ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายของกีฬาแม่ไม้มวยไทยด้วย MUSIC Model
ผู้พัฒนา นางสาวภรณ์นภา นามกาศรี
โรงเรียนโรงเรียนบ้านขามใหญ่

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการทำงานก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน การเรียนรู้แบบเดิมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้จากครูสู่ผู้เรียนเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อีกต่อไป พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 หมวดที่ 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 22 ระบุว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ ส่วนมาตรา 24 ระบุว่า การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดเนื้อหา สาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูสามารถจัดบรรยายกาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและสื่ออำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2545) พลศึกษาเป็นหนึ่งในกระบวนการศึกษาที่สำคัญ เพราะเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งเน้นการดูแล การส่งเสริม การพัฒนาและการบริหารจัดการชีวิตเพื่อ สุขภาพ และสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้ อันเป็นรากฐานที่สำคัญยิ่งต่อการดำเนินชีวิตที่สมดุลทั้ง ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นองค์รวมของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์โดยอาศัย กิจกรรมพลศึกษาที่เลือกสรรแล้วว่ามีคุณค่าโดยการลงมือปฏิบัติจริง (วรศักดิ์ เพียรชอบ, 2527) มวยไทย หมายถึง ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของชนชาติไทย ที่สามารถใช้ศอก เข่า เท้า และ หมัด เป็นอาวุธ (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. ๒๕๑๗ : ๖๙๘)มวยไทยเกิดขึ้นในสมัยใดไม่แน่ชัด เท่าที่มีหลักฐานพบว่ามวยไทยเกิดขึ้นมานานแล้ว อาจจะ เกิดขึ้นพร้อมๆ กับชาติไทย เพราะถือกันว่ามวยไทยเป็นศิลปะประจำชาติของไทยเราจริงๆ ยากที่ชาติอื่นจะ เลียนแบบได้ (จรัสเดช อุลิต. ๒๕๔๒ : ๒๖) มวยไทยเป็นศาสตร์และศิลปะ ที่เป็นศาสตร์เพราะเป็นวิชาการที่ทุกคน อาจจะศึกษาหาความรู้ได้เหมือนวิชาแขนงอื่นๆ ส่วนที่ว่าเป็นศิลปะเพราะประกอบด้วยกลยุทธ์ และลวดลายต่างๆ มากมาย ซึ่งยากที่จะเรียนรู้และปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน จึงแตกต่างกันไปตามลักษณะ หรือแบบของการต่อสู้ป้องกันตัว ปัจจุบันมีมวยอยู่ ๒ ชนิด คือมวยปล้ำและมวยชก มวยชกก็ยังแบ่งออกเป็น ๒ แบบ ชกด้วยหมัด บวกการต่อสู้ด้วย เท้า เข่า ศอก ตามแบบของมวยไทย หรือ ชกด้วยหมัดอย่างเดียว เรียกว่า มวยสากล (แสวง ศิริไปล์ ๒๕๒๐ : ๑) มวยไทยในสมัยก่อนเท่าที่ทราบจะมีการฝึกฝนอยู่ในหมู่ของทหาร เพราะในสมัยก่อนไทยเราได้ มีการสู้รบกับประเทศเพื่อนบ้านบ่อยครั้ง การสู้รบในสมัยนั้นก็ยังไม่มีปืนยิงสู้กัน มีแต่ดาบสองมือ และดาบมือเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องมีการประชิดตัวกัน คนไทยเห็นว่าการรบด้วยดาบเป็นการรบที่ประชิดตัวมาก คนไทยจึงฝึกหัด การถีบและเตะคู่ต่อสู้ไว้ เพื่อทำให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วจะได้เลือกฟันได้ง่ายทำให้ชนะคู่ต่อสู้ มวยไทยมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่สมัยที่ไทยเริ่มสร้างอาณาจักรตนเองขึ้นเป็นชาติ เพราะสมัยนั้น ไทยมีการรบอยู่เรื่อยๆ จึงต้องมีศิลปะการต่อสู้ทั้งแบบใช้อาวุธและใช้ส่วนต่างๆ มวยไทยมีลักษณะพิเศษตามแบบ ของคนไทยที่เรียกว่า “ครบเครื่อง” สามารถใช้อวัยวะเกือบทุกส่วน (สมบัติ จำปาเงิน ๒๕๒๒ : ๑๘) บรรพบุรุษ ของชาติไทย ได้ฝึกฝนอบรมสั่งสอนกุลบุตรไว้เพื่อป้องกันตัว และป้องกันชาติ บรรดาชายฉกรรจ์ของไทย จึงได้รับ การฝึกฝนวิชามวยไทยแทบทุกคน นักรบผู้เรืองนามทุกคนต้องได้รับการฝึกฝนอบรมศิลปะประเภทนี้อย่างชัดเจน ทั้งสิ้น เพราะการใช้อาวุธในสมัยโบราณ เช่น กระบี่ พลอง ดาบ ง้าว ทวน ฯลฯ ถ้ามีความรู้วิชามวยไทย ประกอบด้วยแล้วจะทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด แต่เดิมศิลปะมวยไทยที่มีชั้นเชิงสูงมักจะฝึกสอนกันในบรรดา เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ หรือเฉพาะพระมหากษัตริย์ และขุนนางฝ่ายทหารเท่านั้น ต่อมาจึงได้แพร่หลายไปถึงสามัญชนซึ่งได้รับ การถ่ายทอดจากบรรดาอาจารย์ วิทยากร ซึ่งเดิมเป็นยอดขุนพลหรือนักรบมาแล้ว (จรวย แก่นวงษ์คำ. ๒๕๓๐ : ๕) พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ได้กล่าวถึงพวกไทยซึ่งมีอยู่หลายพวกและเรียกเป็น หลายชื่อว่า โท ไทย ผู้ไทย พวน ฉาน เฉียง เงี้ยว ลื้อ เชิน เป็นต้น คนไทยทุกพวกเหล่านี้ส่วน ใหญ่พูดภาษาไทย มีภูมิลำเนาอยู่ทางใต้ของจีน ในขณะเดียวกันคนไทยที่มีภูมิลำเนาทางตอนใต้เริ่มเรื่องอำนาจขึ้น สามารถแย่งชิง แผ่นดินจากขอม และตั้งเมืองฝางขึ้นเป็นเมืองของไทยทางฝั่งใต้แม่น้ำโขงเป็นเมืองแรก ราว พ.ศ. ๑๔๐๐ จากนั้นไทยก็ขยายอำนาจลงมาในลุ่มน้ำเจ้าพระยาลงไปตลอดแหลมมลายู คนไทยที่อพยพ ลงมาทางลุ่มแม่น้ำโขง ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และลุมแม่น้ำอิรวดีล้วนนับถือพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ต่อมาคงได้รับอิทธิพลศาสนาพราหมณ์ จากชนพื้นเมืองเดิม ในยุคต้นๆ ก่อนสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีนั้น จะเห็นได้ว่าชุมชนเชื้อสายต่างๆ ยังคงต้องทำ สงครามรบกันมาโดยตลอด เพื่อแย่งอำนาจการปกครอง จึงมีการอพยพหนีภัยสงคราม ถูกกวาดต้อนเป็นเชลยบ้าง ทั้งอพยพหนีภัยธรรมชาติ หาแหล่งที่ทำกิน และเพื่อการติดต่อการค้าขาย การผสมกลมกลืนทางเชื้อสายเผ่าพันธุ์ต่างๆ จึงมีมาโดยตลอด ภูมิปัญญาและศิลปะวิทยาการต่างๆ ปรับเปลี่ยนกันไปตลอดเวลา เช่นเดียวกันศิลปะการต่อสู้ เพื่อป้องกันตนเองในระยะเริ่มแรก คงมีลักษณะคล้ายกัน โดยเฉพาะในแถบเอเชีย ซึ่งเป็นการต่อสู้ด้วยส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ เช่น การจับ ทุ่ม ทุบ ทับ หัก ต่อย ตี โขก ถีบ เตะ เป็นต้น แบบจำลองแรงจูงใจ MUSIC ถูกใช้เพื่อช่วยให้ผู้สอนเลือกกลยุทธ์ที่จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในหลักสูตร แบบจำลอง MUSIC ประกอบด้วยกลยุทธ์ 5 หมวดหมู่ ได้แก่ การเสริมพลัง ความมีประโยชน์ ความสำเร็จ ความสนใจ และความเอาใจใส่ วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้คือเพื่อตรวจสอบขอบเขตที่แบบสำรวจแรงจูงใจทางวิชาการ MUSIC  (เวอร์ชันนักศึกษาวิทยาลัย รูปแบบย่อ) แสดงคุณสมบัติทางจิตวิทยาที่ยอมรับได้เมื่อใช้กับนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในวิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์ แบบสำรวจประกอบด้วยมาตราส่วน 5 มาตราที่สอดคล้องกับองค์ประกอบทั้ง 5 ของแบบจำลอง MUSIC และวัดขอบเขตที่นักศึกษารับรู้ว่า: พวกเขามีอำนาจในหลักสูตร (การเสริมพลัง); กิจกรรมในหลักสูตรมีประโยชน์ต่ออนาคตของพวกเขา (ความมีประโยชน์); พวกเขาสามารถประสบความสำเร็จในหลักสูตรได้ (ความสำเร็จ); กิจกรรมการสอนและหลักสูตรมีความน่าสนใจ (ความสนใจ); และผู้สอนใส่ใจต่อการเรียนรู้และความเป็นอยู่ที่ดีของนักศึกษา (ความเอาใจใส่) แบบสอบถามนี้ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องสำหรับการใช้กับกลุ่มนักเรียนที่แตกต่างกันมากมาย รวมถึงนักเรียนในประเทศต่างๆ และในวัยต่างๆ (เช่น นักศึกษาวิทยาลัย นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย นักเรียนประถมศึกษา) อย่างไรก็ตาม แบบสอบถามนี้ไม่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องสำหรับการใช้กับนักศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ เราได้วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม 578 ชุดที่ได้รับจากนักเรียนใน 6 หลักสูตรที่แตกต่างกันในวิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์ เราได้ตรวจสอบคุณสมบัติทางจิตวิทยาของแบบสอบถาม MUSIC โดย: (ก) คำนวณความน่าเชื่อถือของความสอดคล้องภายในสำหรับมาตราส่วน; (ข) คำนวณดัชนีความเหมาะสมและการโหลดปัจจัยที่ได้จากการวิเคราะห์ปัจจัยยืนยัน; และ (ค) คำนวณค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างมาตราส่วนแบบสอบถามและความพยายามที่นักเรียนรายงานเองในหลักสูตร ผลลัพธ์แสดงหลักฐานว่าแบบสอบถามแสดงให้เห็นคุณสมบัติทางจิตวิทยาที่ยอมรับได้สำหรับการใช้กับนักศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ ดังนั้น นักวิจัยและอาจารย์จึงสามารถใช้แบบสอบถาม MUSIC เพื่อประเมินการรับรู้เกี่ยวกับหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจของนักเรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ตัวชี้วัดและกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ พลศึกษา สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล มาตรฐาน พ. ๓.๑ มาตรฐาน พ 3.2 คือ เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา มีตัวชี้วัดและสาระการ เรียนรู้แกนกลาง คือ นักเรียนสามารถที่จะเล่นกีฬาไทย สากลประเภทบุคคลและประเภททีม อย่างละ ๑ ชนิด นำผลการปฏิบัติตน เกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายมาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสม ในบริบทของตนเองในการเล่นกีฬา กีฬาประเภททีมที่เป็นกีฬาไทยซึ่งนิยมจัดการเรียนรู้พลศึกษาในรายวิชาเพิ่มเติมของโรงเรียนคือกีฬามวยไทย
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน 1. ผู้เรียนมีทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายดีขึ้น 2.มีความเข้าใจและภาคภูมิใจในศิลปะมวยไทย 3.เกิดความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน 4.พัฒนาทักษะสมรรถภาพร่างกายพื้นฐานที่เหมาะสมกับช่วงวัย
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ครูมีความรู้และทักษะในการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. ครูมีความมั่นใจและความสามารถในการบูรณาการนวัตกรรม MUSIC Model
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : 1. โรงเรียนมีรูปแบบการเรียนการสอนที่สร้างสรรค์และตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน 2. ชื่อเสียงของโรงเรียนในด้านกิจกรรมส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมไทยเพิ่มขึ้น 3. นักเรียนมีทักษะทางกายและสามารถนำเสนอศิลปะมวยไทยในเชิงสร้างสรรค์
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1. ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และเผยแพร่มวยไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและน่าสนใจ 2. ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น 3. เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและชุมชนในการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและกีฬา
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก