ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (5E) หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้พัฒนา นางญาณิศา เผ่าพันธ์
โรงเรียนโรงเรียนอุบลวิทยาคม

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้กำหนดคุณลักษณะของผู้เรียนในรายวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้กรอบความคิดในเรื่องการพัฒนา การศึกษาเพื่อเตรียมคนในสังคมแห่งความรู้และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 คือ ผู้เรียนควรสามารถนำความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้และแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบ การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และมีจิตวิทยาศาสตร์ (กระทรวงศึกษาธิการ 2551: 1-10) ประชาชนต้องได้รับการศึกษาด้านความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนเป็นอย่างดี รวมทั้งได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆนอกห้องเรียน ในปัจจุบันการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตามครูผู้สอนยังคงให้ความสำคัญกับเนื้อหามากกว่ากระบวนการให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ ฝึกการคิดเป็น ทำเป็นและแก้ปัญหาเป็น เนื่องจากต้อง เตรียมนักเรียนให้มีความพร้อมทางด้านเนื้อหาเพื่อรองรับการประเมินมาตรฐานการเรียนรู้จากหน่วยงานต่างๆ ทำให้นักเรียนไม่สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปใช้ในการประยุกต์แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำของตนเองได้ ส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำและไม่เกิดความคงทนในการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5E เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการสืบสอบ หาความรู้ได้พัฒนาขึ้นมาจากกิจกรรมการสอนวิทยาศาสตร์ ชาตรี เกิดธรรม (2545: 36) ได้ให้ความหมายของการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ว่า เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ฝึกให้ผู้เรียนรู้จักค้นคว้าหาความรู้โดยใช้กระบวนการทางความคิด หาเหตุผล ทำให้ค้นพบความรู้หรือแนวทางแก้ปัญหาด้วยตนเองกระบวนการสืบเสาะหา ความรู้แบบ 5E ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2548: 6-7) คือการสร้างความสนใจ (Engagement) การสำรวจและค้นหา (Exploration) การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) การขยายความรู้ (Elaboration) และการประเมิน (Evaluation) จากลำดับขั้นตอนดังกล่าวผู้เรียนสามารถสร้างความรู้โดยผ่าน กระบวนการคิดด้วยตนเอง มีการกำหนดประเด็นปัญหาหรือตั้งสมมติฐานขึ้นตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์แล้ว ทดลองเพื่อตรวจสอบหรือสืบค้นหาคำตอบตามสมมติฐานนั้น ซึ่งจากความหมายและลำดับขั้นตอนข้างต้น กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5E เป็นรูปแบบหนึ่งซึ่งผู้เรียนสามารถเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ได้ใช้ กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุผล มุ่งให้ผู้เรียน รู้จักคิดวิเคราะห์สังเคราะห์แสวงหาความจริงจากการสืบ เสาะหาข้อมูล รู้จักการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีการสอนที่เหมาะแก่การนำมาพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ให้แก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น เป็นผู้ที่คิดอย่างมีระบบ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยใช้หลักการของเหตุและผล ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 คาดหวังไว้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้จึงมีความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างดี ดังที่ วีระพร ลาทอง (2555: ง-จ) ได้วิจัย การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ วัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดกับการรักษาดุลยภาพของร่างกาย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดกับการรักษาดุลยภาพของร่างกาย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพ 83.28/81.91 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ ค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือดกับการรักษาดุลยภาพของร่างกาย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้น มีค่าเท่ากับ .71 แสดงว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 71 นักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ (4) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.63 จากสภาพปัญหาและความสำคัญที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ไฟฟ้าน่ารู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนสามารถศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองโดยอาศัยสื่อและการจัดกิจกรรมอย่างเป็นระบบในชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับการเรียนวิทยาศาสตร์และการดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนต้องเปลี่ยนจากการเป็น "ผู้รับ" ที่รอจดตามครู มาเป็น "ผู้สร้างความรู้" ต้องกล้าที่จะสงสัย กล้าตั้งคำถาม และไม่กลัวที่จะตอบผิด ความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ ต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า และมีความรับผิดชอบในการทำงานกลุ่ม ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง ทักษะการทำงานร่วมกัน เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ และสามารถสะท้อนคิด เพื่อสรุปบทเรียนด้วยตนเองได้
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูผู้สอนต้องมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก ลดบทบาทการบรรยายลง และเพิ่มบทบาทในการกระตุ้น ชี้แนะ และตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์เอง ความเชี่ยวชาญในการออกแบบกิจกรรม ครูต้องแม่นยำในเนื้อหาแต่สอนผ่านกิจกรรม ออกแบบสถานการณ์ที่ท้าทาย เหมาะสมกับวัย และเชื่อมโยงกับชีวิตจริง การสร้างพื้นที่ปลอดภัย ครูต้องสร้างบรรยากาศที่นักเรียนรู้สึกผ่อนคลาย กล้าแสดงออก โดยไม่ใช่อำนาจกดดัน การวัดและประเมินผล เปลี่ยนจากการวัดแค่ "ความจำ" มาเป็นการวัด "กระบวนการ" และ "สมรรถนะ" โดยเน้นการประเมินเพื่อพัฒนา ระหว่างเรียนมากกว่าแค่คะแนนสอบปลายภาค
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ประกาศนโยบายที่สนับสนุน Active Learning อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ครู การสนับสนุนทรัพยากร จัดหาสื่อเทคโนโลยี พื้นที่เรียนรู้ ที่ยืดหยุ่น (เช่น โต๊ะเก้าอี้ที่เคลื่อนย้ายได้ง่ายสำหรับการจัดกลุ่ม) และงบประมาณสนับสนุนกิจกรรม การนิเทศแบบกัลยาณมิตร ไม่จับผิดครู แต่เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาหน้างาน การลดภาระงานอื่น Active Learning ต้องใช้เวลาเตรียมการสอนมาก ผู้บริหารควรลดภาระงานธุรการที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ครูมีเวลาโฟกัสกับการออกแบบการสอน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ผู้ปกครองเป็นกองหนุนที่สำคัญ หากผู้ปกครองไม่เข้าใจ อาจเกิดแรงต้านได้ เงื่อนไขความสำเร็จคือ: ความเข้าใจในเป้าหมายใหม่ ผู้ปกครองต้องเข้าใจว่า "ความเงียบในห้องเรียน" ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป และการที่ลูกไม่มีการบ้านแบบจดบันทึกเต็มสมุด ไม่ได้แปลว่าลูกไม่ได้เรียน แต่ลูกกำลังฝึกทักษะการคิดและการปฏิบัติ การสนับสนุนการเรียนรู้ที่บ้าน ส่งเสริมให้ลูกตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มากกว่าการคาดคั้นเรื่องคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว การสื่อสารกับโรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรม Open House หรือเวทีแลกเปลี่ยน เพื่อดูพัฒนาการด้านทักษะ ของลูก เช่น ความเป็นผู้นำ หรือการแก้ปัญหา
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก