นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาเชิงประสบการณ์ผ่านกิจกรรมเครื่องจักสานไม้ไผ่เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตและการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของนักเรียนระดับประถมศึกษาโรงเรียนบ้านหนองแล้ง
ผู้พัฒนา นางวิภาดา ชนะประโคน
โรงเรียนโรงเรียนบ้านหนองแล้ง
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นรายวิชาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ และโลก โดยเน้นให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสาธารณะ รู้จักดำรงตนอย่างเหมาะสมในสังคม มีทักษะชีวิตที่ดี และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ในบริบทของโรงเรียนบ้านหนองแล้ง ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนชนบทที่มีทุนทางวัฒนธรรมหลากหลาย “เครื่องจักสานไม้ไผ่” ถือเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ความอดทน และความสัมพันธ์ในชุมชนอย่างลึกซึ้ง จากการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมาพบว่า นักเรียนขาดโอกาสในการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ส่วนใหญ่เรียนรู้ผ่านตำราและการบรรยาย ซึ่งไม่เพียงพอต่อการพัฒนาทักษะชีวิตหรือการเข้าใจคุณค่าของวัฒนธรรมรอบตัว นักเรียนหลายคนไม่รู้จักการจักสาน ไม่เคยจับไม้ไผ่หรือรู้ที่มาของภาชนะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กระติ๊บข้าว ตะกร้า หรือกล่องข้าว ทั้งที่สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในชุมชนของตนเอง การเรียนรู้จึงขาดความหมายและไม่สามารถเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้อย่างแท้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงมีแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สังคมศึกษาเชิงประสบการณ์ โดยเชิญวิทยากรซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้านหรือผู้มีทักษะในการจักสานไม้ไผ่มาร่วมถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียน ผ่านกระบวนการบรรยาย สาธิต และการให้ลงมือฝึกปฏิบัติจริง ครูได้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีทั้งช่วงการสังเกต วิเคราะห์ ถามตอบ การลงมือทำ การสรุปผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการสะท้อนคิดผ่านใบงานหรือการนำเสนอผลงาน นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของงานจักสาน ความสำคัญทางวัฒนธรรม เทคนิคพื้นฐาน ไปจนถึงการสร้างสรรค์ชิ้นงานด้วยตนเอง นวัตกรรมนี้ไม่เพียงส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเครื่องจักสานไม้ไผ่ แต่ยังช่วยพัฒนา “ทักษะชีวิต” ที่สำคัญ เช่น ความอดทน การทำงานร่วมกัน ความรับผิดชอบ และการเห็นคุณค่าในงานฝีมือ รวมทั้งปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น ความมีวินัย ความเคารพในภูมิปัญญา และความภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาการเรียนรู้แบบองค์รวมที่สอดคล้องกับสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 กิจกรรมดังกล่าวยังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โดยวิทยากรในชุมชนมีบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้ อันเป็นการสืบสานวัฒนธรรมให้คงอยู่ และทำให้นักเรียนตระหนักว่า “วิชาสังคมศึกษา” ไม่ใช่เพียงการจดจำเนื้อหาในตำราเท่านั้น แต่คือการเรียนรู้ชีวิต เข้าใจรากเหง้าของตน และสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอย่างแท้จริง
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและสามารถลงมือปฏิบัติจริงได้อย่างมีทักษะ เกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง พร้อมทั้งพัฒนาทักษะชีวิต เช่น ความอดทน ความร่วมมือ และการแก้ปัญหา
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีแนวทางในการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับชุมชนได้ชัดเจนมากขึ้น สามารถจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเห็นพัฒนาการของนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : โรงเรียนมีรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น เกิดผลสัมฤทธิ์ด้านคุณภาพผู้เรียน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับการเรียนการสอน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชนมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดภูมิปัญญาและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต เกิดความภาคภูมิใจและความร่วมมือระหว่างชุมชนกับโรงเรียนในการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]