ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาด้านภาษาของเด็กปฐมวัยเรื่อง พยัญชนะไทย ก-ฮ โดยเรียนรู้ผ่านการเล่นจากกิจกรรมเกมการศึกษา ชั้นอนุบาล ๒
ผู้พัฒนา นางสาวพัชรินทร์ ยืนนาน ตำแหน่ง ครูอัตราจ้าง
โรงเรียนโรงเรียนประชาสามัคคี(บ้านหนองมะนาว)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
          ทักษะการอ่านเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะในระดับปฐมวัยซึ่งเป็นช่วง “หน้าต่างแห่งโอกาส” ที่สมองเด็กมีศักยภาพสูงในการรับรู้และเชื่อมโยนประสบการณ์สู่ภาษา เด็กที่ได้รับการวางรากฐานด้านภาษาไทยอย่างถูกต้องและสนุกกับการเรียนรู้ จะก้าวสู่การอ่าน–เขียนในชั้นประถมได้อย่างมั่นใจ หนึ่งในทักษะตั้งต้นที่จำเป็นยิ่งก่อนเข้าสู่การอ่านคำคือ การจดจำและเรียกชื่อพยัญชนะไทย ก–ฮ ได้ถูกต้องและคล่องแคล่ว เพราะการรู้จักตัวอักษรสัมพันธ์กับการถอดรหัสเสียง การจดจำรูปทรงอักษร และการพัฒนาคำศัพท์ในเวลาต่อมา บริบทการเรียนการสอนของเด็กอนุบาลในประเทศไทยพบว่า เด็กจำนวนไม่น้อยยัง จดจำพยัญชนะได้ช้า สับสนรูปทรงที่คล้ายกัน (เช่น ก–ค–ต, บ–ป, ถ–ภ) หรือ ไม่กล้าแสดงออกเมื่อต้องอ่านต่อหน้าเพื่อน ปัจจัยที่ส่งผล ได้แก่ (1) ความแตกต่างระหว่างบุคคลด้านความพร้อมและประสบการณ์อ่านนิทานที่บ้าน (2) วิธีการสอนที่เน้นท่องจำยาวนาน ทำให้เด็กเหนื่อยล้าและขาดแรงจูงใจ (3) สื่อประกอบกิจกรรมมีจำกัดหรือไม่สอดคล้องวัย (4) เวลาจริงในการฝึกซ้ำยังไม่มากพอสำหรับเด็กบางคน นอกจากนี้ ลักษณะอักขรวิธีภาษาไทยเองมี จำนวนพยัญชนะมาก (44 ตัว) มี รูปร่างคล้ายกันหลายคู่ และในระดับถัดไปยังต้องเชื่อมกับเสียงพยัญชนะต้น–สะกดและสระหลากรูป ทำให้ “การเริ่มต้นที่ดี” ด้วยการจดจำพยัญชนะแต่ละตัวจึงยิ่งสำคัญ แนวคิดปฐมวัยสมัยใหม่และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของไทย (พ.ศ. 2560 และปรับปรุง 2568) ต่างเน้น การเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-based Learning) ที่มุ่งพัฒนาเด็กแบบองค์รวม 4 ด้าน (ร่างกาย อารมณ์–จิตใจและสังคม ความเป็นพลเมืองและความเป็นไทย สติปัญญา) และส่งเสริม “กิจกรรมเกมการศึกษา” เป็นกลยุทธ์หลักในชั้นเรียน เนื่องจากเกมช่วย ย้ายความยากให้กลายเป็นความท้าทายที่สนุก เด็กได้ฝึกซ้ำอย่างมีความหมาย (meaningful repetition) ภายใต้กติกาง่าย ๆ มีเป้าหมายชัดเจน เกิดความภาคภูมิใจเมื่อทำสำเร็จ และพร้อมร่วมมือกับเพื่อน ส่งผลต่อ สมาธิ (attention), ความจำใช้งาน (working memory), การยั้งคิดควบคุมตนเอง (inhibitory control) และ การทำงานร่วมกัน (social skills) ซึ่งล้วนเป็นทักษะฐานของการเรียนรู้การอ่าน ในทางปฏิบัติ ห้องเรียนจำนวนมากยังพึ่งพาวิธีการแบบครูเป็นศูนย์กลางและการท่องจำ ทำให้เด็กบางกลุ่ม จำพยัญชนะได้ช้าหรือไม่ยั่งยืน เมื่อย้ายไปบริบทใหม่ (เช่น อ่านบนแผ่นบิงโก หน้ากิจกรรม หรือสื่อจริงในห้อง) ขณะเดียวกัน ครูก็ต้องเผชิญข้อจำกัดเรื่องเวลา สื่อ และขนาดชั้นเรียน การออกแบบ ชุดกิจกรรมเกมการศึกษาอย่างเป็นระบบ ที่ผสมผสานการฟัง–ชี้–จับคู่–บอกชื่อ–เชื่อมเสียง กับสื่อรูปธรรมหลากหลาย (บัตรภาพ เกมบันไดอักษร วงล้อสุ่ม บิงโกพยัญชนะ เกมจับคู่เงา ฯลฯ) จึงเป็นทางออกที่ช่วยให้เด็กได้ “ลงมือ–ลงใจ–ลงเล่น” กับอักษรอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ จากการสำรวจชั้นเรียนปฐมวัยทั่วไปมักพบสัญญาณ เช่น เด็กบางส่วนยังอ่านพยัญชนะได้ไม่เต็ม 44 ตัว สับสนตัวที่มีรูปคล้ายกัน อ่านได้ไม่ต่อเนื่อง หรือต้องใช้เวลาชี้นำ ขณะเดียวกันเมื่อทดลองใช้เกมอย่างเป็นระบบ เด็กมักมี ความกล้าลอง–กล้าพูด–กล้าชี้แจง มากขึ้น และเกิดการฝึกซ้ำโดยไม่รู้สึกว่าถูกทดสอบบ่อยเกินไป ดังนั้น การศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงมุ่ง พัฒนาและตรวจสอบประสิทธิผลของกิจกรรมเกมการศึกษา ที่ออกแบบเฉพาะเพื่อเสริมทักษะการอ่านพยัญชนะไทย ก–ฮ ของเด็กอนุบาล ให้เห็นผลเชิงประจักษ์ทั้งด้านคะแนน (ถูกต้อง–คล่องแคล่ว) และพฤติกรรมการเรียนรู้ (สมาธิ แรงจูงใจ การร่วมมือ) จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนชั้นอนุบาล 2 ในโรงเรียนระชาสามัคคี (บ้านหนองมะนาว) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของการศึกษาครั้งนี้ พบว่านักเรียนขาดทักษะการอ่านพยัญชนะไทย ก–ฮ จากเหตุผลดังกล่าวดิฉันจึงสนใจที่จะศึกษาการส่งเสริมทักษะการอ่านพยัญชนะไทย ก-ฮ ของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมเกมการศึกษา ของนักเรียนชั้นอนุบาล ๒เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านของนักเรียนต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน - เด็กเรียนรู้ได้ดีเมื่อใช้ เกมและสื่อที่หลากหลาย มากกว่าการสอนแบบบอกตรง ๆ - เด็กมีความสนใจและมีส่วนร่วมมากขึ้น เมื่อกิจกรรมมีความสนุก เช่น เกมโยนบอล เกมจับคู่ - เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการแตกต่างกัน จำเป็นต้องใช้ วิธีการสอนที่ยืดหยุ่น - การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Active Learning) ช่วยให้เด็ก จดจำพยัญชนะ ก–ฮ ได้ดีขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูต้องมีการเตรียมสื่อและแผนการสอนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ - การสังเกตพฤติกรรมเด็กเป็นรายบุคคลช่วยให้ครูเข้าใจพัฒนาการของเด็กมากขึ้น - ครูควรใช้คำชม แรงเสริม และบรรยากาศเชิงบวก เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ - ต้องปรับเปลี่ยนวิธีสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริงในห้องเรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : • โรงเรียนมีเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการด้านสติปัญญาที่สมบูรณ์ และมีความคิดสรรค์ • โรงเรียนมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการสอนที่พัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็กปฐมวัย
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : พ่อแม่ผู้ปกครองให้ความไว้วางใจพร้อมทั้งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการจัดกิจกรรม เกมการเล่นเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด เช่น การจัดหาสื่อให้กับบุตรหลานและอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก