ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาทักษะการอ่านสระ “อา” ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการเล่นด้วยรูปแบบ A–PLAY MODEL โรงเรียนประชาสามัคคี (บ้านหนองมะนาว)
ผู้พัฒนา นายฤทธิชัย นามวรรณ ตำแหน่ง ครู
โรงเรียนโรงเรียนประชาสามัคคี(บ้านหนองมะนาว)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           ทักษะทางภาษาเป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย เนื่องจากภาษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร การแสดงความคิด และการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว โดยเฉพาะทักษะด้านการอ่านซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น เด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมให้สามารถเชื่อมโยงระหว่างเสียงกับสัญลักษณ์ทางภาษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามวัย จากการศึกษาสภาพปัญหาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนประชาสามัคคี (บ้านหนองมะนาว) พบว่า เด็กบางส่วนยังไม่สามารถจดจำและอ่านสระภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะสระ “อา” ซึ่งเป็นสระพื้นฐานที่สำคัญ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยังไม่สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก และขาดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงอย่างหลากหลาย ส่งผลให้เด็กขาดความเข้าใจและไม่สามารถเชื่อมโยงเสียงกับสัญลักษณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ครูผู้สอนจึงเห็นความสำคัญในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย โดยนำแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข สนุกสนาน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเต็มที่ จึงได้พัฒนานวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการอ่านสระ ‘อา’ ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบ A–PLAY MODEL” ซึ่งเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่น เกมการศึกษา และการลงมือปฏิบัติจริง โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงระหว่างภาพ เสียง และสัญลักษณ์ทางภาษา เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของเด็กให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย พร้อมทั้งสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ อันจะส่งผลให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านภาษาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น และสามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภ การวิเคราะห์บริบทพื้นที่/สถานศึกษา Area/educational context analysis โรงเรียนประชาสามัคคี (บ้านหนองมะนาว) เป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่มีความพร้อมด้านทรัพยากรพื้นฐาน ทั้งด้านอาคารสถานที่ ห้องเรียน สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และการคมนาคมที่สะดวก ด้านการจัดการเรียนรู้ โรงเรียนมีห้องเรียนและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการจัดกิจกรรมแบบกลุ่มและการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง อีกทั้งมีหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย และสามารถบูรณาการนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning) ได้อย่างเหมาะสม ครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรปฐมวัย และสามารถออกแบบแผนการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โรงเรียนมีนโยบายเปิดกว้างต่อการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา และได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา รวมถึงมีระบบการวัดและประเมินผลที่เอื้อต่อการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ในการวิเคราะห์บริบทของสถานศึกษา ได้นำการวิเคราะห์ SWOT มาใช้เป็นเครื่องมือในการพิจารณาจุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) โอกาส (Opportunities) และอุปสรรค (Threats) เพื่อให้สามารถวางแผนและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน และเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะการอ่านสระ “อา” ของเด็กปฐมวัยให้ประสบความสำเร็จ 5. วัตถุประสงค์ของการพัฒนานวัตกรรม 1. เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการออกเสียงสระ “อา” ของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 ให้ถูกต้องเหมาะสมตามวัย 2. เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเชื่อมโยงเสียงสระ “อา” กับพยัญชนะและคำศัพท์ง่าย ๆ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้แบบ A–PLAY MODEL 3. เพื่อพัฒนาเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาไทย ส่งเสริมให้เด็กมีความสนุกสนาน กล้าแสดงออก และมีความมั่นใจในการใช้ภาษา
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน- เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีพัฒนาการด้านการอ่านและการออกเสียงสระ “อา” ดีขึ้น สามารถอ่านได้ถูกต้องตามวัย - เด็กสามารถเชื่อมโยงเสียงกับสัญลักษณ์ทางภาษา และนำไปใช้ในคำศัพท์ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันได้ - เด็กมีความสนุกสนาน กระตือรือร้น และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาไทย - เด็กมีความมั่นใจ กล้าแสดงออก และมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ต่อครู : - ครูมีนวัตกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบ A–PLAY MODEL ที่ช่วยส่งเสริมทักษะด้านภาษาไทยของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ - ครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning) ที่สนุกสนาน เหมาะสมกับพัฒนาการของผู้เรียน - ครูสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็ก และส่งเสริมเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ - ครูมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผลตามสภาพจริง
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : - โรงเรียนมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่สามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาการเรียนการสอนระดับปฐมวัย - โรงเรียนมีเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการด้านภาษาและการเรียนรู้เหมาะสมตามวัย - โรงเรียนมีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ผ่านการเล่น - โรงเรียนสามารถยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : - ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก เช่น การฝึกอ่านคำง่าย ๆ ที่บ้าน - เกิดความร่วมมือที่ดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย - เด็กสามารถนำความรู้เรื่องสระ “อา” ไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันกับครอบครัวได้ - ชุมชนเกิดความเชื่อมั่นต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก