การพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ Healthy habits ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน
ผู้พัฒนา นางสาวสุนิษา สีส่วน
โรงเรียนโรงเรียนบ้านแสงน้อย
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
ในปัจจุบันภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาที่มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะภาษาอังกฤษเป็น ภาษากลางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารในระดับโลก เป็นภาษาหลักของประชากร กว่า 360 ล้านคน อีกทั้งยังเป็นภาษาที่สองของประชากรกว่า 750 ล้านคนทั่วโลก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) นอกจากนี้ภาษาอังกฤษยังถือเป็นภาษาราชการของ 61 ประเทศ และเป็นภาษาหลักในหลายรัฐทั่ว โลก จึงถือเป็นภาษากลางที่ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างประชากรในประเทศต่าง ๆ ทั้งในส่วนของการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ทำให้สื่อต่าง ๆ ที่เผยแพร่ในระดับนานาชาติ จะใช้ภาษาอังกฤษทั้งสิ้น (Festallor Education School, 2020) สาวิตรี บุญนุชิต (2562) กล่าวว่า ภาษาอังกฤษในปัจจุบัน เป็นภาษาสากลของโลก ที่มีคนใช้จำนวนมาก เป็นสื่อกลางที่ใช้ในการสื่อสาร ทั้งในด้านของการศึกษา ด้านของการเมือง รวมไปถึงด้านของธุรกิจ ดังนั้นหากใครที่มีความสามารถในด้านของภาษาอังกฤษก็จะทำให้คนคนนั้น ได้เปรียบคนอื่น ๆ ที่ไม่มีความสามารถด้านนี้ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน หรือด้าน การงาน เพราะยิ่งมีความสามารถมาก โอกาสการทำงานหรือการเรียนก็จะมากไปด้วย และในสังคม ศตวรรษที่ 21 ภาษาอังกฤษได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนหลายประเทศทั่วโลกผ่านการใช้ เทคโนโลยีชนิดต่าง ๆ เพราะชีวิตประจำวันของมนุษย์ในสมัยนี้เชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง การติดต่อสื่อสารทั้งใน ด้านการศึกษา เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะตำราความรู้ในด้านต่าง ๆ มักจะเป็นตำราภาคภาษาอังกฤษดังนั้นภาษาอังกฤษจึงกลายมา เป็นภาษาหลักที่จำเป็นจะต้องรู้ในสังคมยุคสมัยศตวรรษที่ 21 (Partnership for 21st Century Skills, 2007) ด้วยเหตุนี้การอ่านภาษาอังกฤษได้ในยุคปัจจุบันสามารถช่วยพัฒนาการคิดเป็น ภาษาอังกฤษทำให้เกิดความคล่องตัวในการใช้ภาษาอังกฤษตามธรรมชาติ ทำให้ไม่คิดถึงเรื่องการแปล และเกิดการจดจำคำศัพท์รูปแบบประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หากผู้เรียนมีความสามารถในด้านของ การอ่านภาษาอังกฤษก็จะทำให้ผู้เรียนได้เปรียบคนอื่น ๆ ในด้านการศึกษา หรือด้านการงานอีกทั้งยัง เป็นการเพิ่มโอกาสในการศึกษาหรือการทำงานอีกด้วย
ทักษะการอ่านเป็นหนึ่งทักษะที่สำคัญของทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนจะต้อง เรียนรู้ไปตลอดชีวิตนั้น ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้ 3R x 8C (วิจารณ์ พานิชย์, 2556: 16) โดยที่ 3R คือ R)Reading (อ่านออก), (W)Writing (เขียนได้), และ (A)Arithmetic (คิดเลขเป็น) ส่วน 8C ได้แก่ 2 (C)critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา), (C)Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม), (C)Cross- cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม) (C)Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ),(C)communications, Information, and Media Literacy (ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศ และ รู้เท่าทันสื่อ) (C)computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร) (C)career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้) และ (C)compassion (มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย) ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นคุณสมบัติ ที่จะต้องปลูกฝังให้เกิดขึ้นกับนักเรียนเพื่อที่จะพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อย่างมีประสิทธิภาพทักษะการอ่านเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ในการพัฒนาสติปัญญาของคนในสังคม การเพิ่มความรู้ในด้านการสะกดคำที่ถูกต้อง การลำดับความสำคัญของสิ่งที่อ่าน อันจะทำให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญาความรู้ความสามารถพฤติกรรมและค่านิยมต่าง ๆ รวมทั้งช่วยในการเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต
ดังนั้นผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ทักษะการอ่านซึ่งเป็น ทักษะที่สำคัญที่สุดและต้องฝึกฝนด้วยเพราะทักษะการอ่านนี้จะช่วยให้ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางภาษาและทำให้บรรลุเป้าหมายในการเรียนทุกสาขาวิชา Anderson (1999: 1) กล่าวว่า การอ่านเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นในการแสวงหาความรู้ ดังที่ Carrel (1988: 1) กล่าวไว้ว่าการอ่านเป็นทักษะ ที่สำคัญอย่างยิ่งในการเรียนภาษาอังกฤษเพราะการเรียนในระดับที่สูงขึ้นนักเรียนจะต้องอ่านเอกสารตำราวิชาการหรือหนังสือเรียนต่าง ๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Alderson(2000: 125)ที่ว่าทักษะการอ่านมีความสำคัญจะต้องศึกษาให้ลึกซึ้งเพราะเป็นทักษะที่สำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองผู้ที่มีทักษะในการอ่านสูงจะสามารถศึกษาวิชาการต่าง ๆ ด้วยตนเองได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (2551 : 220) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ได้กำหนดให้ภาษาอังกฤษเป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐานที่ต้องเรียนตลอดหลักสูตร โดยมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารทั้งในสถานการณ์ของชีวิตจริงและนำไปใช้ในการศึกษาต่อระดับสูงต่อไป
จากสภาพปัญหาและความสำคัญดังกล่าว ผู้สอนควรปรับเปลี่ยนวิธีการสอนและเทคนิคการสอนที่แตกต่างจากเดิมเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะด้านการอ่านภาษาอังกฤษ ใช้กิจกรรมกระตุ้นความรู้
เดิมของผู้เรียนเกี่ยวกับเนื้อหาที่อ่าน กระตุ้นความสนใจของผู้เรียนให้อยากอ่านเนื้อเรื่องมากยิ่งขึ้นและเป็นการส่งเสริมผู้เรียนให้มีความสามารถตรวจสอบความเข้าใจของตนเอง สร้างและตรวจสอบ คำถามด้วยตนเอง วิเคราะห์โครงสร้างของเนื้อหา และสะท้อนการเรียนรู้ของตนเองได้ ซึ่งเทคนิคการ อ่านภาษาอังกฤษ เป็นเทคนิคที่ใช้ในการสอนอ่านเพื่อความเข้าใจ เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ เรื่องที่อ่านด้วยตนเอง โดยแต่ละขั้นตอนนั้นช่วยพัฒนาทักษะการอ่านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้อ่าน มีบทบาทในการสร้างความ
เข้าใจต่อบทอ่าน
ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้จัดทำจึงได้ออกแบบและพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ขึ้นเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน และยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของคำที่ผู้เรียนออกเสียง ตลอดจนการจดจำความหมายของเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว มาใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานจะส่งผลต่อผู้เรียนโดยตรง ทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะการอ่าน การจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และที่สำคัญที่สุดผู้เรียนจะต้องสามารถใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการติดต่อ สื่อสาร และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาองค์ความรู้ต่อไปในอนาคต
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนผลการใช้นวัตกรรม“การพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่าน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5” ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนบ้านแสงน้อย พบว่า นักเรียนมีความกระตือรือร้น ตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ นักเรียนได้ฝึกการทำงานเป็นทีม ฝึกการค้นคว้าหาความรู้ และลงมือปฏิบัติได้ด้วยตนเอง ดังนี้ 1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 1.91 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านแสงน้อย มีทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ อยู่ในระดับดี 3) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะ พบว่า โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด
ผลลัพธ์ต่อครู : การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ “การพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนภาษาอังกฤษ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนตามรูปแบบการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สามารถนำกระบวนการไปใช้จัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ นำข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในเรื่องอื่น ๆ ได้ การวัดและการประเมินผล การนำเทคนิควิธีการสอนและการวัดผลประเมินผลที่หลากหลายมาใช้กับนักเรียน ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเองโดยเน้นกระบวนการกลุ่ม เพื่อให้นักเรียนได้ช่วยเหลือซึ่ง กันและกันในการศึกษาหาความรู้และการแสวงหาคำตอบ ทบทวนเนื้อหาและทำแบบฝึกหัดอย่าง สม่ำเสมอ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : การพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ Healthy habits ภาษาอังกฤษ ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนบ้านแสงน้อย พบว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ส่งเสริม สนับสนุนด้านนโยบายและงบประมาณที่จำเป็นในการพัฒนานวัตกรรมที่เอื้อต่อครูผู้สอนและผู้เรียน และสถานศึกษามีเครือข่ายความร่วมมือเพิ่มมากขึ้น ครูผู้สอน วิชาภาษาอังกฤษ มีการจัดตั้งชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community : PLC) เพื่อส่งเสริมสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ของครู ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสภาพที่คาดหวังและสภาพปัจจุบันที่ เกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ การศึกษาวิเคราะห์เอกสารข้อมูลเชิงปรัชญา นโยบาย วัตถุประสงค์การเรียนการสอน พบว่า ผลการวิเคราะห์สภาพที่คาดหวัง มุ่งปฏิรูปการเรียนรู้ โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ คำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียน และการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดและคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะการทางานร่วมกัน (Collaboration Skill) เปิดโอกาสให้เรียนรู้ตามความถนัด เรียนตามความสามารถของผู้เรียน เรียนอย่างสนุก เล่นให้มีความรู้ มีทักษะในการคิด การคิดวิเคราะห์และ แก้ปัญหา ความสามารถในการให้เหตุผลทางภาษาอังกฤษ มีจุดหมายให้พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถในการสื่อสาร การคิดและแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต สำหรับหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เน้นสมรรถนะสำคัญด้านการคิดที่มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณและคิดเป็นระบบ จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะที่สำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1) ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด 2) ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการ แก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 4) ความสามารถในการใช้ทักษะ ชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดาเนินชีวิตประจาวัน และการอยู่ ร่วมกันในสังคม 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ใน ด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : การพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนภาษาอังกฤษ ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนบ้านแสงน้อย พบว่า ผู้ปกครองและชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและชุมชน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]