การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Game-based Learning โดยใช้แบบฝึกทักษะการประสมคำโฟนิกส์ (Phonics for kids)
ผู้พัฒนา นางสาวศิริพร เงาวรรณ์
โรงเรียนโรงเรียนประชาสามัคคี(บ้านหนองมะนาว)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การพัฒนาหนึ่งในสี่ทักษะภาษาอังกฤษ คือ การอ่าน โดยการอ่านออกเสียงมี ความสำคัญและเป็นทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ เนื่องจากการอ่านเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ยิ่ง ปัจจุบันเป็นยุคของ "ข่าวสารข้อมูล" การอ่านยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต (สถาบันไทยศึกษา จุฬาฯ Institute Of Thai Studies, Chulalongkorn university, 2562) รวมไป ถึงดันแคน (Duncan, 2022) ได้กล่าวไว้ว่า การอ่านออกเสียงควรเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน ของเด็กทุกคน แต่อย่างไรก็ตามนักวิชาการไทยพบว่ามีเสียงพยัญชนะภาษาอังกฤษอยู่หลายเสียงที่ไม่ มีในภาษาไทยและมีเสียงจำนวนหนึ่งที่คล้ายกับเสียงภาษาไทย คนไทยจึงใช้เสียงของภาษาไทยแทน เสียงภาษาอังกฤษซึ่งไม่ถูกต้อง การใช้เสียงภาษาไทยแทนมักทำให้เกิดความไม่เข้าใจหรือบางครั้ง ความหมายของคำก็เปลี่ยนไปเลย (ชุมศักดิ์ มัธยมจันทร์, 2547 อ้างอิงใน ธัญลักษณ์ คำพรหม, 2561) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้องเพื่อให้นักเรียนได้รับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องเพื่อพัฒนา ตนเองต่อไป เนื่องจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนประชาสามัคคี(บ้านหนองมะนาว) มีปัญหาในการอ่านออกเสียงและสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะคำที่มีสระเสียงสั้น(Short Vowels) และคำที่ต้องอาศัยการประสมเสียงตามหลักโฟนิกส์ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ นักเรียนส่วนใหญ่ สื่อสารในชีวิตประจำวันด้วยภาษาถิ่น จึงออกเสียงภาษาอังกฤษไม่ชัดเจน ส่งผลให้ไม่สามารถเชื่อมโยงเสียงกับตัวสะกดภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ และมีผลการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาอังกฤษเรียนต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด หากนักเรียนไม่ได้รับการแก้ไขหรือพัฒนา อาจส่งผลต่อทักษะการอ่านภาษาอังกฤษในระยะยาวได้
จากปัญหาดังกล่าวครูผู้สอนจึงเห็นความจำเป็นในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วม สนุกกับการเรียน และฝึกการอ่านสะกดคำอย่างเป็นระบบ โดยใช้แนวทาง Active Learning ข้าพเจ้าจึงได้คิดค้น นวัตกรรม “การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Game-based Learning โดยใช้แบบฝึกทักษะการประสมคำโฟนิกส์ (Phonics for kids)” เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกประสมคำศัพท์และให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษและยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนให้สูงขึ้น
การวิเคราะห์บริบทพื้นที่/สถานศึกษา Area/educational context analysis
โรงเรียนประชาสามัคคี ( บ้านหนองมะนาว ) เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีทรัพยากรที่มีความเหมาะสม เช่น วัสดุ อุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐานมีความเพียงพอ เช่น การคมนาคม สื่อสาร ไฟฟ้า ประปา อุปกรณ์กีฬา ทางด้านการจัดการเรียนรู้ สนามกีฬา มีห้องเรียนที่เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการกลุ่ม มีหลักสูตรที่สอดคล้องกับการนำนวัตกรรม ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Game-based Learning โดยใช้แบบฝึกทักษะการประสมคำโฟนิกส์ (Phonics for kids) ไปใช้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนาน มีความสนใจ มีเจตคติที่ดี และนำคำศัพท์ที่เรียนในบทเรียนมาตอบประโยคคำถามง่ายๆเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของตนเองได้และสามารถปรับหลักสูตรให้รองรับการเรียนรู้แบบใหม่ได้ ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรและมีแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้อง โรงเรียนประชาสามัคคี( บ้านหนองมะนาว ) เปิดกว้างต่อการเรียนรู้ใหม่ ๆ และมีการสนับสนุนจากบุคลากรทั้งภายในและภายนอก มีระบบการประเมินผลที่เอื้อต่อการทดลองและพัฒนานวัตกรรม ใช้การวิเคราะห์ SWOT เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์บริบทพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาถึงจุดแข็ง ( Strengths ) จุดอ่อน ( Weaknesses ) โอกาส ( Opportunities ) และอุปสรรค ( Threats ) ของพื้นที่นำร่อง ซึ่งจะเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการนำนวัตกรรมไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนสะกดคำภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Game-based Learning โดยใช้แบบฝึกทักษะการประสมคำโฟนิกส์ (Phonics for kids) - นักเรียนมีทักษะการการอ่านสะกดคำอย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ - นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อรายวิชาภาษาอังกฤษ
ผลลัพธ์ต่อครู : - ครูมีนวัตกรรมการสอน โดยการฝึกทักษะการสื่อสารผ่าน แบบฝึกทักษะการประสมคำโฟนิกส์ (Phonics for kids) ทำให้เป็นการสอนที่สนุกสนาน น่าสนใจ และมีประสิทธิภาพ เหมาะกับผู้เรียน - ครูสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีให้กับนักเรียน มีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ และส่งเสริมบรรยากาศการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน :
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : - โรงเรียนมีนวัตกรรมการสอนภาษาอังกฤษ ที่ช่วยสนับสนุนการสอนที่พัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำของนักเรียน - โรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษสูงขึ้น - โรงเรียนมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]