การใช้แบบฝึกโจทย์ปัญหาทศนิยมร่วมกับ Active Learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้พัฒนา นางจุฬาลักษณ์ พิณทอง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านโพนทอง(แสงราษฎร์สามัคคี)
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผลเป็นระบบระเบียบ มีแบบแผนสามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ทำให้สามารถคาดการณ์วางแผน ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังช่วยพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสมดุลทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาและอารมณ์ สามารถคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
คุณภาพของผู้เรียนที่ระบุไว้ในคู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เป็นเป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในแต่ละช่วงชั้นให้กับผู้เรียนที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ซึ่งจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระคณิตศาสตร์ มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ มีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ มีความตระหนักในคุณค่าของคณิตศาสตร์ และสามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตตลอดจนสามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และเป็นพื้นฐานในการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น
จากประสบการณ์ของผู้รายงาน ในการสอนสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับช่วงชั้นที่ 2 โดยเฉพาะระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่าสภาพการเรียนโดยภาพรวมปรากฏว่า นักเรียนส่วนมากมีความสามารถ ความสนใจในการเรียนรู้ที่แตกต่างหลากหลาย มีทั้งกลุ่มที่เรียนดี ปานกลาง กลุ่มที่บกพร่องทางการเรียนรู้ และเด็กพิเศษ จึงทำให้เกิดปัญหาในการเรียนรู้ โดยเฉพาะ วิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นกลุ่มทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ปรากฏว่านักเรียนมีผลการเรียนต่ำ แม้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับต่าง ๆ นักเรียนจะสามารถทำคะแนนได้โดยเฉลี่ยในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีก็ตาม พบว่าเนื้อหา เรื่อง ทศนิยม นักเรียนทำคะแนนได้น้อยจึงเป็นตัวฉุดคะแนนในภาพรวม เมื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาจึงพบว่าเกิดจากนักเรียนขาดทักษะในการคิดการคำนวณ มีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์จึงทำให้ไม่สนใจ เกิดความเบื่อหน่ายในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ จึงส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนดังกล่าวข้างต้น
ดังนั้น ผู้รายงานจึงออกแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวกและการลบทศนิยม โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ โจทย์ปัญหาการบวกและการลบทศนิยม ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อแก้ปัญหาและส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เจตคติ ที่ดีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ตลอดจนเป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนจากการดำเนินการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “การใช้แบบฝึกโจทย์ปัญหาทศนิยมร่วมกับ Active Learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4” พบว่า นักเรียนมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้อย่างชัดเจนทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยนักเรียนสามารถทำความเข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับทศนิยมได้ดียิ่งขึ้น มีความสามารถในการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา วางแผนแก้ปัญหา และแสดงวิธีคิดอย่างเป็นขั้นตอน ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการใช้นวัตกรรม นอกจากนี้ การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ยังช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น กล้าแสดงความคิดเห็น มีความมั่นใจในการสื่อสาร และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรยากาศในชั้นเรียนมีความสนุกสนานและเอื้อต่อการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนเกิดเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ ลดความวิตกกังวลในการทำโจทย์ปัญหา และมีความตั้งใจเรียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง นักเรียนยังสามารถนำความรู้เกี่ยวกับทศนิยมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม เช่น การคำนวณเกี่ยวกับเงินหรือการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเรียนรู้ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับชีวิตจริงโดยแท้จริง โดยภาพรวม นวัตกรรมดังกล่าวช่วยพัฒนานักเรียนให้มีทั้งความรู้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ ทักษะการคิดขั้นสูง และคุณลักษณะด้านการเรียนรู้อย่างยั่งยืน อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
ผลลัพธ์ต่อครู : จากการดำเนินการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “การใช้แบบฝึกโจทย์ปัญหาทศนิยมร่วมกับ Active Learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4” ส่งผลให้ครูผู้สอนมีการพัฒนาศักยภาพทางวิชาชีพอย่างชัดเจน โดยครูสามารถออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีความเข้าใจในการบูรณาการแนวคิด Active Learning เข้ากับเนื้อหาคณิตศาสตร์อย่างเหมาะสม ทำให้การจัดการเรียนรู้มีความหลากหลาย น่าสนใจ และตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ครูยังได้พัฒนาทักษะในการสร้างและปรับใช้สื่อการเรียนรู้ โดยเฉพาะแบบฝึกโจทย์ปัญหาทศนิยมที่มีลำดับขั้นตอนชัดเจน สอดคล้องกับระดับความสามารถของผู้เรียน รวมทั้งสามารถออกแบบเครื่องมือวัดและประเมินผลได้อย่างครอบคลุมและสะท้อนผลการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง อีกทั้งครูมีการวิเคราะห์ผลการจัดการเรียนรู้และนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงแผนการสอนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาตนเองในเชิงวิชาชีพอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน การใช้นวัตกรรมดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ทำให้ครูมีความมั่นใจในการสอนมากยิ่งขึ้น มีแรงจูงใจในการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา และเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนครู อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนโดยรวมของสถานศึกษา โดยภาพรวม นวัตกรรมนี้ไม่เพียงส่งผลต่อผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับสมรรถนะของครูให้สามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเป็นมืออาชีพ และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : จากการดำเนินการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “การใช้แบบฝึกโจทย์ปัญหาทศนิยมร่วมกับ Active Learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4” ส่งผลให้สถานศึกษาเกิดการพัฒนาในเชิงคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านคุณภาพผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและมีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา นอกจากนี้ การดำเนินนวัตกรรมดังกล่าวยังส่งเสริมให้กระบวนการจัดการเรียนการสอนภายในโรงเรียนมีการปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมากยิ่งขึ้น ครูสามารถนำแนวคิด Active Learning ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย น่าสนใจ และสามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาการสอนในรายวิชาอื่นหรือระดับชั้นอื่นได้ ในขณะเดียวกัน สถานศึกษายังมีแหล่งเรียนรู้และนวัตกรรมทางการศึกษาที่เป็นรูปธรรมจากแบบฝึกโจทย์ปัญหาทศนิยม ซึ่งสามารถนำไปพัฒนา ต่อยอด และเผยแพร่ได้อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้สถานศึกษามีองค์ความรู้และคลังสื่อการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นจากผู้ปกครองและชุมชนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษา โดยภาพรวม นวัตกรรมดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ทั้งในด้านผู้เรียน ครู และกระบวนการบริหารจัดการ ก่อให้เกิดความเข้มแข็งทางวิชาการ และนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : จากการดำเนินการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “การใช้แบบฝึกโจทย์ปัญหาทศนิยมร่วมกับ Active Learning เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อชุมชนอย่างเห็นได้ชัด โดยผู้ปกครองและชุมชนมีความเชื่อมั่นต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษามากยิ่งขึ้น จากการรับรู้ถึงพัฒนาการของนักเรียนที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ดีขึ้น รวมทั้งมีทักษะในการนำความรู้เรื่องทศนิยมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน นวัตกรรมดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งในและนอกห้องเรียน เกิดการติดตามและสนับสนุนพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ทำให้การจัดการศึกษาไม่จำกัดอยู่เพียงในโรงเรียน แต่ขยายไปสู่บริบทของครอบครัวและชุมชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การเผยแพร่นวัตกรรมแบบฝึกโจทย์ปัญหาทศนิยมยังเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการเสริมทักษะการเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่บ้าน ส่งผลให้เกิดบรรยากาศของการเรียนรู้ร่วมกัน และก่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง โดยภาพรวม นวัตกรรมดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการสร้างความร่วมมือ ความเชื่อมั่น และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อันนำไปสู่การยกระดับการเรียนรู้ของผู้เรียนและความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมหลักสูตร
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]