“การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้กระบวนการออกแบบการเรียนการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Leaning (CBL)” วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
ผู้พัฒนา นางสาวปนัดดา โชคชัย
โรงเรียนโรงเรียนบ้านทุ่งใต้
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ดังนั้นกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยเน้นด้านความรู้คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้ ในเรื่องสาระความรู้ให้บูรณาการความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสมในแต่ละระดับการศึกษาเพื่อพัฒนาด้านความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสังคม
ภาษาไทยมีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะภาษาไทยเกี่ยวข้องกับทุกคนทั้งใน ชีวิตประจำวันและการงานอาชีพต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องมือเครื่องใช้และผลผลิตต่าง ๆ ที่มนุษย์ได้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน เหล่านี้ล้วนต้องมีภาษาไทยมาเกี่ยวข้อง ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่น ๆ ภาษาไทยช่วยให้มนุษย์ได้พัฒนาวิธีคิดวิเคราะห์ แยกแยะ สารจากสื่อต่าง ๆ ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ รวมทั้งสามารถค้นหาข้อมูลหรือสารสนเทศ ประเมินสารสนเทศ ประยุกต์ใช้ทักษะการเขียน การอ่าน และการคิดวิเคราะห์ สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริงอย่างสร้างสรรค์ สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์และมีคุณธรรม ดังนั้นครูผู้สอนจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญทั้งทักษะทางภาษาไทยและเป้าหมายของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านทุ่งใต้ จึงมุ่งส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาความรู้แบบบูรณาการ เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสามารถนำองค์ความรู้มาเชื่อมโยงกันในแต่ละสาระการเรียนรู้นำไปสู่การประยุกต์ใช้ได้จริง และสามารถสังเคราะห์องค์ความรู้ออกมา ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมีแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำและการเรียนรู้เชิงรุกผ่าน ชุดกิจกรรม การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้กระบวนการออกแบบการ เรียนการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Learning (CBL) โดยเป็นแนวคิดของ ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ มีขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนอยู่ ๕ ขั้นตอน กระตุ้นความสนใจ ตั้งปัญหาและแบ่งกลุ่มตามความสนใจ ค้นคว้าและ คิด นำเสนอ และประเมินผล ซึ่งรูปแบบการสอนดังกล่าวมีแนวทางเพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะและศักยภาพความเป็น สากลซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนทักษะการศึกษา ค้นคว้า เลือกใช้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม สามารถพัฒนาความริเริ่ม สร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) การสื่อสารและการร่วมมือ (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด้านสารสนเทศ รู้เท่าทันสื่อ และเทคโนโลยี (Communications, Information, and Media Literacy) ซึ่งทักษะเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในศตวรรษที่ ๒๑ ที่ใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคต และสามารถทำงาน ท่ามกลางความขาดแคลน เป็นการท้าทายความสามารถของตนเอง ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน นอกจากนี้นักเรียนได้ นำองค์ความรู้ที่เกิดจากการศึกษา ค้นคว้าและลงพื้นที่ด้วยตนเองนั้น นำไปเผยแพร่ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนผู้เรียนมีความตระหนักในการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง และนำมาเผยแพร่เพื่อพัฒนาท้องถิ่นของ ตนเอง ได้เรียนรู้ร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวกับท้องถิ่นของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว ฉะนั้นการใช้ภาษาไทยในการกล่าวต้อนรับนักท่องเที่ยว หรือใช้ในการจำหน่ายสินค้าให้มีความน่าสนใจ จึงต้องอาศัยการใช้ภาษาที่ถูกต้อง
ผลลัพธ์ต่อครู : กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอน Active learning โดยใช้กระบวนการออกแบบการเรียนการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Learning (CBL) มีการวางแผนในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ รัดกุม ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการสร้างนวัตกรรมของนักเรียน ครูและนักเรียนกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง กล้าคิด กล้าลงมือทำ หวังผลเพื่อพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ เรียนรู้ร่วมกัน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : บุคลากรท้องถิ่นถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ให้ข้อมูลกับนักเรียนในเรื่องราวที่สอดคล้องกับเนื้อหาในการเรียน รวมถึงให้ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้ปกครองและชุมชนมีความพึงพอใจต่อการทำงานของโรงเรียน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : การประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมร่วมกันผ่านการเผยแพร่ทั้งภายใน และภายนอกสถานศึกษาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้าได้เผยแพร่ไปในวงกว้างและช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงการนำความรู้ทางภาษาไทยมาร่วมพัฒนาท้องถิ่นของตนเองมากขึ้น สร้างความเข้มแข็งของ ชุมชน และพัฒนาต่อยอดต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]