การพัฒนาความฉลาดรู้สู่สมรรถนะของผู้เรียนโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐาน ด้วยกระบวนการ นิเทศภายใน โดยใช้นวัตกรรมเกลียวเชือกโมเดล” โรงเรียนบ้านขามป้อม ปีการศึกษา 2568
ผู้พัฒนา นางสุพล ครองยุติ
โรงเรียนโรงเรียนบ้านขามป้อม
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
โรงเรียนบ้านขามป้อม ตระหนักในการพัฒนาครูให้มีมาตรฐานตำแหน่ง มีความเชี่ยวชาญ
ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก จึงพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาความฉลาดรู้ สู่สมรรถนะของผู้เรียน โดย
ใช้ห้องเรียนเป็นฐาน ด้วยกระบวนการนิเทศภายใน โดยใช้ นวัตกรรมเกลียวเชือก โมเดล ขึ้น เพื่อเป็น
กลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนและพัฒนาครู ให้สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุกได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยอาศัยกระบวนการนิเทศภายในแบบกัลยาณมิตร มีส่วนร่วม และต่อเนื่อง ส่งผลให้
ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ มีความฉลาดรู้ตามศักยภาพ ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ที่
ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล และสถานศึกษามีระบบบริหารจัดการคุณภาพที่เข้มแข็ง
อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน3.3.1 ผู้เรียนมีการพัฒนาความฉลาดรู้ (Literacy) และมีสมรรถนะหลัก สมรรถนพื้นฐาน จำแนก ดังตารางที่ 2 สรุปข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับดีมาก ผลการ ประเมินสมรรถนะขั้นพื้นฐานของนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมุ่งเน้นการวัดสมรรถนะใน 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก ได้แก่ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านคณิตศาสตร์ ด้านภาษาไทย และด้าน ภาษาอังกฤษ ค่าเฉลี่ยรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ 91 คะแนน ระดับผลการประเมินภาพรวม ยอด เยี่ยม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและข้อค้นพบทางการศึกษา กลุ่มโดดเด่นและรักษามาตรฐานระดับสูง (ป.1 - ป.4) นักเรียนในกลุ่มนี้มีสมรรถนะที่ ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะชั้น ป.1 ที่มีคะแนนเฉลี่ยเต็ม 100 คะแนนเต็ม ในด้านวิทยาศาสตร์และ คณิตศาสตร์ และชั้น ป.2 ที่ด้านคณิตศาสตร์สูงถึง 98.75 คะแนน สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานที่ แข็งแกร่งในการคิดคำนวณและกระบวนการคิดเชิงตรรกะขั้นต้น กลุ่มเริ่มส่งสัญญาณความเหลื่อมล้ำ (ป.5) ในระดับชั้น ป.5 ผลสัมฤทธิ์เริ่มมีความ แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทักษะด้านภาษาอังกฤษยังคงสูงเด่นที่ 93.50 คะแนน แต่ด้านวิทยาศาสตร์ (77.75) และคณิตศาสตร์ (76.00) มีการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความซับซ้อนของ เนื้อหาที่เพิ่มขึ้น กลุ่มวิกฤตทางการเรียนรู้ถดถอย (ป.6) ผลการประเมินของนักเรียนชั้น ป.6 ตกต่ำลงใน ทุกมิติอย่างน่ากังวล โดยผลคะแนนเฉลี่ยทุกวิชาหลุดจากเกณฑ์ภาพรวมอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะด้าน ภาษาอังกฤษที่ลดต่ำสุดเหลือเพียง 47.00 คะแนน (ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง) และภาษาไทยอยู่ที่ 58.00 คะแนน ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะสะสมความไม่เข้าใจในบทเรียน (Learning Loss) ในช่วงการเปลี่ยนผ่านก่อน เข้าสู่ระดับมัธยมศึกษา ข้อเสนอแนะ มาตรการเร่งด่วนสำหรับชั้น ป.6 (Remediation Program) จัดให้มีการ สอนซ่อมเสริม 3.3.2 ผู้เรียนมีสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรเพิ่มขึ้น ผู้เรียนสามารถคิดแก้ปัญหา ทำงาน ร่วมกับผู้อื่น มีทักษะการสื่อสาร การใช้เหตุผล และการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจำวันได้อย่าง เหมาะสม มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และแสดงออกถึงศักยภาพตามช่วงวัย 3.3.3 ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และค่านิยมที่ดี ผู้เรียนมีวินัย มีความรับผิดชอบ มี จิตอาสา รักความเป็นไทย และสามารถดำรงชีวิตตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง มีพฤติกรรมที่เหมาะสมทั้งในและนอกสถานศึกษา 3.3.4 ผู้เรียนมีความสุขในการเรียนรู้และกล้าแสดงออก การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือ ปฏิบัติและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม ส่งผลให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น กล้าคิด กล้าพูด กล้า แสดงออก และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ สามารถเรียนรู้อย่างมีความสุขและพัฒนาตนเองได้เต็มตาม ศักยภาพ
ผลลัพธ์ต่อครู : 3.2.1 ครูมีสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สูงขึ้น ครูสามารถ ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยบูรณาการกระบวนการคิด การลงมือปฏิบัติ และการใช้สถานการณ์จริงในการเรียนรู้ ส่งผลให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมีความหลากหลาย สอดคล้องกับสมรรถนะและความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน 3.2.2 ครูมีทักษะในการใช้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อพัฒนาผู้เรียน ครูสามารถวิเคราะห์ข้อมูล ผู้เรียนรายบุคคล ใช้ผลการนิเทศ ผลการประเมิน และสารสนเทศทางการศึกษาในการวางแผนพัฒนา ผู้เรียนได้อย่างตรงจุด เกิดกระบวนการสะท้อนผลการปฏิบัติงาน (Reflection) และการปรับปรุงการ สอนอย่างต่อเนื่องตามกระบวนการ PDCA 3.2.3 ครูเกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) อย่างเข้มแข็ง การดำเนินงานนิเทศ ภายในส่งเสริมให้ครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมแก้ปัญหา และร่วมพัฒน า นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เกิดวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ ส่งผลให้ครูมีขวัญกำลังใจ มีความ ภาคภูมิใจในวิชาชีพ และสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 3.1.1 สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการคุณภาพที่เป็นระบบ และต่อเนื่องสถานศึกษามี กระบวนการนิเทศภายในที่ชัดเจน โดยใช้ “เกลียวเชือกโมเดล” เชื่อมโยงการบริหารงานวิชาการ การ พัฒนาครู และการพัฒนาผู้เรียนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ภายใต้กระบวนการ PDCA ทำให้การ ดำเนินงานมีทิศทางเดียวกัน เกิดการติดตาม ตรวจสอบ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานศึกษา มีระบบประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็งและมีประสิทธิผล 3.1.2 สถานศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณภาพผู้เรียนสูงขึ้น จากการดำเนินงาน ตาม Best Practice ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในกลุ่มสาระ วิทยาศาสตร์สูงขึ้น ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีทักษะด้านการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารดีขึ้น สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ สะท้อนถึงการพัฒนาความ ฉลาดรู้ สู่สมรรถนะ อย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษา 3.1.3 สถานศึกษาได้รับการยอมรับ ด้านนวัตกรรมและการบริหารจัดการสถานศึกษามี รูปแบบการนิเทศภายในที่เป็นนวัตกรรม สามารถเป็นต้นแบบให้แก่สถานศึกษาอื่นในการพัฒนา คุณภาพผู้เรียนในบริบทโรงเรียนขนาดเล็ก เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ และได้รับความ เชื่อมั่นจากผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานต้นสังกัด ส่งผลให้ภาพลักษณ์และมาตรฐานของ สถานศึกษาสูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน :
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]