การพัฒนากิจกรรมเสริมประสบการณ์และกิจกรรมสร้างสรรค์โดยใช้กิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 โรงเรียนบ้านดอนแดง
ผู้พัฒนา นางสาวมินตรา ผาวัน
โรงเรียนโรงเรียนบ้านดอนแดง
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การวิเคราะห์ Pain Point (จุดเจ็บปวด) ที่เป็นที่มาของการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม
เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่เตรียมความพร้อมทุกๆด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งครูผู้สอน ควรจัดกิจกรรมที่หลากหลายให้เหมาะสมกับวัย จากการสังเกตการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาและการร่วมกิจกรรมนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่2 ไม่สามารถบอกความแตกต่างของ กลิ่น สี เสียง รส รูปร่าง จําแนก และจัดหมวดหมู่สิ่งของได้ ขาด ทักษะการสังเกต ทักษะการคิด ทักษะการสื่อความหมาย ดังนั้นครูผู้สอนจึงต้องการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยเพื่อให้เด็กมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ในระดับต่อไป จากการจัดกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ เป็นการจัดกิจกรรมที่ลงมือทำเพื่อค้นหาคำตอบจากเรื่องที่ต้องการศึกษา เพื่อยืนยันในสิ่งที่เป็นความจริงให้กับเด็ก การค้นคว้าทดลองและสื่อสารทางความคิดจากประสบการณ์ตรงเพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ทำความเข้าใจในข้อเท็จจริง กฎ หลักการ หรือทฤษฎีต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ในการทำกิจกรรมทุกขั้นตอนเน้นการลงมือทำกิจกรรม
การวิเคราะห์สถานการณ์ (Situation Analysis)
จุดแข็ง งบประมาณที่ได้รับจัดสรรในการดำเนินกิจกรรมมีความเหมาะสมและ มีสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ที่เพียงพอสำหรับการทำกิจกรรม
จุดอ่อน ควรทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กได้เกิด ทักษะและพัฒนาการมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มมากขึ้นและจะทำให้เห็นผลชัดเจนว่า เด็ก ๆ ที่ได้รับการจัดประสบการณ์มีพัฒนาการทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่ดีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โอกาส เปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสในการลงมือปฏิบัติ โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการค้นคว้าหรือหาคำตอบ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
การวิเคราะห์บริบทพื้นที่/สถานศึกษา
1. ผู้บริหารตระหนักเห็นความสำคัญของทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย มีวิสัยทัศน์ มีความรอบรู้ ความสามารถ มีภาวะผู้นำ และนิเทศกำกับติดตาม ดูแลให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ส่งเสริมสม่ำเสมอและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
2. ครูผู้สอนมีความมุ่งมั่น ในการจัดกิจกรรมในห้องเรียนเพื่อการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ที่ดีขึ้น
3. คณะครูให้การสนับสนุน ช่วยเหลือให้คำปรึกษาและให้กำลังใจในการทำผลงาน
4. เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และเกิดความกระตือรือร้น ในการเรียน
5. ผู้ปกครองให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ดูแลเอาใจใส่ เด็ก ๆ เป็นอย่างมากและให้กำลังใจครูผู้สอนสม่ำเสมอและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. ช่วยให้เด็กปฐมวัยได้รับประสบการณ์ตรงจากการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้รู้จริง เพราะเห็นผลจริง 2. ช่วยสร้างความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตนเอง จากการค้นคว้า ทดลอง สังเกตของสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง 3. ช่วยพัฒนาทักษะการสังเกต ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่เด็กปฐมวัยนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน 4. ช่วยให้เด็กปฐมวัยได้รับประสบการณ์จากการมีโอกาสได้สัมผัส ทดลอง เครื่องมือและวัสดุประเภทต่างๆ ขณะทำกิจกรรม 5. ช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น ทักษะทางสังคม จากการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน การอดทน การรอคอย การเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ทักษะทางภาษา จากการซักถามและการฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆ
ผลลัพธ์ต่อครู : คณะครูในโรงเรียน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดและจัดประสบการณ์ เพื่อการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย นำมาใช้ในการส่งเสริมและพัฒนากระบวนการจัดประสบการณ์เรียนรู้ต่อผู้เรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษาได้รับความไว้วางใจในการจัดประสบการณ์ในระดับปฐมวัยจากชุมชนในเขตบริการของโรงเรียน และนอกเขตบริการอย่างต่อเนื่องทุกปี
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย และให้การสนับสนุนร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมของครูผู้สอน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]