ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละและเปอร์เซ็นต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้ชุดฝึกทักษะ ประกอบการสอนด้วยกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI
ผู้พัฒนา นายวินัย ดอกดวง
โรงเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ(วิจิตรราษฎร์สามัคคี)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           สภาพปัจจุบันโรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ (วิจิตรราษฏร์สามัคคี) มีการดำเนินกิจกรรมตามแนวทางจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ยังไม่มีกิจกรรมของโรงเรียนอย่างชัดเจน ปัญหาที่พบ ได้แก่ ขาดงบประมาณสนับสนุน บุคลากรไม่เพียงพอ ขาดรูปแบบกิจกรรมที่เหมาะสมและไม่ได้เกิดจากความต้องการ ขาดการมีส่วนร่วม ส่วนความต้องการจัดกิจกรรม พบว่า ต้องการพัฒนา 4 ด้านร่วมกันได้แก่ การพัฒนาสมอง การพัฒนาจิตใจ การพัฒนาทักษะการปฏิบัติ และการพัฒนาสุขภาพ ประกอบกับรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2564 และปีการศึกษา 2565 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด สาเหตุอาจเกิดจากวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ไม่เหมาะสมรวมถึงสื่อที่นำมาใช้ด้วย และอาจรวมไปถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งทำให้การจัดการเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้พัฒนานวัตกรรมได้ศึกษาแนวทางในการปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ คือ ครูผู้สอนต้องปรับวิธีสอนและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรม (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553 : 25) กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ (Cooperative Learning) เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพราะเป็นการจัดกิจกรรมที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ และเป็นวิธีการที่เน้นการจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนให้แก่นักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่ละกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถแตกต่างกัน โดยที่แต่ละคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการเรียนรู้ และในความสำเร็จของกลุ่ม ทั้งโดยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การแบ่งปันทรัพยากรการเรียนรู้ รวมทั้งการเป็นกำลังใจแก่กันและกัน คนที่เรียนเก่งจะช่วยเหลือคนที่อ่อนกว่า สมาชิกในกลุ่มไม่เพียงแต่รับผิดชอบต่อการเรียนของตนเองเท่านั้น หากแต่จะต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของเพื่อนสมาชิกทุกคนในกลุ่ม ความสำเร็จของบุคคลคือความสำเร็จของกลุ่ม (วัฒนาพร ระงับทุกข์, 2542 : 34) การเรียนรู้แบบการร่วมมือกันเรียนรู้เป็นกลุ่ม เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบ TAI (Team Assisted Individualization : TAI) เน้นการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละบุคคลมากกว่าการเรียนรู้ในลักษณะกลุ่ม เหมาะสำหรับการสอนคณิตศาสตร์ การจัดกลุ่มผู้เรียนจะคล้ายกับเทคนิค TGT และเทคนิค STAD แต่ในเทคนิคนี้ผู้เรียนแต่ละคนจะเรียนรู้และทำงานตามระดับความสามารถของตนเอง เมื่อทำงานเสร็จในส่วนของตนแล้วจึงไปจับคู่หรือเข้ากลุ่มทำงาน โดยแต่ละกลุ่มจะประกอบด้วยเด็กที่มีความสามารถเก่ง ปานกลาง อ่อน ในอัตราส่วน 1 : 2 : 1 ผลการทดสอบของนักเรียนจะถูกแบ่งออกเป็นสองตอนคือคะแนนสอบเป็นรายบุคคล และคะแนนเฉลี่ยของทั้งกลุ่ม อีกทั้งยังให้ผลสะท้อนกลับแก่ผู้เรียนทันที ซึ่งเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจ และเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ดังนั้นจุดเด่นของการสอนแบบนี้คือ การสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและการส่งเสริมความร่วมมือในการทำงานกลุ่ม (วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์, 2555 : 77) ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ สุเพียบ เล่าลา (2554 : 73-84) ได้ศึกษาเรื่อง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI เรื่อง การคูณ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เบญญาพร หนันจันทา (2556 : 76-87) ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรูแบบร่วมมือ เทคนิค TAI กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง บทประยุกต์ และปรียา สุภาจันทร์ (2557 : 111-125) ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการ และการแก้สมการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ร่วมกับวิธีการสอนแบบ TAI พบว่านักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้ด้วยกลุ่มแบบ TAI มีการพัฒนาการเรียนรู้ที่ดีและประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยพัฒนาทักษะการคิดคำนวณและการเรียนรู้ของผู้เรียน ทำให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น เกิดการพัฒนาตนเอง มีความรับผิดชอบต่อตนเองและมีการช่วยเหลือกันในกลุ่ม มีการยอมรับและเห็นความสำคัญของเพื่อนมากขึ้น มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้พัฒนานวัตกรรมจึงเห็นว่า การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละและเปอร์เซ็นต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนชุมชนบ้านหนองบ่อ(วิจิตรราษฎร์สามัคคี) โดยใช้ชุดฝึกทักษะ ประกอบการสอนด้วยกลุ่มร่วมมือเทคนิค TAI เป็นกระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและแสดงออกทางการเรียนรู้ร่วมกัน เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการพัฒนาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียนผู้เรียนได้รับการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนให้ได้แสดงออกตามความสามารถของตนเอง ทุกคนได้ฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ มีเพื่อนในห้องเรียนเป็นผู้ร่วมคิดร่วมทำ เพื่อนในกลุ่มสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ครูผู้สอนเป็นที่ปรึกษาในการจัดการเรียนรู้ เมื่อไม่เข้าใจบทเรียนสามารถสอบถามครูผู้สอนได้ ทำให้นักเรียนมีผมสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องร้อยละและเปอร์เซ็นต์สูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : ครูมีนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้จัดประสบการณ์ให้กับผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้นักเรียนมีความสนใจใฝ่เรียนรู้ และมีผลสัมฤทธิ์างการเรียนที่สูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : สถานศึกษามีนวัตกรรมที่หลากหลาย สามารถแนะนำให้คุณครูในสถานศึกษานำไปปรับใช้ให้เข้ากับการจัดประสบการณ์ให้กับผู้เรียนในชั้นของตนเอง
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วัด ชุมชน หน่วยงานภาคีเครือข่าย เป็นหนึ่งในเงื่อนไข ความสำเร็จที่จะขาดไม่ได้ เพราะเปรียบเสมือนพลัง (บวร) บ้าน วัด โรงเรียน ที่เป็นฟันเฟืองช่วยกัน ในการ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ให้กับลูกหลานในชุมชน ได้ร่วมสืบสาน ให้ความรู้เพิ่มเติมและสนับสนุนทรัพยากรให้กับ นักเรียน
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก