ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาทักษะปฏิบัติกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาศิลปะเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศและบูรณาการด้าน อัตลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานีตามรูปแบบ“Co-operative Learning CL”ด้วยเทคนิค Three Trees สำหรับนักเรียนชั้นม.๑-๓
ผู้พัฒนา นางวไลภรณ์ ร่วมรักษ์
โรงเรียนโรงเรียนบ้านหนองไหล(พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           การพัฒนาคุณภาพการศึกษาสามารถพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ครูผู้สอนได้ริเริ่มพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ( learning innovation ) สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในวงการศึกษา เพื่อนำนวัตกรรมมาใช้แก้ปัญหาในเรื่องการเรียนการสอน เช่น ๑)ปัญหาเรื่องวิธีการสอน ปัญหาที่มักพบอยู่เสมอ คือ ผู้สอนส่วนใหญ่ยังคงยึดรูปแบบการสอนแบบบรรยาย โดยมีครูเป็นศูนย์กลางมากกว่าการสอนในรูปแบบอื่น การสอนด้วยวิธีการแบบนี้เป็นการสอนที่ขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในบั้นปลาย เพราะนอกจากจะทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่ายขาดความสนใจแล้ว ยังเป็นการปิดกั้นความคิดและสติปัญญาของผู้เรียนให้อยู่ในขอบเขตจำกัดอีกด้วย ๒) ปัญหาด้านเนื้อหาวิชาบางวิชาเนื้อหามากและบางวิชามีเนื้อหาเป็นนามธรรมยากแก่การเข้าใจ จึงจำเป็นจะต้องนำเทคนิคการสอนและสื่อมาช่วย ๓) ปัญหาด้านการวัดและประเมินผล เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำครูผู้สอนนำไปใช้ในการปรับกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นหรือใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลย้อนกลับในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนได้ ๔) ปัญหาเรื่องอุปกรณ์การสอน บางเนื้อหามีสื่อการสอนเป็นจำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้เพื่อทำให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาวิชาได้ง่ายขึ้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาคิดค้นหาเทคนิควิธีการสอน และผลิตสื่อการสอนใหม่ ๆ เพื่อนำมาใช้ทำให้การเรียนการสอนบรรลุเป้าหมายได้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Cooperative Learning) หรือ CL คืออีกแนวทางนวัตกรรมการจัดการ เรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) ที่เป็นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ที่มีหัวใจสำคัญคือ ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมหรือแก้ไขปัญหาร่วมกันในรูปแบบกลุ่มจนเกิดความสำเร็จ จากหลักการและความสำคัญ ดังกล่าว ผู้สอนจึงสนใจนำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมการสอนทักษะปฏิบัติกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ได้แก่วิชาทัศนศิลป์ ดนตรีและนาฏศิลป์ ที่ธรรมชาติวิชาต้องอาศัยการฝึกฝนและสร้างความมั่นใจ อีกทั้งการบูรณาการการเรียนรู้ในหน่วยของอัตลักษณ์ของท้องถิ่นและจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อสร้างเจตคติที่ดีต่อชุมชนและการสำนึกรักบ้านเกิด จังหวัดอุบลราชธานี และต่อยอดการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านกลุ่มสาระศิลปะให้มีความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นพอที่จำนำเสนอประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ Social ในplateformต่างๆอย่างเหมาะสม ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน ( learning innovation ) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Cooperative Learning) หรือ CL ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรม “ชุดกิจกรรมการเรียนรู้” ที่พัฒนาขึ้นให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนและเนื้อหา จึงเป็นอีกแนวทางในการพัฒนาผลการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติของกลุ่มสาระการเรียนรู้รายวิชาศิลปะได้เป็นอย่างดี
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน๑) ผู้เรียนระดับชั้นม.๑-๓ ในภาพรวมร้อยละ ๘๕% มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการสอบปลายภาคเรียนที่๑และปลายภาคเรียนที่๒ อยู่ในระดับดีมาก สูงกว่าเป้าหมายของการพัฒนานวัตกรรมที่ตั้งไว้ (๘๐%) ๒) ผู้เรียนสามารถสร้างผลงานนวัตกรรมที่สร้างสรรค์และมีผลงานนวัตกรรมชิ้นที่เป็นเลิศเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล (Facebook Tiktok) ทั้งสาระดนตรี นาฏศิลป์ และทัศนศิลป์ ๓) ผลงานของนักเรียนที่มีความถนัดและความสามารถทั้งสามสาระในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ต่อยอดพัฒนาสู่การแข่งขันที่คว้างรางวัลชนะเลิศได้
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้หลักการดังกล่าวให้เข้ากับธรรมชาติวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ดนตรีนาฏศิลป์และทัศนศิลป์) นวัตกรรมด้านรูปแบบการสอน Three Trees เป็นนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ ที่ผู้สอนพัฒนาขึ้นให้สอดคล้องตามหลักการสอนCooperative Learning ใช้ในโรงเรียน
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สามารถพัฒนาห้องเรียนและแหล่งเรียนรู้ต่างๆให้ผู้เรียนสร้างเวทีแห่งความมั่นใจและกล้าแสดงออก ผู้เรียนมีโอกาสเป็นนวัตกรสร้างสรรค์องค์ความรู้ที่แปลกใหม่เกิดขึ้นได้เสมอ
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : นักเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง และผุ้ที่มี่ส่วนเกี่ยวข้อง มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเพิ่มมากขึ้น
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก