ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยใช้แบบฝึกทักษะ
ผู้พัฒนา นางสาววิภาดา แสงทอง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านแสงน้อย

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           การอ่านการเขียนเขียนเป็นทักษะที่มีความสำคัญในชีวิตประจำวัน เพราะเมื่ออ่านออกเขียนได้ก็จะเกิดความรู้ความเข้าใจ นำไปสู่การสร้างความคิด การตัดสินใจแก้ปัญหา และก้าวทันต่อเหตุการณ์ของโลกในยุคปัจจุบัน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านแสงน้อย ปัญหาที่พบ คือ การใช้ภาษาของนักเรียนมีข้อบกพร่องหลายประการ ทั้งในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน แต่ที่เป็นปัญหามากคือปัญหาการเขียน โดยเฉพาะเรื่องการเขียนคำให้ถูกต้องตามมาตราตัวสะกด เนื่องมาจากนักเรียนส่วนใหญ่ขาดทักษะด้านการอ่านการเขียน ทักษะเกี่ยวกับหลักภาษาและการใช้ภาษา นักเรียนมีความสับสนทางด้านภาษาไทยเพราะอิทธิพลของการใช้ภาษาถิ่นในชีวิตประจำวัน ความเคยชินกับการพูดของคนในชุมชน และครอบครัวของนักเรียนที่ใช้ภาษาในท้องถิ่นของตนในการสื่อสารกันทำให้ออกเสียงคำไม่ชัดเจน ซึ่งมีผลทำให้การเขียนสะกดคำไม่ถูกต้องตามไปด้วย เมื่อการอ่านการเขียนไม่ถูกต้องก็มีผลทำให้การสื่อสารผิดเพี้ยนตามไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะเรียนรู้ในกลุ่มสาระอื่น ๆ ต่อไป เพราะการเขียนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ ประกอบกับครูผู้สอนไม่มีทักษะเกี่ยวกับเทคนิควิธีการสอนแบบที่นักเรียนต้องการอยากเรียน ครูส่วนใหญ่ขาดความพยายามที่จะค้นคว้าวิธีการสอนใหม่ ๆ ที่ได้ผลดี ขาดการผลิตอุปกรณ์หรือสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเนื้อหา ขาดเทคนิคกระบวนการและรูปแบบที่นำมาใช้ในการฝึกทักษะที่เหมาะสมและน่าสนใจ อีกทั้งเด็กยังไม่ได้รับการฝึกสะกดคำอย่างถูกวิธี ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนเรียนภาษาไทยไม่บรรลุวัตถุประสงค์ไม่มีความคงทนในการเรียนรู้ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ำ เนื่องจากปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และปัญหาจากตัวครู ครูส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการวางแผนหรือเตรียมการสอน กระบวนการเรียนการสอนยังเน้นที่ตัวครูยังยึดที่ตัวครูเป็นศูนย์กลาง การจัดการเรียนการสอนไม่หลากหลาย ไม่ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียน การประเมินผลระหว่างเรียน เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนค่อนข้างน้อยขาดการวิเคราะห์นักเรียนเพื่อนำข้อมูลมาพัฒนานักเรียน ขาดทักษะหรือความเข้าใจการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ และขาดทักษะกระบวนการวิจัยมาใช้ เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทย พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านแสงน้อย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย สูงขึ้นคิดเป็นร้อยละ 96.50 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
ผลลัพธ์ต่อครู : การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้เหมาะสมแก่ผู้เรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ส่งเสริม สนับสนุนด้านนโยบายและงบประมาณที่จำเป็นในการพัฒนานวัตกรรมที่เอื้อต่อครูผู้สอนและผู้เรียน และสถานศึกษามีเครือข่ายความร่วมมือเพิ่มมากขึ้น ครูผู้สอน วิชาภาษาไทย มีการจัดตั้งชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community : PLC) เพื่อส่งเสริมสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ของครู ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสภาพที่คาดหวังและสภาพปัจจุบันที่ เกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาไทย การศึกษาวิเคราะห์เอกสารข้อมูลเชิงปรัชญา นโยบาย วัตถุประสงค์การเรียนการสอน พบว่า ผลการวิเคราะห์สภาพที่คาดหวัง มุ่งปฏิรูปการเรียนรู้ โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ คำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียน และการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดและคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะการทางานร่วมกัน (Collaboration Skill) เปิดโอกาสให้เรียนรู้ตามความถนัด เรียนตามความสามารถของผู้เรียน เรียนอย่างสนุก เล่นให้มีความรู้ มีทักษะในการคิด การคิดวิเคราะห์และ การสื่อสาร การคิดและแก้ปัญหา
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ผู้ปกครองและชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและชุมชน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก