การพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนภาษาไทย โดยใช้รูปแบบ S-T-A-R Model ร่วมกับชุดฝึกทักษะ และกล่องสื่อมหัศจรรย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑
ผู้พัฒนา นางชมญช์พิฎฌา ดาเหลาธิพัทธ์
โรงเรียนโรงเรียนบ้านดอนแดง
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ภาษาไทยยังเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้หาประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนา
ความรู้ ความคิด วิเคราะห์วิจารณ์และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจ (กรมวิชาการ 2545: 3) ดังเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ได้ระบุไว้ว่า การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา นอกจากนั้น ยังได้กำหนดแนวการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไว้ว่าครูจะต้องจัดให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและให้เกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง (กระทรวงศึกษาธิการ 2542 : 13)
นอกจากภาษาไทยจะมีความสำคัญในฐานะที่เป็นภาษาประจำชาติ เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติแล้ว ภาษาไทยยังมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต และความเป็นปึกแผ่นของสังคมไทย คนไทยจึงควรตระหนักถึงความสำคัญของภาษาไทย ต้องทำความเข้าใจ ศึกษาหลักเกณฑ์ทางภาษา และฝึกฝนให้มีทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียนภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพเพื่อใช้ในการสื่อสาร การเรียนรู้ เสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน เพื่อเกิดประโยชน์แก่ตนเอง ชุมชน สังคมและประเทศชาติ (กรมวิชาการ 2534 : 6) หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดวิชาภาษาไทยอยู่ในกลุ่มวิชาทักษะ เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ที่นักเรียนสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันในด้านการติดต่อสื่อสาร การเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ การแสวงหาความรู้ ความ
เพลิดเพลิน การเรียนการสอนภาษาไทยจึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะทางภาษา สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการอ่าน การเขียน การฟัง การพูด หลักการใช้ภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ (กรมวิชาการ 2544 : 8)
ทักษะการอ่านและการเขียนต่างก็มีส่วนสัมพันธ์อย่างสูงกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน เพราะการอ่านเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่นักเรียนใช้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ผลการเรียนนั้นย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถในการอ่าน และในขณะเดียวกันการถ่ายทอดความรู้ก็ย่อมอาศัยทักษะการเขียนเป็นเครื่องมือในการสื่อความหมายเช่นกัน การเขียนสะกดคำให้ถูกต้องจะช่วยให้การสื่อความหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเขียนสะกดคำผิดก็จะทำให้การสื่อความหมายผิดไปด้วย การอ่านและการเขียนสะกดคำเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ที่สำคัญของนักเรียนในการเริ่มต้นฝึกการอ่านและการเขียน อักษรที่ใช้แทนเสียงในภาษาไทยแบ่งเป็นพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ การสร้างคำในภาษาไทยเราจะประสมอักษรทั้งสามชนิดนี้ เป็นคำได้มากมาย นอกจากนี้คำในภาษาไทย ถ้าเปลี่ยนเสียงไปความหมายของคำก็จะเปลี่ยนไปด้วย สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นในภาษาไทยก็คือการใช้วรรณยุกต์ซึ่งถือว่าเป็นอัจฉริยลักษณ์ของภาษาไทย เพราะเพียงแต่เปลี่ยนรูปวรรณยุกต์ ก็ทำให้เราได้คำใหม่เพิ่มขึ้น (อัจฉรา ชีวพันธ์, 2552 : 25) สอดคล้องกับ อุษา ประยงค์รัตน์ (2541 : 23) ที่กล่าวว่า การอ่านเป็นทักษะทางภาษาด้านการรับรู้ที่สำคัญ
เพราะเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และเป็นรากฐานในการเรียนแต่ละสาขาวิชา เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์และความสามารถของตน การอ่านในวิชาภาษาไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกให้นักเรียนมีความสามารถในด้านการอ่าน โดยให้นักเรียนรู้จักใช้ความคิด เพื่อแปลความ ตีความ จับใจความสำคัญ สามารถอ่านได้อย่างมีวิจารณญาณ รวมทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้จากการอ่านไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพูดและการเขียน สอดคล้องกับ กรมวิชาการ (2546 : 188) ที่กล่าวว่า การอ่านเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาหาความรู้ และพัฒนาชีวิต ซึ่งนอกจากทำให้เกิดความรู้แล้ว ยังก่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน และส่งเสริมให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ได้แนวคิดในการดำเนินชีวิต การอ่านจึงเป็นหัวใจของการศึกษาทุกระดับ และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้เรื่องราวต่างๆ สอดคล้องกับณรงค์ รอดพันธ์ (2540 : 12 - 13) ที่กล่าวว่า การอ่านของนักเรียนยังเป็นสิ่งชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของโรงเรียน และครูอีกด้วย กล่าวคือ ถ้านักเรียนอ่านได้ อ่านได้คล่องก็พอจะเชื่อได้ว่าการเรียนการสอนน่าจะมีคุณภาพใช้ได้ แต่ถ้านักเรียนอ่านไม่ได้ อ่านไม่คล่อง และ ถ้ายิ่งอยู่ชั้นสูงๆ ยังอ่านไม่ได้คล่อง ก็ต้องสงสัยในคุณภาพของโรงเรียนนั้นไว้ก่อน ซึ่งสัมพันธ์กับ วรรณี โสมประยูร (2542 : 120) ที่กล่าวว่า การอ่านเป็นทักษะทางภาษาที่สำคัญและจำเป็นในการดำรงชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งต้องอ่านได้ อ่านได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเพื่อเสาะแสวงหาความรู้ทั้งหลายจนสามารถเข้าใจ และติดตามการเปลี่ยนแปลงความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ รวมทั้งข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นได้ทัน
จากเอกสารที่เกี่ยวข้องที่กล่าวมาแล้วนั้น เห็นได้ว่า การอ่านและการเขียน เป็นสิ่งจำเป็น พื้นฐานและสำคัญยิ่งในการพัฒนาไปสู่การพูด การฟัง ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสังคมของมนุษย์ และจากการประเมินคุณภาพการศึกษาและประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านออก เขียนได้ ของนักเรียนโรงเรียนบ้านดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ที่ผ่านมา พบว่า โรงเรียนบ้านดอนแดง เป็นโรงเรียนหนึ่งที่ประสบปัญหาในเรื่องการอ่านออกเขียนได้ ยังมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ครบ 100 % ด้านคุณภาพของนักเรียนโดยเฉพาะด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในบางสาระการเรียนรู้ค่อนข้างต่ำ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ข้าพเจ้าซึ่งเป็นครูผู้สอนวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการอ่านออกเขียนได้ จึงสนใจที่จะแก้ปัญหาและพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 จึงได้จัดทำนวัตกรรม
การพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนภาษาไทย โดยใช้รูปแบบ S-T-A-R Model ร่วมกับชุดฝึกทักษะ และกล่องสื่อมหัศจรรย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑ ต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ โรงเรียนบ้านดอนแดงอ่านออก เขียน ได้ทุกคน 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ โรงเรียนบ้านดอนแดงทุกคน ได้รับการ ประเมินและได้รับผลการประเมินทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗5 3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทยสูงขึ้น 4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ โรงเรียนบ้านดอนแดงสามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในโรงเรียนและระดับชาติสูงขึ้น 5. นักเรียนได้รับการประเมินและได้รับผลการประเมินทุกมาตรฐานในระดับดีขึ้นไป
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ครูมีนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้สอนเพื่อแก้ไขปัญหาการอ่านเขียนได้ให้กับนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 2. ครูมีแนวทางในการจัดการเรียนการสอนและขยายผลการใช้นวัตกรรมไปยังเครือข่ายโรงเรียน ต่างๆ ตลอดจนเพื่อนร่วมวิชาชีพ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 อ่านออกเขียนได้ 100 % ส่งผลให้โรงเรียนบ้านดอนแดงปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 2. ชุมชน ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการศึกษา ได้รับทราบผลการจัดการศึกษาและมีความพึงพอใจ
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 2. ชุมชน ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการศึกษา ได้รับทราบผลการจัดการศึกษาและมีความพึงพอใจ
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]