ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาชุดฝึกทักษะ เรื่อง การอ่านโน้ตเพลงสากลตามหลักการสอนแบบโคดาย กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้พัฒนา นายคุรุศึกษา ภารการ
โรงเรียนโรงเรียนอุบลวิทยาคม

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           การอ่านโน้ตเพลงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้และการสร้างสรรค์ทางดนตรี เพราะเป็นทักษะพื้นฐานที่เปิดประตูสู่โลกแห่งเสียงเพลงอย่างมีระบบและแม่นยำ มาดูกันว่าเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้การอ่านโน้ตมีคุณค่า โน้ตเพลงเป็นระบบสัญลักษณ์ที่ใช้สื่อสารทางดนตรีทั่วโลก นักดนตรีจากวัฒนธรรมต่าง ๆ สามารถเข้าใจและเล่นเพลงเดียวกันได้โดยไม่ต้องใช้ภาษาพูด ส่วนปัญหาที่คิดว่าควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ นักเรียนขาดทักษะการอ่านโน้ตเพลง ไม่สามารถแยกแยะโน้ตแต่ละตัว หรือไม่เข้าใจค่าจังหวะของโน้ตต่าง ๆ ทำให้เล่นเพลงผิดจังหวะ การเรียนดนตรีบางหลักสูตรเน้นการเล่นตามครูหรือการฟังมากกว่าการอ่านโน้ต ทำให้ขาดทักษะการถอดรหัสจากสัญลักษณ์โน้ต ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของครูผู้สอนที่จะต้องหาวิธีต่างๆ มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้การศึกษาเกิดการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการสอนแบบโคดายลักษณะสำคัญของการสอนตามพัฒนาการของผู้เรียน 1. การร้องเพลงเป็นหัวใจของการเรียน การร้องช่วยพัฒนาทักษะการฟัง การจดจำระดับเสียง และจังหวะ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนดนตรี 2.ใช้สัญลักษณ์แทนเสียง (Sol-fa และ Hand Signs) ใช้ระบบ Movable-do และสัญญาณมือเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจระดับเสียงและสามารถอ่านโน้ตได้ง่ายขึ้น 3.จัดลำดับเนื้อหาจากง่ายไปยาก เช่น เริ่มจากโน้ต 3 ตัว (la–so–mi) แล้วค่อย ๆ เพิ่มเป็น pentatonic และ diatonic scale ตามลำดับพัฒนาการของผู้เรีย 4.เน้นการเรียนรู้แบบมีพัฒนาการ การสอนจะสอดคล้องกับจิตวิทยาการพัฒนาเด็ก โดยเนื้อหาจะถูกจัดเรียงให้เหมาะสมกับวัยและความสามารถของผู้เรียน จากข้อมูลข้างต้นผู้สอนจึงสนใจที่จะแก้ไขปัญหาโดยการพัฒนาชุดฝึกทักษะ เรื่อง การอ่านโน้ตเพลงสากลตามหลักการสอนแบบโคดาย กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1) ความพร้อมพื้นฐาน -ผู้เรียนต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสัญลักษณ์ดนตรีและจังหวะ -มีทักษะการฟังและการสังเกตที่สามารถเชื่อมโยงเสียงกับสัญลักษณ์ได้ 2) ทัศนคติและแรงจูงใจ -มีความสนใจและอยากเรียนรู้ดนตรี -เปิดใจรับวิธีการใหม่ ๆ เช่น การใช้สี สัญลักษณ์มือ หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 3) การมีส่วนร่วมในกิจกรรม -เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ เช่น การร้อง การเคาะจังหวะ -ฝึกซ้ำด้วยตนเองนอกเวลาเรียนเพื่อเสริมความเข้าใจ 4. การสนับสนุนจากครูและเพื่อน -ได้รับคำแนะนำและการสะท้อนผลจากครูอย่างต่อเนื่อง -มีการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative Learning) ที่ช่วยให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยนและแก้ปัญหาร่วมกัน
ผลลัพธ์ต่อครู : - ครูมีเครื่องมือการสอนที่เป็นระบบและมีมาตรฐานสากล - ลดความเหลื่อมล้ำทางการเรียนรู้ เพราะนักเรียนทุกคนสามารถเข้าถึงวิธีการฝึกที่ชัดเจน - เพิ่มความมั่นใจให้ครูในการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการร้อง การอ่านโน้ต และการเคลื่อนไหวประกอ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : - โรงเรียนมีนวัตกรรมการสอนที่โดดเด่นและแตกต่าง - สามารถนำไปเผยแพร่เป็นต้นแบบแก่โรงเรียนอื่น ๆ - สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ครู นักเรียน และผู้ปกครอง 4. ด้านการบริหารจัดการ - โรงเรียนมีสื่อการเรียนรู้ที่สามารถใช้ซ้ำและต่อยอดได้ - ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาสื่อใหม่ ๆ เพราะชุดฝึกทักษะสามารถปรับใช้ได้หลายปี - สนับสนุนการพัฒนาครูให้มีความรู้ด้านนวัตกรรมการสอน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : - เด็กในชุมชนมีทักษะดนตรีที่เป็นมาตรฐานสากล สามารถต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ขั้นสูงหรือการประกวด - ชุมชนมีเยาวชนที่มีความสามารถด้านดนตรี สามารถเป็นตัวแทนในการสร้างชื่อเสียงให้แก่พื้นที่ - ลดพฤติกรรมเสี่ยง เพราะนักเรียนใช้เวลาว่างไปกับการฝึกฝนดนต
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก