ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ “สบู่สมุนไพรพื้นบ้าน” รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาตามแนวปฏิบัติสุขบัญญัติแห่งชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ MAN U MODEL
ผู้พัฒนา นายสหรัฐ คำภา
โรงเรียนโรงเรียนบ้านยางน้อย(พรหมพิทยา)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           จากกระแสโลกาภิวัฒน์ ที่เกิดจากความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมไทยจึงต้องมีการรับตัวโดยการ "พัฒนาคน" ในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านคุณภาพและสมรรถนะของบุคคลเพื่อให้มีพื้นฐานในการคิด เรียนรู้และทักษะการจัดการและการดำรงชีวิต ที่สามารถเผชิญกับปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปรวมทั้งจำเป็นต้องปรับกระบวนการพัฒนาพร้อมกับการสร้างโอกาสและหลักประกันให้ทุกคนในสังคม โดยความวมมือของทุกภาคส่วนเพื่อให้คนไทยได้รับการพัฒนาทั้งด้านสติปัญญา กระบวนการเรียนรู้และทักษะความรับผิดชอบต่อตนเอง เพื่อประโยชน์โนการร่วมพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติ สุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต การมีสุขภาพดีย่อมเป็นพื้นฐานในการพัฒนาชีวิตในทุก ๆ ด้าน ประเทศกำลังพัฒนาจึงมีนโยบายส่งเสริมสุขภาพอนามัยประชาชน โดยเน้นการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องในปัจจุบัน การมีสุขภาพดีนับเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ การพัฒนาประเทศจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับสุขภาพที่ดีของคนในชาติเป็น ในการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ซึ่งเป็นวิชาที่เน้นการปฏิบัติ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จริง เกิดทักษะในการคิด วิเคราะห์ เชื่องโยงกับกิจกรรมการเรียนรู้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีความรู้รอบด้าน สามารถนำสิ่งรอบตัวมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ สอดคล้องกับทักษะที่ความจำเป็นในการเรียนรู้ของนักเรียนในศตวรรษที่ 21 และส่งเสริมความเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดอุบลราชธานี การปฏิบัติตนในยุคสมัยใหม่ ทั้งต้องต่อสู้กับเชื้อโรค มลภาวะ ฝุ่น PM2.5 ที่ทำให้ร่างกายของมนุษย์ป่วยง่ายยิ่งขึ้น การปฏิบัติตนของนักเรียนเวลามาโรงเรียนมีความเสี่ยงของการเกิดโรงคต่างๆ ทั้งการเรียน การเล่น การพูด รวมไปถึงการกิน นักเรียนต้องไปจับสิ่งของต่างๆ โดยอาจจะมีเชื่อโรคติดมากับมือ และนักเรียนหลายๆคนมีสุขภาพเล็บที่ไม่ดี เช่น เล็บดำ เล็บยาว เล็บมีฝุ่นติด เป็นต้น คุณครูจึงเป็นห่วงสุขภาพของนักเรียน จึงหาแนวทางในการป้องกันเชื่อโรคโดยการให้นักเรียนล่างมือบ่อยๆ และก่อนรับประทานอาหาร แล้วมีแนวคิดที่จะจัดทำสบู่สมุนไพรพื้นบ้านเพื่อให้นักเรียนได้มีสบู่ไว้ล้างมือ และประหยัดต้นทุน โดยมีแนวทางการปฏิบัติตนตาม “สุขบัญญัติแห่งชาติ” เป็นแนวทางการปฏิบัติตนหรือการดูแลสุขภาพพื้นฐาน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งอันตรายต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น นำไปสู่การมีสุขภาพดีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำกิจกรรมและดำเนินชีวิตประจำวัน ปลูกฝังและสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตั้งแต่เยาว์วัย และทุกช่วงชีวิต ด้วยการปฏิบัติตนอย่างสม่ำเสมอจนเป็นสุขนิสัย สุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ สุขบัญญัติแห่งชาติในข้อที่ 1 ดูแลรักษาร่างกาย และของใช้ให้สะอาด ทำได้โดย อาบน้ำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ถ่ายอุจาระเป็นเวลาทุกวัน ใส่เสื้อผ้าสะอาดไม่จับชื้น สุขบัญญัติแห่งชาติในข้อที่ 3 ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังขับถ่าย ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนและหลังปรุงอาหาร และหลังขับถ่าย คุณครูจึงอยากให้นักเรียนมีร่างกายที่สะอาดเลยจัดทำนวัตกรรมการทำสบู่สมุนไพรเพื่อให้เด็กได้บูรณาการในการผลิตสบู่จากสมุนไพรที่มีในท้องถิ่น ได้รู้จักพืชและสมุนไพรในท้องถิ่น รู้วิธีการผลิตและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อร่างกายที่สะอาดและสุขภาพที่ดี
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการทำสบู่สมุนไพรพื้นบ้านผ่านกระบวนการ MAN U MODEL อย่างเป็นระบบ สามารถประยุกต์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้นักเรียนเกิดความตระหนักและมีพฤติกรรมในการดูแลรักษาร่างกายให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ ทั้งยังช่วยปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พัฒนาให้นักเรียนมีสุขภาวะที่ดีและมีทักษะชีวิตที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูผู้สอนสามารถพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ผ่านรูปแบบ MAN U MODEL ที่เชื่อมโยงบทเรียนเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับสมรรถนะในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ตอบโจทย์ตัวชี้วัดรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ครูมีเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติได้อย่างน่าสนใจและไม่น่าเบื่อ อีกทั้งยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและชุมชนในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านสมุนไพรพื้นบ้าน ทำให้ครูเกิดการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องและสามารถเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการศึกษาที่ยั่งยืน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีหลักสูตรบูรณาการที่โดดเด่นในการเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้โรงเรียนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพตามแนวปฏิบัติสุขบัญญัติแห่งชาติที่สามารถนำไปขยายผลสู่ชุมชนได้จริง และช่วยสร้างอัตลักษณ์ทางการศึกษาที่มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองและการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นและมีการถ่ายทอดความรู้เรื่องสมุนไพรพื้นบ้านสู่คนรุ่นใหม่อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการร่วมมือกับโรงเรียน เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวบ้านกับสถานศึกษาในการส่งเสริมสุขภาพอนามัยตามแนวปฏิบัติสุขบัญญัติแห่งชาติ และช่วยสร้างแนวทางในการพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้แก่คนในชุมชน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก