ระบบสารสนเทศโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1



การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ผ่านกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) เรื่อง ข้าว เกรียบว่าวมหัศจรรย์ ส าหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนบ้านคูขาด(ศรีวิทยาคาร)
ผู้พัฒนา นางสาวฤทัยวรรณ บุญจอง
โรงเรียนโรงเรียนบ้านคูขาด(ศรีวิทยาคาร)

ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
           การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยเป็นรากฐานสำคัญที่สุดของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพราะเป็นช่วงเวลา ที่สมองและบุคลิกภาพของเด็กเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้ในช่วงวัยนี้จึงต้องออกแบบให้เหมาะสมกับ พัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะการเรียนรู้ ซึ่งเป็นแก่นกลางของ การสร้างพลเมืองที่สามารถเผชิญกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 กระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ าถึงความสำคัญของการพัฒนา “เด็ก ให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นคนดี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มีสุขภาพดีและมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีโอกาส ลงมือทำ และ คิดด้วยตนเอง มากกว่าการเรียนรู้ ในลักษณะท่องจ าหรือชี้น าโดยผู้สอนเท่านั้น หนึ่งในแนวทางที่ตอบสนองต่อแนวคิดดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้เด็กมีส่วน ร่วมในการตั้งคำถาม การสังเกต การรวบรวมข้อมูล การตั้งสมมติฐาน และการทดลองเพื่อแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง แนวทางนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งในเรื่องที่เรียน แต่ยังส่งเสริมให้เด็กพัฒนา ทักษะกระบวนการคิดอย่าง เป็นระบบ เป็นพื้นฐานส าคัญในการพัฒนา การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) นอกจากนี้ รายงานขององค์การยูเนสโก (UNESCO, 2021) ได้ระบุว่า การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ควร ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ (1) Learning to know, (2) Learning to do, (3) Learning to live together และ (4) Learning to be ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความส าคัญของการพัฒนาเด็กให้สามารถเรียนรู้ผ่าน ประสบการณ์ตรง โดยใช้การคิด วิเคราะห์ และเชื่อมโยงความรู้เข้ากับชีวิตจริงได้ อย่างไรก็ตาม จากการส ารวจการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาระดับปฐมวัยหลายแห่งในประเทศไทย ในปัจจุบัน พบว่า ครูยังคงใช้วิธีการสอนแบบเดิมที่เน้นการบอก การสั่ง หรือการจัดกิจกรรมแบบส าเร็จรูป ที่ไม่เปิด โอกาสให้เด็กได้คิด ตั้งค าถาม หรือค้นพบค าตอบด้วยตนเอง ซึ่งอาจส่งผลให้เด็กขาดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ขาดความคิดสร้างสรรค์ และขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ในขณะเดียวกัน “ข้าว” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ส าคัญที่สุดของประเทศไทย มีความผูกพันกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอาหารของคนไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากข้าว เช่น ข้าวเกรียบว่าว ซึ่ง เป็นของว่างพื้นบ้านที่มีเรื่องราวและกรรมวิธีการผลิตที่น่าสนใจ แต่ปัจจุบันเริ่มเลือนหายไปจากชีวิตประจ าวันของ เด็ก การนำ “ข้าวเกรียบว่าว” มาใช้เป็นแกนหลักในการจัดกิจกรรมจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วย เชื่อมโยงภูมิ ปัญญาท้องถิ่นกับการเรียนรู้ของเด็ก ได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในการพัฒนากระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบ เสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) ภายใต้หัวข้อ “ข้าวเกรียบว่าวมหัศจรรย์” ส าหรับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยมุ่งหวังให้เด็กได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ผ่านการตั้งค าถาม การค้นหา การลงมือทดลอง การสังเกต และการสรุป ความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ รักการเรียนรู้ และสามารถนำประสบการณ์ที่ได้รับ ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความหมาย การดำเนินการวิจัยในครั้งนี้จึงมีความสำคัญในการเป็นต้นแบบในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ในระดับ ปฐมวัย ที่ไม่เพียงส่งเสริมทักษะทางปัญญาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทยผ่านการ เรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับบริบทท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการสร้างแรงบันดาลใจให้ครูปฐมวัยทั่วประเทศสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ในการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1) นักเรียนได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้ผ่านกระบวนการที่เน้นการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ การตั้งค าถาม การสังเกต ทดลอง และสรุปผลด้วยตนเอง ท าให้เกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งและมีความหมาย 2) นักเรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการเรียนรู้ เช่น ทักษะการตั้งค าถาม ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะ การแก้ปัญหา และการสื่อสาร ซึ่งเป็นรากฐานส าคัญของการเรียนรู้ในอนาคต 3) นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ รู้จักสังเกต ทดลอง และสามารถสื่อสารสิ่งที่ตนเรียนรู้ได้ อย่างมั่นใจ 4) นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้จากการเรียนรู้ในห้องเรียนไปสู่ประสบการณ์ในชีวิตจริง โดยเฉพาะ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับข้าว ข้าวเกรียบว่าว และอาหารในวัฒนธรรมไทย
ผลลัพธ์ต่อครู : 1) ครูสามารถพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนระดับปฐมวัย โดยเฉพาะ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning) ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และส่งเสริมการเรียนรู้อย่าง มีความหมาย 2) ครูมีแนวทางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิด กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น การตั้งค าถาม การสังเกต ทดลอง และการสะท้อนคิดของเด็กปฐมวัย
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : โรงเรียนสามารถใช้ผลจากการวิจัยเป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ส าหรับเด็ก ปฐมวัยที่สอดคล้องกับหลักสูตรปฐมวัย พ.ศ. 2560 และแนวทางการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : 1) คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน ได้รับรู้และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของเด็ก ผ่าน กิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนและน าความรู้ท้องถิ่นมาบูรณาการกับการเรียนรู้ 2) ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับข้าว ขนม พื้นบ้าน และการผลิตข้าวเกรียบว่าวที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม 3) ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยใช้การเรียนรู้ของเด็กเป็นจุด ศูนย์กลางของการมีส่วนร่วม 4) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับบริบทของชุมชนช่วยให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา และ พัฒนาความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างเด็ก ครู และผู้ปกครอง
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]





นวัตกรรมการศึกษาน่าสนใจ






พื้นที่นวัตกรรมฯ สพป.อบ. 1
เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลโรงเรียน
การร่วมกิจกรรม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ความเคลื่อนไหว
นวัตกรรม
หน้าแรก