" คล้องจองสร้างสรรค์ ผ่านเกมจับคู่ " ด้วยTPS Model. ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนทักษะวิชาการเข้มแข็ง: นักเรียนมีความเข้าใจเรื่องคำคล้องจองอย่างถูกต้อง สามารถจำแนกชนิดและวิเคราะห์คำเพื่อนำมาแต่งคำขวัญง่าย ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ สมรรถนะสำคัญพัฒนา: พัฒนาทักษะการสื่อสารและการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการจับคู่และร้อยเรียงคำ เจตคติเชิงบวก: นักเรียนมีความสุขและสนุกกับการเรียนภาษาไทย เปลี่ยนทัศนคติจากการ "ต้องเรียน" เป็น "อยากเรียน" ลดความเบื่อหน่ายด้วยกิจกรรมเกม การนำไปใช้: เห็นคุณค่าของภาษาไทยและสามารถนำทักษะการเลือกใช้คำไปปรับใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้: ครูมีชุดเครื่องมือที่ทันสมัย (TPS Model และเกมจับคู่) ที่ผ่านการคิดค้นและอิงทฤษฎี Brain-based Learning (BBL) ทำให้การสอนมีประสิทธิภาพมากกว่าการบรรยายหน้าชั้นแบบเดิม การจัดการชั้นเรียน: บรรยากาศในห้องเรียนมีความกระตือรือร้นและมีระเบียบผ่านกติกาของเกม ช่วยลดปัญหาเด็กไม่สนใจเรียน ความเป็นมืออาชีพ: พัฒนาศักยภาพด้านการเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ (Learning Designer) ที่สามารถปรับปรุงเนื้อหาให้เข้ากับพัฒนาการตามวัยของนักเรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : ยกระดับคุณภาพการศึกษา: ตอบสนองนโยบาย “เด็กไทยวิถีใหม่ อ่านออก เขียนได้ ทุกคน” ของกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างเป็นรูปธรรม แหล่งเรียนรู้ต้นแบบ: โรงเรียนมีนวัตกรรมที่เป็นจุดแข็ง สามารถนำไปขยายผลไปยังสายชั้นอื่น ๆ หรือเป็นต้นแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยให้กับสถานศึกษาใกล้เคียง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน: ช่วยยกระดับคะแนนผลสัมฤทธิ์ในวิชาภาษาไทยและวิชาอื่น ๆ เนื่องจากนักเรียนมีพื้นฐานการอ่านเขียนที่แข็งแรงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ความเชื่อมั่น: ผู้ปกครองมีความพึงพอใจและมั่นใจในคุณภาพการสอนของโรงเรียน เมื่อเห็นบุตรหลานมีพัฒนาการด้านการสื่อสารที่ชัดเจนและมีนิสัยรักการอ่านเขียนมากขึ้น การสื่อสารในชุมชน: นักเรียนสามารถช่วยชุมชนในกิจกรรมง่าย ๆ เช่น การร่วมคิดคำขวัญหรือข้อความรณรงค์สั้น ๆ ในหมู่บ้าน ช่วยสืบสานภูมิปัญญาทางภาษาให้คงอยู่ ลดภาระผู้ปกครอง: เมื่อเด็กเรียนรู้ได้ดีในชั้นเรียนและมีเจตคติที่ดี ผู้ปกครองก็ลดภาระในการเคี่ยวเข็ญการบ้านที่บ้าน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]