การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่องอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ โดยการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการคณิตศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น “ข้าวหลามโมเดล (Khao-Lam Model)”
ผู้พัฒนา นางสาวมลิวัลย์ ทองดี ตำแหน่งครู วิทยฐานะชำนาญการพิ
โรงเรียนโรงเรียนบ้านสร้างมิ่ง
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่องอัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ โดยการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการคณิตศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น “ข้าวหลามโมเดล (Khao-Lam Model)” การจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลของผู้เรียน โดยเฉพาะในเรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ ซึ่งเป็นเนื้อหาพื้นฐานที่สำคัญและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมา พบว่านักเรียนจำนวนหนึ่งยังมีความเข้าใจในเนื้อหาดังกล่าวค่อนข้างจำกัด เนื่องจากการเรียนการสอนส่วนใหญ่มุ่งเน้นการคำนวณตามแบบฝึกหัดในตำรา ทำให้ผู้เรียนมองว่าคณิตศาสตร์เป็นเรื่องยากและเป็นนามธรรม ขาดการเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนอยู่ในระดับที่ยังต้องพัฒนาแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ คือ การจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความรู้กับบริบทของชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคณิตศาสตร์กับการดำรงชีวิตจริง ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นองค์ความรู้ที่สั่งสมจากประสบการณ์ของคนในชุมชน ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่า ตัวอย่างเช่น การทำข้าวหลาม ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีขั้นตอนและกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการกำหนด อัตราส่วนของวัตถุดิบ การปรับสัดส่วนของสูตร และการคำนวณต้นทุนหรือกำไรในรูปของร้อยละ จึงสามารถนำมาใช้เป็นสถานการณ์การเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม
ด้วยเหตุนี้ จึงได้พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ “ข้าวหลามโมเดล (Khao-Lam Model)” ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่บูรณาการเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 3 ขั้นตอน ได้แก่ K (Knowledge from Local Wisdom) การสร้างความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการศึกษาขั้นตอนและวัตถุดิบในการทำข้าวหลาม L (Learning by Doing) การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคำนวณอัตราส่วนและสัดส่วนของวัตถุดิบ รวมถึงการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์จากสถานการณ์จริง และ M (Mathematical Application) การนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ เช่น การคำนวณร้อยละของส่วนผสม ต้นทุน และกำไรจากการจำหน่ายข้าวหลาม
การจัดการเรียนรู้ด้วยข้าวหลามโมเดลช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Learning by Doing ผู้เรียนมีโอกาสคิดวิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และเชื่อมโยงความรู้กับชีวิตจริง ทำให้เข้าใจแนวคิดทางคณิตศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการแก้ปัญหา ตลอดจนปลูกฝังให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น
ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรม “ข้าวหลามโมเดล (Khao-Lam Model)” จึงมีความสำคัญในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในเรื่องอัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่มีความหมายและสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนและชุมชนอย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีความสนใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ เนื่องจากกิจกรรมเชื่อมโยงกับชีวิตจริง นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) ทำให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาได้ดีขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับตัวชี้วัดของหลักสูตร ครูมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitator) และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษาให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ เช่น การถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำข้าวหลาม
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]