ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก “อาหารพื้นบ้าน ทานทุกวัน ฉันรู้ประโยชน์” ร่วมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้พัฒนา นางสาวนรินทร คงสกุลดี
โรงเรียนโรงเรียนบ้านพระโรจน์(ชนูปถัมภ์)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์หรือมีส่วนร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การระดมสมอง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การแก้ปัญหาร่วมกัน และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน รวมทั้งสามารถใช้ได้กับทุกระดับทั้งรายบุคคล กลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ โดยผู้สอนควรลดบทบาทในการถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เรียนในลักษณะการบรรยายลง และเพิ่มบทบาทในการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้ โดยจะเป็นผู้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมในชั้นเรียน มีการสร้างปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียนทั้งกับผู้เรียนและผู้สอนผ่านการอ่าน การพูด การฟัง การเขียน การอภิปรายและการสะท้อนความคิดเป็นสำคัญเพื่อสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง และได้พัฒนาทักษะขั้นสูงในการคิดรูปแบบต่าง ๆ ในขณะที่ผู้สอนจะเป็นผู้คอยชี้แนะประสบการณ์ คอยเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนผ่านการใช้กระบวนการคิดและกิจกรรมการเรียนรู้อย่างหลากหลาย เพื่อผู้เรียนและสามารถพัฒนาให้สัมฤทธิ์ผลในกำหนดช่วงเวลาของกระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับและปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 และสามารถนำเอากระบวนการสร้างความรู้ไปปฏิบัติและประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริง ทั้งในชีวิตประจำวัน และสามารถการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทั้งการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคตได้อย่างหลากหลาย ในปัจจุบัน พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ขาดทักษะและสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ ส่งผลให้นักเรียน ไม่สามารถเชื่อมโยงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์กับชีวิตประจำวัน และขาดทักษะการสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีม ดังนั้น การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก “อาหารพื้นบ้าน ทานทุกวัน ฉันรู้ประโยชน์” ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ สำรวจ และเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับสารอาหารในอาหารพื้นบ้านที่บริโภคทุกวัน จึงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ยังพบว่า นักเรียนขาดทักษะการทำงานเป็นทีมและการนำเสนอ ซึ่งสามารถพัฒนาได้โดยการให้ทำงานกลุ่ม แบ่งหน้าที่ชัดเจน และฝึกการนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ การออกแบบโครงงานที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งให้นักเรียนวิเคราะห์สารอาหารในเมนูอาหารพื้นบ้านที่นักเรียนรับประทาน นอกจากจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจในการเรียนวิทยาศาสตร์ ยังทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญสำหรับศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนนักเรียนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และได้มีการต่อยอดความรู้ในเรื่องของสารอาหารในอาหารพื้นบ้านที่นักเรียนรับประทานทุกวัน โดยการบูรณาการกับอาหารประเภทอื่นๆ นอกจากนี้นักเรียนใส่ใจในเรื่องโภชนาการอาหารมากยิ่งขึ้น และยังสามารถใ
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูผู้สอนได้รับการพัฒนาในเรื่องการสร้างและพัฒนานวัตกรรม การใช้เทคโนโลยี การประเมินผล ที่หลากหลาย การวิเคราะห์สภาพปัญหาในการจัดการเรียนการสอน และการจัดการเรียนการสอนให้ใกล้กับวิถีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของผู้เรียน และพบว่าครูผู้สอนรายวิชาวิทยาศาสต
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษา ผู้บริหารได้สนับสนุนส่งเสริมครูผู้สอนและนักเรียนให้สามารถเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการศึกษาตามวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมในชุมชนบ้านพระโรจน์ ทำให้สถานศึกษานำผลจากการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมนี้ ช่วยรองรับการประเมินด้านนักเรียนจากหน่วยงานต่างๆได้
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : ผู้ปกครองและชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในตัวนักเรียน และชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การร่วมเป็นวิทยากร หรือการจัดหาทรัพยากร การติดตามการเรียนรู้ที่บ้าน การช่วยเหลือในการทำโครงงาน หรือการส่งเสริมทักษะกระบวนก
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก