การพัฒนาทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป โดยประยุกต์ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ(5E)
ผู้พัฒนา นางสมพักษ์ ดวนใหญ่ ตำแหน่ง ครู
โรงเรียนโรงเรียนประชาสามัคคี(บ้านหนองมะนาว)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหา เนื่องจากทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป เป็นทักษะที่จำเป็นที่ต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนสามารถสังเกต จำแนกแยกแยะ แก้ไขปัญหาจากข้อมูลซึ่งเป็นทักษะที่ทำให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ มีความสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตและการเรียนรู้
การพัฒนาทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป ตามหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พบว่า คุณภาพผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะต้องวิเคราะห์ข้อมูล ลงความเห็น และสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มาจากการสำรวจตรวจสอบ เพื่อสื่อสารความรู้จากผลการสำรวจตรวจสอบได้อย่างมีเหตุผลและหลักฐานอ้างอิง โดยเฉพาะทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ซึ่งเหมาะสมกับการพัฒนาผู้เรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 5
ผลการประเมินทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป ของโรงเรียนประชาสามัคคี(บ้านหนองมะนาว) ในปีการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ผู้เรียนขาดทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป ไม่สามารถตีความหมายและสรุปข้อมูลจากตาราง กราฟ แผนภาพ และรูปภาพได้
ข้าพเจ้าเป็นครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ผู้เรียนขาดทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป โดยสังเกตจากการอธิบาย การแสดงวิธีทำ หรือการตอบคำถาม ที่มีรายละเอียดของสิ่งต่างๆ เหล่านี้ พบว่า ผู้เรียนไม่สามารถปฏิบัติได้ ส่งผลให้การประเมินทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป ซึ่งเป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงของผู้เรียนอยู่ในระดับต่ำ และยังส่งผลต่อการเรียนรู้วิชาอื่นๆไม่บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด
ข้าพเจ้าได้วิเคราะห์ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง ด้วยรูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) สู่การออกแบบนวัตกรรมคือ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ(5E) ที่ส่งเสริมทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป ซึ่งเป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงของผู้เรียน ที่สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการออกแบบเนื้อหาของนวัตกรรมสอดคล้องกับหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย 3 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ การเปลี่ยนแปลงทางเคมี และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้
ข้าพเจ้าได้นำนวัตกรรมชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ(5E)นี้ ไปทดลองใช้ในปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า ผู้เรียนมีทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุปที่สูงขึ้น แต่ยังมีเนื้อหาบางส่วนที่ยังไม่สอดคล้องกับระดับชั้น จึงได้ปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับหลักสูตรสถานศึกษา ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงเพิ่มการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ รวมจำนวน 1 ชุด 10 กิจกรรม นำไปใช้ควบคู่กับแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน ในวิชาวิทยาศาสตร์ละเทคโนโลยี สัปดาห์ละ 3 วัน พร้อมทั้งออกแบบเครื่องมือประเมินทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุปของผู้เรียนทุกครั้ง
ด้วยความสำคัญและความจำเป็นของการพัฒนาทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุปดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงได้พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ(5E) เพื่อพัฒนาทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุปของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ(5E) คือ การสร้างความสนใจ (Engagement) การสํารวจและค้นหา (Exploration) การขยายความรู้ (Elaboration) และการประเมินผล (Evaluation)
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. เชิงปริมาณ - ผู้เรียนร้อยละ 70 มีความรู้ความสามารถในการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป - ผู้เรียนร้อยละ 70 มีทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป - ผู้เรียนร้อยละ 80 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ 2.เชิงคุณภาพ - ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถในการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป - ผู้เรียนมีทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป - ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ - ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น - ผู้เรียนมีการจัดลำดับความคิด ที่นำไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต
ผลลัพธ์ต่อครู : - ครูพัฒนาวิธีการสอนให้มีความน่าสนใจและมีประสิทธิภาพ - การพัฒนาทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป โดยประยุกต์ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ(5E) ช่วยให้ครูสามารถสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง - ครูใช้วิธีการประเมินผลที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อวัดความก้าวหน้าของนักเรียนและปรับปรุงการสอนให้มีประสิทธิภาพ - ครูใช้เทคนิคและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการสอนที่พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : - โรงเรียนจะได้รับการยอมรับในฐานะสถานศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุปของนักเรียน - โรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและมีความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงคุณภาพการศึกษา
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]