การพัฒนาทักษะการอ่านออก เขียนได้ วิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน การเขียนแบบบันได 5 ขั้น (5 Step)
ผู้พัฒนา นางสาวอภิญญา เห็วชัยภูมิ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย โรง
โรงเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านหนองแสง
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561- 2580) มีเป้าหมายในการพัฒนาคนในทุกมิติทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ในส่วนของแผนการศึกษาชาติ (พ.ศ.2560-2579) มีกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในการทำงาน การคิดขั้นสูง การอ่านเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาสติปัญญาของคนในสังคม การอ่านการเขียนทำให้ เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ พฤติกรรมและค่านิยมต่าง ๆ รวมทั้งช่วยในการเปลี่ยนแปลง การดำเนินชีวิตพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดแห่งชีวิต การอ่านการเขียนจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างยิ่ง เช่น การอ่าน การเขียนเป็นสื่อกลางของการเรียนรู้ ผู้อ่านหรือเขียนมากย่อมรู้มากและถ้านำความรู้นั้นไปใช้ประโยชน์ต่อสังคม สังคมย่อมมีประสิทธิภาพในการพัฒนาในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
จากเหตุผลดังกล่าวและเพื่อให้สอดคล้องเป็นไปตามนโยบายสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ในเรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน และเป็นการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จึงได้จัดทำนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ “การพัฒนาทักษะการอ่านออก เขียนได้ วิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน การเขียนแบบบันได 5 ขั้น ( 5 Step )” และเพื่อให้สอดคล้องเป็นไปตามนโยบายสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ในเรื่องพื้นที่นวัตกรรมนำร่อง จึงมีความจำเป็นต้องจัดทำนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ “การพัฒนาทักษะการอ่านออก เขียนได้ วิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน การเขียนแบบบันได 5 ขั้น (5 Step)” เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป
โดยได้นำการเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การระดม สมอง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการทำกรณีศึกษา เป็นต้น โดยกิจกรรมที่นำมาใช้ควรช่วยพัฒนาทักษะการ คิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การสื่อสาร/นำเสนอ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม บทบาทของผู้เรียนนอกจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนและผู้เรียนกับ ผู้เรียนด้วยกันด้วย ผู้สอนควรลดบทบาทในการถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เรียนในลักษณะการบรรยายลง และเพิ่มบทบาท ในการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเรียนรู้ และนำทฤษฎีกระบวนการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น (5 Step) สอนในผู้เรียนได้สร้างความรู้จากพื้นฐานเดิม เรียนรู้อย่างมีความหมาย เรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นอย่างกระตือรือร้น แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ สรุปความรู้และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง และมีความสามารถในการอ่านและการเขียน เพื่อให้นักเรียนสามารถ อ่าน ออกและเขียนได้และยกระดับผลสัมฤทธิ์การประเมินความสามารถด้านการอ่านออกของผู้เรียน ให้มากกว่า ร้อยละ 85 ตามที่โรงเรียนได้กำหนดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาอื่น ๆ ได้ สูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. ร้อยละ 70 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทุกคน มีผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านที่สูงขึ้น 2. ร้อยละ 70 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทุกคน มีผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเขียนที่สูงขึ้น 3. ร้อยละ 70 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทุกคน มีเจตคติที่ดีในด้านการอ่านและการ เขียนที่สูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : โรงเรียนมีบุคลากรที่มีความสามารถ และมีนวัตกรรมในการใช้ในการเรียนการสอน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชนได้ร่วมมือในการจัดการศึกษาที่ส่งผลต่อการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงคุณภาพการศึกษา
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]