ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้คณิตศาสตร์ผ่านการทำบัญชีครัวเรือนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก ร่วมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้พัฒนา นายนับธนะ บัวใหญ่
โรงเรียนโรงเรียนบ้านพระโรจน์(ชนูปถัมภ์)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           ปัญหาหนี้สินครัวเรือนเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศไทย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการสำรวจในพื้นที่ชุมชนบ้านพระโรจน์ ตำบลหนองช้างใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี พบว่าหลายครอบครัวประสบปัญหาทางการเงิน ขาดทักษะในการบริหารจัดการการเงิน และไม่มีการวางแผนทางการเงินอย่างเป็นระบบ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือการขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดทำบัญชีครัวเรือนและการไม่มีวินัยทางการเงิน ในด้านการศึกษา ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านพระโรจน์(ชนูปถัมภ์) ในปีการศึกษาที่ผ่านมา มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ โดยเฉพาะในสาระการเรียนรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนยังขาดความเข้าใจในการนำความรู้คณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง จากการวิเคราะห์ปัญหาการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่เข้าใจเนื้อหาคณิตศาสตร์ในชั้นเรียน แต่ขาดทักษะในการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง โดยเฉพาะการนำความรู้เรื่อง ร้อยละ สถิติ และการคำนวณพื้นฐาน ไปใช้ในการบริหารจัดการการเงิน การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ที่ผ่านมามักเน้นการบรรยายและการท่องจำสูตร ขาดการเชื่อมโยงกับชีวิตจริง ทำให้นักเรียนไม่เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการเรียนคณิตศาสตร์ ส่งผลให้นักเรียนขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้นี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงเนื้อหาคณิตศาสตร์กับการทำบัญชีครัวเรือน ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง พัฒนาทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะทางการเงิน มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และสามารถถ่ายทอดความรู้ไปสู่ครอบครัวและชุมชนได้ นวัตกรรมนี้ยังสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการพึ่งตนเอง มีความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของผู้เรียนและครอบครัว
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเรื่องร้อยละ สัดส่วน และสถิติเบื้องต้นที่ลึกซึ้งขึ้น เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดทางคณิตศาสตร์กับการนำไปใช้ในสถานการณ์จริง สามารถอธิบายขั้นตอนการคำนวณร้อยละและการสร้างกราฟประเภทต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง นักเรียน
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ความมุ่งมั่นและความเข้าใจของครู - ครูผู้สอนมีความเข้าใจในแนวคิดและหลักการของนวัตกรรม และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผู้เรียน 2. ทักษะการจัดการเรียนรู้ - ครูมีทักษะการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานและการเรียนรู้เชิงรุก 3. การวางแผนและเตรียมการที่ดี -
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. การสนับสนุนจากผู้บริหาร - ผู้บริหารโรงเรียนให้การสนับสนุนด้านนโยบาย งบประมาณ และทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาและดำเนินการตามนวัตกรรม 2. บรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนา - โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบโครงงานและการเร
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. การสนับสนุนจากผู้ปกครอง - ผู้ปกครองให้ความร่วมมือและสนับสนุนนักเรียนในการทำโครงงานบัญชีครัวเรือน 2. การเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน - ครอบครัวยินดีให้ข้อมูลทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อการทำโครงงานของนักเรียน (ในขอบเขตที่เหมาะสม) 3. การมีส่วนร่วมของชุมช
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก