การพัฒนาสมรรถนะการใช้ทักษะชีวิตโดยใช้รูปแบบการสอน (Cooperative Learning:) รายวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2568
ผู้พัฒนา นางสาวจำเนียร สมดี
โรงเรียนโรงเรียนบ้านนาดีทุ่งเจริญ
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
ความสำคัญ/ความเป็นมา
การจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา สาระเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้เรียนต้อง ได้รับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้จากภายใน คิดและใคร่ครวญจนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งที่ได้เรียนรู้ เกิดความเข้าใจในความเป็นธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เกิดปัญญา ทำให้จิต ได้รับการพัฒนาอย่างแท้จริง
ความสำคัญดังกล่าวผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาการพัฒนาสมรรถระทักษะการใช้ชีวิต เรื่อง การพัฒนาสมรรถนะการใช้ทักษะชีวิต ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การใช้ทักษะชีวิตการทำงานร่วมกับผู้อื่น จากการจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าผู้เรียนไม่เข้าใจเกี่ยวกับกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ ขาดทักษะการทำงานร่วมกัน คนเก่งก็ไม่อยากทำงานร่วมคนอ่อน ไม่รู้จักช่วยเหลือกันในการเรียน คนเรียนอ่อนก็ไม่ทำอะไรช่วยเพื่อน จึงเป็นเรื่องยากในการจัดการเรียนการสอที่ต้องทำงานเป็นกลุ่มและการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาการจัดการเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะ การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative learning) เนื่องจากเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จัดให้ ผู้เรียนได้ร่วมมือและช่วยเหลือกันในการเรียนรู้ โดยแบ่งกลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถต่างกันออกเป็น กลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งเป็นลักษณะการรวมกลุ่มอย่างมีโครงสร้างที่ชัดเจน มีการทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น ช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยซึ่งกัน และกัน มีความรับผิดชอบร่วมกันทั้งในส่วนตัวและส่วนรวม เพื่อให้ตนเองและสมาชิกทุกคนในกลุ่ม ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งเทคนิคที่ผู้วิจัยเลือกใช้ ในการแก้ปัญหาข้างต้น คือ การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิคการเรียนร่วมกัน (Learning Together: LT) เนื่องจากเป็นเทคนิคการสอนที่เน้นทักษะของการทำงานเป็นกลุ่ม เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ภายในกลุ่ม ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนที่เก่ง สามารถช่วยเหลือผู้เรียนที่อ่อนกว่า โดยผู้เรียนมีโอกาสที่จะเป็นผู้สอน และผู้เรียนเท่า ๆ กัน ในเวลาเดียวกัน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งผู้เรียน แต่ละคนมีโอกาสที่จะเป็นทั้งผู้แสวงหาความรู้ เป็นผู้สอน การเรียนแบบร่วมมือแบบ LT (Learning Together) เป็นเทคนิคที่มีกระบวนการในการสอนที่ไม่ยุ่งยากและซับซ้อน โดยกระบวนการคือให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันศึกษาเนื้อหาร่วมกัน โดยกำหนดให้แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ช่วยกลุ่มในการเรียนรู้ และสรุปคำตอบร่วมกันเป็นผลงานของกลุ่ม โดยสมาชิกในมีการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้กลุ่มประสบความสำเร็จ เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม สาระเศรษฐศาสตร์ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน นักเรียนรู้และเข้าใจเรื่องกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ นักเรียนมีทักษะการใช้ชีวิตการทำงานร่วมกัน นักเรียนมีวินัยความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง นักเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ การใช้ทักษะชีวิต
ผลลัพธ์ต่อครู : ทำให้ครูมีนวัตกรรมที่มีคุณภาพมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ทำให้การจัดการเรียนการสอนง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : ทำให้มีรูปนวัตกรรมที่ใช้ในการจัดการศึกษา
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ชุมชนให้ความร่วมมือและสนับสนุนกกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการนิเทศภายใน
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]