การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญนิทานพื้นบ้านเมืองอุบล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิคคำถาม 5W1H
ผู้พัฒนา นางมัลลิกา ไชยพันธ์ ตำแหน่ง ครูวิทยฐานะครูชำนาญก
โรงเรียนโรงเรียนประชาสามัคคี(บ้านหนองมะนาว)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การอ่านเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนในทุกระดับการศึกษา โดยเฉพาะทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน วิเคราะห์ข้อมูล และเชื่อมโยงความรู้ไปสู่การเรียนรู้ในบริบทอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่านักเรียนจำนวนหนึ่งยังประสบปัญหาในการจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน ไม่สามารถสรุปสาระสำคัญได้อย่างถูกต้อง ขาดทักษะการตั้งคำถาม และการคิดวิเคราะห์เชิงลึก ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการพัฒนาสมรรถนะด้านการสื่อสาร
นอกจากนี้ การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเดิมอาจยังไม่สามารถกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเนื้อหาที่ใช้ในการเรียนการสอนบางส่วนยังขาดความเชื่อมโยงกับบริบทท้องถิ่น ทำให้ผู้เรียนไม่ ตระหนักในคุณค่าของวรรณกรรมพื้นบ้านและวัฒนธรรมของตนเอง ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
จากเหตุผลดังกล่าว ผู้จัดทำจึงได้พัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิคคำถาม 5W1H ได้แก่ Who, What, When, Where, Why และ How ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดอย่างเป็นระบบ ฝึกการตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบจากเรื่องที่อ่านอย่างมีเหตุผล ควบคู่กับการใช้นิทานพื้นบ้านเมืองอุบลจำนวน 10 เรื่อง ได้แก่ นางผมหอม ท้าวก่ำกาดำ จำปาสี่ต้น กำพร้าผีน้อย นางแตงอ่อน ท้าวขูลูนางอั้ว สังข์ศิลป์ชัย ท้าวคันธนาม ท้าวเจ็ดหวดเจ็ดไห และนางเพานางแพง มาใช้เป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
นวัตกรรมนี้มีความสำคัญในด้านการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการอ่านจับใจความสำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการเรียนรู้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังช่วยปลูกฝังเจตคติที่ดีต่อการอ่านวรรณกรรมพื้นบ้าน และสร้างความตระหนักในคุณค่าทางวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนด้านทักษะการอ่าน นักเรียนสามารถจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้านทักษะการคิด นักเรียนมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการหาคำตอบอย่างมีเหตุผล ผ่านกระบวนการ 5W1H ด้านการสื่อสาร นักเรียนสามารถถ่ายทอดความเข้าใจของตนเอง ทั้งการพูดและการเขียนได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ด้านเจตคติ นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการอ่าน เห็นความสำคัญของวรรณกรรมพื้นบ้าน และเกิดความสนใจในการเรียนรู้มากขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : จากการพัฒนาและใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคคำถาม 5W1H ในการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญนิทานพื้นบ้านเมืองอุบล ส่งผลให้ครูผู้สอนเกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1. ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ครูมีความสามารถในการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมากยิ่งขึ้น สามารถใช้เทคนิคคำถาม 5W1H เพื่อกระตุ้นการคิด วิเคราะห์ และการมีส่วนร่วมของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ด้านการพัฒนานวัตกรรมและสื่อการสอน ครูสามารถพัฒนาแบบฝึกทักษะ สื่อ และนวัตกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับเนื้อหาและบริบทของผู้เรียน รวมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้หรือขยายผลในรายวิชาอื่นได้ 3. ด้านการวัดและประเมินผล ครูมีทักษะในการออกแบบเครื่องมือวัดและประเมินผลที่หลากหลาย เช่น แบบทดสอบ แบบประเมินทักษะ และการสังเกตพฤติกรรม ซึ่งสามารถสะท้อนพัฒนาการของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง 4. ด้านการพัฒนาวิชาชีพครู ครูเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีทักษะในการวิจัยในชั้นเรียน สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 5. ด้านการใช้เทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้ ครูสามารถนำเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและประสิทธิภาพในการสอน 6. ด้านความภาคภูมิใจในวิชาชีพ ครูเกิดความภาคภูมิใจในผลงานนวัตกรรมของตนเอง และมีแรงจูงใจในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 7. ด้านการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ครูสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครู นำเสนอผลงาน และขยายผลนวัตกรรมสู่ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพได้
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : การดำเนินนวัตกรรมการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญนิทานพื้นบ้านเมืองอุบล โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคคำถาม 5W1H ส่งผลเชิงบวกต่อสถานศึกษาในหลายด้าน ดังนี้ 1. ด้านคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนมีผู้เรียนที่มีทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารที่ดีขึ้น ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและรายวิชาอื่น ๆ สูงขึ้น 2. ด้านคุณภาพการจัดการเรียนรู้ โรงเรียนมีรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เป็นระบบ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และสอดคล้องกับแนวทางการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 3. ด้านนวัตกรรมทางการศึกษา โรงเรียนมีนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม สามารถใช้เป็นต้นแบบ (Best Practice) ในการพัฒนาการเรียนการสอน และสามารถเผยแพร่สู่โรงเรียนอื่นได้ 4. ด้านการพัฒนาครูและบุคลากร ครูในโรงเรียนได้รับการพัฒนาในด้านการออกแบบการเรียนรู้ การสร้างสื่อ และการวิจัยในชั้นเรียน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุมชนทางวิชาชีพ (PLC) 5. ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น โรงเรียนมีบทบาทในการส่งเสริมและอนุรักษ์วรรณกรรมพื้นบ้าน โดยนำนิทานพื้นบ้านเมืองอุบลมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนเห็นคุณค่าและเกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่น 6. ด้านภาพลักษณ์ของสถานศึกษา โรงเรียนมีผลงานนวัตกรรมที่โดดเด่น ส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี มีความน่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในระดับชุมชนและหน่วยงานทางการศึกษา 7. ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา นวัตกรรมสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการประกันคุณภาพภายในและภายนอกของสถานศึกษา สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของหน่วยงานต้นสังกัด
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : การดำเนินนวัตกรรมการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญนิทานพื้นบ้านเมืองอุบล โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคคำถาม 5W1H นอกจากจะส่งผลต่อผู้เรียนและสถานศึกษาแล้ว ยังส่งผลเชิงบวกต่อชุมชนในหลายด้าน ดังนี้ 1. ด้านการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ชุมชนได้รับการส่งเสริมให้เห็นคุณค่าและร่วมกันอนุรักษ์นิทานพื้นบ้าน ซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และค่านิยมของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป 2. ด้านความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และปราชญ์ชาวบ้านในการสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ เช่น การให้ข้อมูลนิทานพื้นบ้าน การร่วมกิจกรรม หรือการเป็นวิทยากรท้องถิ่น 3. ด้านการสร้างแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ชุมชนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม โดยใช้เรื่องเล่า นิทาน และภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นสื่อในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเยาวชน 4. ด้านการปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่ดี นิทานพื้นบ้านมีเนื้อหาที่สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และคติสอนใจ ซึ่งช่วยปลูกฝังให้เยาวชนในชุมชนมีพฤติกรรมที่เหมาะสมและดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า 5. ด้านความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในวรรณกรรมพื้นบ้านและวัฒนธรรมของตนเอง ส่งผลให้เกิดการสืบทอดและเผยแพร่อัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สังคมภายนอก 6. ด้านการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาการศึกษาและการอนุรักษ์วัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]