การพัฒนาทักษะด้านทัศนศิลป์เชื่อมโยงการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยใช้กิจกรรมการสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ และ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
ผู้พัฒนา นางสุพรรณ บุญกอง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านนาแก้วประชาสรรค์
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
การสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด สามารถทำให้นักเรียนเกิดทักษะพื้นฐานในการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ ที่สำคัญหลากหลายประการ ทั้งทักษะในการใช้วัสดุอุปกรณ์ ทักษะการสร้างสรรค์ผลงานจากเศษวัสดุ เอามารวมกันไว้ในที่เดียวกันให้เกิดผลงานศิลปะในรูปแบบใหม่ที่สวยงาม มีคุณค่า ซึ่งมีความจำเป็นในทางศิลปะ อันเป็นทักษะพื้นฐานที่จะนำไปสู่ งานศิลปะด้านอื่น นอกจากนี้การสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด ยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลิน ทำให้นักเรียนได้ผ่อนคลายอารมณ์ ทำให้นักเรียนมีจิตใจอ่อนโยน และถ้าหากนักเรียนขาดทักษะที่หลากหลายอันเกิดจากกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานการสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด จะส่งผลต่อการเรียนศิลปะด้านอื่นๆ ทำให้นักเรียนขาดแรงจูงใจ ที่จะเรียนศิลปะด้านอื่นๆ อีกด้วย
การจัดการเรียนการสอนที่จะทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติและ เต็มตามศักยภาพ เราต้องเริ่มต้นจากการสอนในสิ่งที่นักเรียนชอบและสอนจากสิ่งที่ง่ายไปหายากโดยมีรางวัลหรือคะแนนเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนได้มีการพัฒนาตนเองไปในทางที่ครูตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งก่อนที่ข้าพเจ้าจะใช้นวัตกรรมนี้ข้าพเจ้าได้ทำการสอบถามนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ และ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ และได้ผลสรุปว่านักเรียนส่วนมากมีความชื่นชอบในการเรียนในรายวิชาศิลปะ ข้าพเจ้าจึงเกิดแนวคิดในการที่จะสร้างให้นักเรียนเกิดทักษะในด้านทัศนศิลป์ โดยเฉพาะกิจกรรมการสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด ข้าพเจ้าจึงใช้การพัฒนาทักษะด้านทัศนศิลป์เชื่อมโยงการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยใช้กิจกรรมการสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่ความเป็นเลิศด้านทัศนศิลป์ด้วยกิจกรรมการสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด จัดกิจกรรมในชั่วโมงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
ข้าพเจ้าออกแบบนวัตกรรมคือแบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ ให้นักเรียนฝึกกิจกรรม เชื่อมโยงการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยใช้กิจกรรมการสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้พัฒนาทักษะด้านทัศนศิลป์(การสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด)ที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาทักษะของนักเรียน โดยออกแบบเนื้อหาของนวัตกรรมให้สอดคล้องกับการกับการวิเคราะห์หลักสูตรวิชาศิลปะ จำนวน ๑๒ กิจกรรม ได้แก่ แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๑ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติดท้องฟ้าจากใบลาน แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๒ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติดท้องฟ้าจากเมล็ดเพกา แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๓ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติดพุ่มใบไม้จากมอสแดง แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๔ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติดพุ่มใบไม้จากผลอินทนิล แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๕ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติดสายน้ำจากผลฝักกระถิน แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๖ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติดบ้านจากกาบกล้วย ใบลาน แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๗ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติดต้นเทียนจากรังไหม แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๘ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติดตัวละครวัสดุธรรมชาติ แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๙ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติดตัวละครวัสดุธรรมชาติ แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๑๐ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติดตัวละครวัสดุธรรมชาติ แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๑๑ เรื่อง การสร้างพื้นหลัง การ สร้างสรรค์ภาพปะติด เรื่อง อุบลบ้านฉัน แบบฝึกทักษะด้านทัศนศิลป์ที่ ๑๒ เรื่อง การสร้างสรรค์ภาพปะติด เรื่อง อุบลบ้านฉัน
ข้าพเจ้าได้นำนวัตกรรมแบบฝึกกิจกรรมพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์สร้างภาพปะติดไปทดลองใช้(Try out) ในปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า นักเรียนมีพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์สร้างภาพปะติดที่สูงยิ่งขึ้นจึงได้ปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับหลักสูตรสถานศึกษา ในรายวิชาศิลปะ จึงปรับกิจกรรมให้สอดคล้องเพื่อพัฒนาทักษะ พร้อมทั้งออกแบบเครื่องมือประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนทุกครั้ง
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนมีทักษะด้านทัศนศิลป์ ปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนการสร้างภาพปะติดได้
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้อย่างครูมืออาชีพสามารถเป็นต้นแบบห้องเรียนคุณภาพได้ ครูมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ครูพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : โรงเรียนได้รับการยอมรับจากผู้เกี่ยวข้อง ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนของครู
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]