) สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ ประเด็นที่ 3 การปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉม ข้อ 3.1 การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 ได้กำหนดเป้าหมายให้คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560 – 2564 ที่มีเป้าหมายเพื่อเตรียมคนในสังคมไทยให้มีทักษะในการดำรงชีวิตสำหรับโลก ศตวรรษที่ 21 ซึ่งหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้านการศึกษาในการเตรียมความพร้อมให้กับคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ Codingเพื่อเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ให้เท่าทันพลวัตของการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง นโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในระดับประถมศึกษา ให้จัดการเรียนการสอนเพื่อฝึกทักษะการคิดแบบมีเหตุผลและเป็นขั้นตอน และพัฒนาครูให้มีความชำนาญในการสอนภาษาอังกฤษและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) กอปรกับนโยบายด้านการศึกษาของ คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการพัฒนาคนสู่ศตวรรษที่ 21 โดยสนับสนุนให้เด็กไทยได้เรียน ภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) พร้อมพัฒนาหลักสูตรรองรับโลกยุคดิจิทัล ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาคมพิวเตอร์ (Coding) เพราะการเรียนดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นกระบวนการคิด เช่น การคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ทั้งนี้ คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “นโยบาย Coding เป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ดิฉันเร่งผลักดันมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเชื่อว่า Coding คือ ทางรอดของทุกเรื่อง ทางรอดของทุกวิกฤต หากเรามีความรู้เรื่อง Coding แล้ว จะเผชิญหน้ากับกี่วิกฤตเราก็จะผ่านมันไปได้ เราจะสร้างองค์ความรู้และปลูกฝัง Coding ให้กับประชาชนทุกภาคส่วน โดยใช้ภาคการศึกษานำ และใช้กลไกกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง” การนำนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบ Unplugged Coding มาบูรณาการกับหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้จะทำให้นักเรียนเกิดทักษะและกระบวนการคิด รู้จักแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอน ผ่านรูปภาพ สัญญาลักษณ์และข้อความ เรียนรู้จากการเล่นเพื่อเป็นทักษะแห่งอนาคต เรียนรู้การวางแผนการทำงานเป็นทีม จากหลักการจัดการเรียนรู้เชิงรุก active learning กับแนวคิดของ Unplugged Coding ผู้จัดทำมองว่ามีความสอดคล้อง เชื่อมโยงกับปัจจุบัน ที่สังคมโลกและสังคมไทย กำลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อันเป็นยุคที่มีความสลับซับซ้อน และมี การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การศึกษาของไทยถึงเวลาปรับเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้การศึกษา สามารถสร้างผลผลิตได้สอดคล้องกับความต้องการและบริบทของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันพบว่าปัญหาพื้นฐานของการเรียนทักษะทั้งสี่ทางภาษาอังกฤษ คือ ปัญหาคําศัพท์เนื่องจาก ความรู้ ด้านคําศัพท์ไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้นักเรียนไม่ประสบความสำเร็จในการ เรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นทักษะ การฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญ และจำเป็นที่นักเรียนจะต้องมีพื้นฐานเกี่ยวกับคําศัพท์ จึงจะสามารถเรียนภาษาได้ดี จึงเป็นที่ยอมรับ ว่า “คําศัพท์” เป็นหัวใจสำคัญในการศึกษาภาษาอย่างหนึ่ง เกมเป็นสิ่งที่มีการนำมาใช้ในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ในวิชาต่างๆ อย่างแพร่หลาย ในวิชาที่เกี่ยวกับ การใช้ภาษาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเรามักจะพบว่าเยาวชนไทยที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง จำนวนมาก ยังรู้สึกว่าตนเองมีปัญหาในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ถึงแม้จะใช้เวลาในการเรียนเป็นระยะเวลากว่า ๓-๖ ปี หรือมากกว่าแล้วก็ตาม หากสังเกตชาวต่างชาติที่มาอาศัยในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้เรียนวิชาภาษาไทย แต่สามารถ ที่จะสื่อสารกับคนไทยได้ในชีวิตประจำวันนั้น จะพบว่าลำดับขั้นตอนในการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ต่างจากขั้นตอนของเยาวชนไทยอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่ เด็กไทยจะถูกปลูกฝังให้รู้จักการเขียน หรือการสะกดก่อน และจึงแต่งประโยค และนำมาพูด โดยบางคนอาจต้องไปเรียน English Conversation เพื่อการนี้โดยเฉพาะ โดยมีความเชื่อ ว่าการสนทนาเป็นศาสตร์ขั้นสูงในการเรียน จึงไม่แปลกที่จะพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ท่อง A-Z ได้ แต่ไม่สามารถ หรือไม่มีความกล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษ หรืออ่านภาษาอังกฤษได้ และฟังชาวต่างชาติพูดไม่รู้เรื่อง โดยหลักสูตรของต่างประเทศ ในการเรียนภาษาที่ไม่ใช่ภาษาถิ่นนั้น จะเริ่มจากการทำความ คุ้นเคยในการฟัง และพูดก่อนเป็นขั้นพื้นฐาน ซึ่งอาจไม่ส่งผลในด้านวิชาการในขั้นต้น แต่ส่งผลโดยตรง ต่อความเคยชิน ที่จะฟังและพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้ โดยการสนทนาจะถูกจัดเป็นวิชาขั้นพื้นฐาน (ไม่รวมถึงการสนทนาในสาขาวิชาเฉพาะ) การอ่านทำความเข้าใจ และการเขียนเป็นศาสตร์ขั้นสูงเกมเป็นวิธีการฝึกภาษาที่ใช้ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้เรียนจะมีความสนุกในการเรียน และทำให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการใช้ภาษา นอกจากนี้การเล่นเกมทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่จัดขึ้น เกิดความสนุกสนานและช่วยเสริมการเรียนรู้ในเรื่องของคำศัพท์ได้เป็นอย่างดี ทำให้นักเรียนฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ ก่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษ นอกจากนี้การที่นักเรียนจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นยำ และมีความคงทนในการจำคำศัพท์ เป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้นักเรียนเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างดี โดยในโลกปัจจุบัน ภาษาอังกฤษถูกใช้เป็นภาษากลางที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับบุคคล บริษัท หรือองค์กรทั่วโลก นอกจากนี้ภาษาอังกฤษยังเป็นภาษาพื้นฐานที่จะช่วยให้บุคคลมีโอกาสในการเข้าทำงานและมีความก้าวหน้ามากกว่าบุคคลที่สื่อสารได้เพียงภาษาเดียว นอกจากนี้การทดสอบระดับประเทศ เช่น O-NET ยังมีวิชาภาษาอังกฤษเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และแนวปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการพบว่า ผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ นั้นต้องมีระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษขั้นเริ่มต้นที่ระดับ A1 ตามกรอบความเชี่ยวชาญทางภาษามาตรฐานสากล Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) ซึ่งข้าพเจ้า ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ จึงได้คิดค้นนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนการสอนและออกแบบกิจกรรมต่างๆ ด้วยการใช้เกม เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน โดยวิเคราะห์จากบริบทของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ของโรงเรียนบ้านแต้เก่า ตำบลหนองบก อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี เพราะในยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีเข้ามามากมาย รวมถึงเกมในมือถือยังทำให้นักเรียนนั้นใช้เวลาส่วนใหญ่โดยเปล่าประโยชน์ ส่งผลให้นักเรียนมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว รุนแรง ใช้คำหยาบมากยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าผู้คิดค้นนวัตกรรมจึงเล็งเห็นความสำคัญในความสนใจของนักเรียนที่จะนำมาประยุกต์เข้ากับรายวิชาภาษาอังกฤษโดยใช้เกม Funny UNO สนุกเล่น สนุกอ่าน สนุกสร้างความสามัคคี ที่เน้นการจดจำคำศัพท์ในการนำมาต่อ หรือเรียงเป็นคำไขว้ที่จะสามารถฝึกสมาธิ ความจำ การแก้ปัญหา ไหวพริบ รวมถึงความสามัคคีในหมู่คณะ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างแรงจูงใจ ความมั่นใจ ความคิดสร้างสรรค์ในบริบทของนักเรียนที่มีความคุ้นเคยกับการเล่นเกม อันจะช่วยส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนให้สามารถนำความรู้ด้านภาษาไปปรับใช้ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพในบริบทที่นักเรียนเข้าใจและเข้าถึง
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑.๑ มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม ความสามารถในการคิด ๒.๑ สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ ๒.๒ มีความสามารถในการคิดอย่างมีระบบ ๒. .นักเรียนได้พัฒนาความสามารถด้านการอ่านการเขียนคำในภาษาอังกฤษ ๓. นักเรียนได้พัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ ๔. นักเรียนได้ความสนุกสนานต่อการใช้ชุดกิจกรรมแบบ Unplugged Coding
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ Unplugged Coding ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีทิศทางในการพัฒนาและส่งเสริมรูปแบบการจัด การเรียนรู้ที่ส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง มีความพึงพอใจในกิจกรรม เนื่องจากนวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการคิด และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วย TK Unplugged Coding” ได้นำความต้องการของชุมชน มาร่วมออกแบบเป็นชุดกิจกรรม
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก