การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบ 2W3P ด้วยเกมการศึกษา รายวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม (อ14201) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้พัฒนา นายเอกชัย เขียววรรณ์
โรงเรียนโรงเรียนบ้านทุ่งใต้
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองหรือภาษาต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพครูผู้สอนควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการอ่านเพื่อนำความรู้เกี่ยวกับกระบวนการอ่านมาประยุกต์ใช้ในวิธีสอนอ่านแบบต่างๆ เนื่องจากการสอนอ่านภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองและภาษาต่างประเทศได้รับอิทธิพลความคิดและทฤษฎีในการสอนอ่านจากการสอนอ่านภาษาอังกฤษ เป็นภาษาแม่อย่างมาก (วิสาข์ จัติวัตร์; 2543, น.1-2) ดังนั้นจุดมุ่งหมายในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่จะให้ได้ผลดีนั้นผู้เรียนต้องมี ความสามารถในการฟัง พูด อ่านและเขียน อันเป็นทักษะในการแสดงออกทางภาษาซึ่งในทักษะทั้ง 4 นี้หากจะเปรียบเทียบความสำคัญแล้วนับได้ว่าทักษะการอ่านเป็นทักษะที่ได้รับการเน้นและถือว่าเป็นทักษะที่จำเป็นที่สุดสำหรับนักเรียน ความสำเร็จในชีวิตการเรียนการศึกษาและการประกอบอาชีพหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับการอ่านเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่ง ในชีวิตคนเรานั้นแทบทุกอาชีพและทุกระดับชั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงการอ่านได้เลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนนิสิตนักศึกษาจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่เพื่อการอ่าน ทั้งนี้เพื่อผลสัมฤทธิ์ในชีวิตการเรียน การศึกษา รวมทั้ง เพื่อเป็นผู้ชนะในการแข่งขันเพื่อศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ (เถกิงกิจ แก้วเสน่ห์; 2541, น.1) การอ่านภาษาอังกฤษเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่เวลาอ่านภาษาอังกฤษ คืออ่านแล้วไม่เข้าใจทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากไม่เข้าใจความหมายของคำศัพท์ที่มีอยู่ในข้อความที่กำลังอ่านได้จึงทำให้เกิดความรู้สึกว่าการอ่านเป็นเรื่องยากลำบาก น่าเบื่อหน่ายและยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้เกิดความหวั่นไหวไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเองฉะนั้นในการอ่านเพื่อความเข้าใจการรู้คำศัพท์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น จะมองข้ามไปไม่ได้เป็นอันขาดแม้ว่าจะสามารถใช้ทักษะหรือเทคนิคอื่นๆเพื่อการอ่านได้ดีเพียงใดก็ตามแต่ถ้าหากไม่ทราบความหมายของคำในข้อความที่กำลังอ่านก็คงไม่เข้าใจสิ่งที่อ่านนั้นได้ตลอดหรือถูกต้องแต่กลับทำให้เสียเวลาและไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการอ่านนั้นๆเลย (สมุทร เซ็นเชาวนิช; 2540, น.15)
จากความสำคัญของภาษาอังกฤษดังกล่าว ส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนมุ่งพัฒนาคุณภาพการเรียนเพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆการแสวงหาความรู้ และการประกอบอาชีพ ทั้งนี้การสอนภาษานั้นมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ซึ่งเป็นการสอนที่เน้นทักษะสัมพันธ์ที่มุ่งบูรณาการทักษะทางภาษาทั้ง 4 ทักษะได้แก่ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนแต่อย่างไรก็ตาม (ศิริพร สุธรรมเตชะ; 2541, น.2) ได้รวบรวมและศึกษาเอกสารต่างๆเกี่ยวกับทักษะทางภาษานั้นพอสรุปได้ว่า หากพิจารณาถึงทักษะทั้ง4 ดังกล่าวแล้วนั้นโอกาสที่นักเรียนจะได้ใช้ทักษะการอ่านจะมีมากที่สุดเนื่องจากคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ค่อยมีโอกาสพบปะพูดคุยกับผู้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันมากนัก ทักษะการฟังการพูดจึงเกิดขึ้นได้ยากสำหรับทักษะการเขียนนั้นถือว่าเป็นทักษะที่อาศัยความรู้ ความเข้าใจและมีพื้นฐานมาจากการฟัง พูด อ่านจึงเป็นทักษะที่มีโอกาสฝึกน้อยส่วนทักษะการอ่านนั้นมีโอกาสได้ใช้มากกว่าทักษะอื่นเนื่องจากเอกสารสิ่งพิมพ์ อันได้แก่ หนังสือพิมพ์ วารสาร หนังสือ ตำราประกาศ ฉลากคำแนะนำการใช้สินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆยังพอมีพบเห็นทั่วไปจากคำกล่าวข้างต้นสอดคล้องกับทรรศนะของ (เรวดี หิรัญ; 2540, น.149) ที่ได้กล่าวไว้ว่าทักษะด้านภาษาเป็นทักษะที่จำเป็นและสำคัญเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน เนื่องจากในปัจจุบันโอกาสที่เราจะเห็นและอ่านภาษาอังกฤษมีมากขึ้นเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาจึงได้รับเอาเทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่รวมทั้ง เครื่องอุปโภคบริโภคจากต่างประเทศ ดังนั้นการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศในสถาบันการศึกษาจึงควรเน้นหนักที่การอ่าน เพราะเป็นทักษะที่ใช้มากที่สุดและจำเป็นที่สุด การเรียนภาษาอังกฤษที่เป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐานซึ่งกำหนดให้เรียนตลอดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 คือ ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาต่างประเทศอื่น เช่น ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น อาหรับ บาลีและภาษากลุ่มประเทศเพื่อนบ้านหรือภาษาอื่นๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะจัดทำรายวิชาและจัดการเรียนรู้ตามความเหมาะสมกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมุ่งหวังให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษสามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆแสวงหาความรู้ประกอบอาชีพและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอันหลากหลายของประชาคมโลกและสามารถถ่ายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกได้อย่างสร้างสรรค์ (กระทรวงศึกษาธิการ; 2551, น.1)
การสอนภาษาเพื่อการสื่อสารควรเริ่มตั้งแต่มีความรู้พื้นฐานด้านคำศัพท์ (Vocabulary) ซึ่งเป็นเพียงพื้นฐานของการนำภาษาไปใช้ในทักษะต่างๆ ทักษะการ ฟัง ทักษะการพูด ทักษะการอ่าน และทักษะด้านการเขียน ถ้าผู้เรียนมีความรู้ด้านคำศัพท์ไม่เพียงพอ ผู้เรียนก็จะประสบปัญหาในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารต่างๆ การเรียนภาษาที่จะเข้าใจภาษาได้ดี ยิ่งขึ้น คือความเข้าใจในโครงสร้างภาษาและการรู้ความหมายของคำศัพท์ (Long and Richards,1987) ซึ่งกล่าวได้ว่าคำศัพท์เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของภาษาไม่ต่างจากโครงสร้างหรือไวยากรณ์ ดังนั้นคำศัพท์จึงเป็นส่วนสำคัญในการเรียนรู้ภาษา ยิ่งผู้เรียนมีความสนใจการเรียนรู้ คำศัพท์มากเท่าใด หรือมีเป้าหมายที่ชัดเจนและสมเหตุสมผลสำหรับการเรียนรู้คำศัพท์ การเรียนรู้ภาษาที่จะนำไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น (Schmitt, & McCarthy, 1997, p.199-227) จากการศึกษายังมี Wilkins (1972, p.111) กล่าวว่าถ้าไม่มีความรู้ไวยากรณ์จะทำให้สื่อความหมายได้น้อยมาก แต่ถ้าไม่รู้คำศัพท์จะไม่สามารถสื่อความหมายได้เลย หมายถึงการเรียนภาษาที่สองต้องมีความรู้ ด้านคำศัพท์ที่เพียงพอเพื่อให้การสื่อสารสามารถเข้าใจได้ ถึงแม้จะมีความรู้ด้านไวยากรณ์ที่จำกัด แต่ในทางตรงข้ามกันถ้าผู้เรียนภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่สองไม่มีความรู้ด้านคำศัพท์จะไม่สามารถเข้าใจและสื่อสารอะไรได้เลย การที่ผู้เรียนจะสามารถเขียนหรือแต่งประโยคได้อย่างถูกต้องนั้น ผู้เรียน จะต้องรู้จักคำศัพท์ความหมาย หน้าที่ของคำศัพท์ที่จะนำมาใช้เพื่อให้การเขียนนั้นถูกต้องตามรูปแบบ ไวยากรณ์ และจะนำไปสู่การสื่อสารที่ถูกต้อง (ธีร์วรา ปลาตะเพียนทอง, 2562, น.9) ซึ่งในปัจจุบันมีการจัดการเรียนรู้โดยการใช้เกมมาช่วยในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งเกมเป็นสิ่งที่มีการนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวิชาต่างๆ อย่างแพร่หลายในวิชาที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา การเล่นเกมช่วยให้นักเรียนใช้ภาษาได้ในสถานการณ์ที่มีความหมาย ช่วยให้ผู้เรียนมีความก้าวหน้าในการใช้ภาษา แนวคิดหนึ่งที่ผู้ศึกษาให้ความสนใจคือ แนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game based Learning) โดยลักษณะการจัดการเรียนรู้สามารถสร้างความสนใจและความสนุกสนานให้แก่ ผู้เรียน มีกฎเกณฑ์ กติกา ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เข้าใจจดจำบทเรียนได้ง่ายและพัฒนาทักษะต่างๆ รวดเร็ว อีกทั้งส่งผลให้ผู้เรียนได้รู้จักการทำงานร่วมกัน ซึ่งในเกมแต่ละเกมนั้นอาจมีผู้เล่นคนเดียวหรือหลายคน แข่งขันกันหรือร่วมมือกันทำกิจกรรมตามกติกาที่ตกลง มีการกำหนดระบบการให้คะแนนหรือวิธีการตัดสินชนะหรือแพ้ (สุคนธ์ สินธพานนท์; 2554, น.210) อีกทั้งการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานเป็นกระบวนการที่มีลักษณะที่ ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยการให้ผู้เรียนเล่นเกมตามกติกาและนำ เนื้อหาและข้อมูลของเกม พฤติกรรมการเล่น วิธีเล่น และผลการเล่นเกมของผู้เรียนมาใช้ในการอภิปรายเพื่อสรุปการเรียนรู้ (ทิศนา แขมมณี; 2562, น.147) จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการปฏิบัติ ทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และทักษะการสื่อการ การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานมีผลพฤติกรรมการแสดงออก ความรู้สึกสนุกสนานผ่อนคลาย ซึ่งความรู้สึกและพฤติกรรมที่ปรากฏอาจกล่าวได้ว่าเป็นแรงจูงใจในการเรียน จากการได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน ประกอบกับผลการศึกษาของ นอกจากนั้นงานวิจัยหลายท่านที่แสดงให้เห็นว่านอกจากผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานจะส่งผลต่อการพัฒนาทักษะและความรู้แล้วยังส่งผลต่อเจตคติหรือแรงจูงใจที่มีต่อการเรียน อาจกล่าวได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานผู้เรียนจะได้เรียนรู้และใช้กระบวนการ แก้ไขปัญหาด้วยตนเองเป็นการพัฒนาทักษะตามองค์ประกอบของทักษะการเรียนภาษาและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ด้วย
จากการศึกษาปัญหาการเรียนการสอนในปัจจุบันพบว่าการเรียนการสอนในประเทศไทยไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรโดยเฉพาะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน จากการสังเกตการณ์เรียน การตรวจงานและการสอบถามตัวนักเรียนและจากการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ผ่านมา พบว่านักเรียนไม่สามารจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ ไม่สามารถเขียนคำหรือประโยคง่ายๆ ได้ ไม่มีความเข้าใจ ดังนั้นจากความสำคัญดังกล่าวผู้พัฒนานวัตกรรมจึงได้จำทำสื่อการสอนเรื่องการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบ 2W3P ด้วยเกมการศึกษา รายวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม (อ14201) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 นี้ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาวิชา ส่งเสริมและ พัฒนาทักษะการเรียนรู้คำศัพท์ ความคงทนในการจดจำคำศัพท์ โดยใช้เกมคำศัพท์ เนื่องจากการสอนโดยใช้เกมเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้ผู้เรียน สามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยความสนุกสนาน ลดบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างเรียน และส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี สามารถนำไปต่อยอดกับการเรียนรู้ควบคู่ไปกับทักษะอื่นๆ ได้แก่ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนได้ อีกทั้งยังเป็นแนวทางสำหรับผู้พัฒนานวัตกรรมในการพัฒนาการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพที่ดีต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน 2.1) ผลของการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการทดสอบค่าที พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบ 2W3P ด้วยเกมการศึกษา รายวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม (อ14201) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 2.2) ผลการสะท้อนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบ 2W3P ด้วยเกมการศึกษา รายวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม (อ14201)สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ซึ่งจะมีผลการวิเคราะห์ดังนี้ 2.3) ผลจากการประเมินความพึงพอใจหลังจากการจัดการเรียนการสอนจากการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบ 2W3P ด้วยเกมการศึกษา รายวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม (อ14201) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเฉลี่ยโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสูดสามลำดับแรกคือ นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม ห้องเรียนมีความเหมาะสมกับการจัดการเรียนการสอน สื่อที่ใช้เหมาะสมกับวิธีสอน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ซึ่งอยู่ในระดับมาก คือ เวลาที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 2.4) ผลจากการสังเกตพฤติกรรมจากการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบ 2W3P ด้วยเกมการศึกษา รายวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม (อ14201) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า นักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอน มีความกระตือรือร้น นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงคำศัพท์และและบอกความหมายของคำศัพท์ได้ นักเรียนสามารถตอบคำถามจากเนื้อเรื่องหรือประโยคคำถามสั้นๆ ได้และนักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย ส่งงานได้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนด นักเรียนให้ความร่วมมือระหว่างเพื่อนในกลุ่ม สรุปโดยภาพรวมนักเรียนส่วนใหญ่ได้รับความรู้และประสบการณ์เพิ่มขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : 4.1) ครูผู้สอนให้ความสำคัญและแสวงหาความรู้ด้านการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปช่วยในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน 4.2) ครูผู้สอนได้นำความรู้ที่ได้รับจากการพัฒนาด้านการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติ โดยเลือกใช้นวัตกรรมการศึกษาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 5.1) สถานศึกษามีบรรยากาศทั้งในและนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของครูและผู้เรียน 5.2) สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ตอบสนองและสอดคล้องต่อความต้องการของผู้เรียน และสอดคล้องกับนโยบายของโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 5.3) มีการพัฒนาครูผู้สอนในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนา วิเคราะห์ สภาพปัญหาจากการเรียนการสอนแล้วหาวิธีการแก้ปัญหาได้ถูกต้องตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น 5.4) สถานศึกษาได้รับการยอมรับในด้านการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 6.1) ชุมชนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษ และพร้อมให้ความร่วมมือในการสนับสนุนทรัพยากรหรือกิจกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนในระยะยาว 6.2) ผู้บริหารสถานศึกษาได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน หน่วยงานต้นสังกัด ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยได้เข้ามาศึกษาเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอน และการจัดแหล่งการเรียนรู้ภายในโรงเรียนที่สนับสนุนการจัดการเรียนการสอน 6.3) นักเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชุมชนท้องถิ่น หน่วยงาน หรือองค์กรส่วนท้องถิ่น ทุกที่ที่มีบริบทใกล้เคียงกัน สื่อสารกับบุคลทั่วไปในชุมชน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมทางภาษา
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]