การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน การจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) ของครูด้านการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้เรียนตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยเครือข่ายความร่วมมือและกระบวนการชุมชนการเรียนรู้อาชีพ (PLC) สำหรับโรงเรียนนำร่
ผู้พัฒนา นางสาวลลิตา แก้วกัญญา
โรงเรียนโรงเรียนบ้านผาแก้ว
ที่มาและความสำคัญ(โดยสังเขป)
รัฐบาลกำหนดนโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" ให้เป็นเขกในการปฏิรูปการเรียนรู้โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินการตามนโยบาย มีเป้าหมายให้ครูผู้สอนออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะ มีคุณธรรมและจริยธรรม สามารถปรับตัวให้อยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสมตามบริบทที่ปรับเปลี่ยนไป ส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นพบความชอบและความถนัดของตนเองตามศักยภาพ เพื่อพัฒนาสู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยมีครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Faclitator) สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ ทำ ทำหน้าที่เป็นโค้ชและพี่เลี้ยง (Coach & Mentor) แสวงหาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย (Meaningful learning) ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ได้ มีความข้าใจในตนเองใช้สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่บ่งบอกถึงการมีสมรรถนะสำคัญในศตวรรษที่ 21 มิทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ตามวัย 1. Active Learning ส่งเสริมการมีอิสระทางด้านความคิดและการกระทำของผู้เรียนการมีวิจารณญาณ และการคิดสร้างสรรค์ ผู้เรียนจะมีโอกาส มีส่วนร่วมในการปฏิบัติจริงและมีการใช้วิจารณญาณในการคิดและตัดสินใจในการปฏิบัติกิจกรรมนั้น มุ่งสร้างให้ผู้เรียนเป็นผู้กำกับทิศทางการเรียนรู้ค้นหาสไตล์การเรียนรู้ของตนเอง สู่การเป็นผู้รู้คิด รู้ตัดสินใจด้วยตนเอง (Metaccognition) เพราะฉะนั้นActive Leaming จึงเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาความคิดขั้นสูง (Higher order thinking) ในการมีวิจารณญาณ การวิเคราะห์ การคิดแก้ปัญหา การประเมิน ตัดสินใจ และการสร้างสรรค์2. Active Leaning สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความร่วมมือในการปฏิบัติงานกลุ่มจะนำไปสู่ความสำเร็จในภาพรวม 3. Active Learning ทำให้ผู้เรียมทุนเทในการเรียน จูงใจในการเรียน และทำให้ผู้เรียนแสดงออกถึงความรู้ความสามารถ เมื่อผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมอย่างกระตือรือร้นในสภาพแวดล้อม ที่เอื้ออำนวย ผ่านการใช้กิจกรรมที่ครูจัดเตรียมไว้ให้อย่างหลากหลาย ผู้เรียนเลือกเรียนรู้กิจกรรมต่าง ๆ ตามความสนใจและความถนัดของตนเอง เกิดความรับผิดชอบและทุ่มเพเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ4. Active Learning ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาเชิงบวกทั้งตัวผู้เรียนและตัวครู เป็นการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ผู้เรียนจะมีโอกาสได้เลือกใช้ความถนัด ความสนใจ ความสามารถที่เป็นความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual Different) สอดรับกับนวคิดพหุปัญญา (Multiple Intelligence) เพื่อแสดงออกถึงตัวตนและศักยภาพของตัวเอง ส่วนครูผู้สอนต้องมีความตระหนัก
โรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมเป็นพื้นที่สำคัญจะได้นำร่องทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาของชาติ มีอิสระในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ อาทิ การที่โรงเรียนนำร่องจะมีอิสระในการเลือกซื้อสื่อหนังสือตำราตามกรอบหลักสูตรของพื้นที่ การปรับใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาได้ ไม่ติดตัวชี้วัด สร้างหลักเกณฑ์ประกันคุณภาพแนวใหม่ อาจไม่อิงการประเมินของ สมศ. นอกจากนี้ โรงเรียนนำร่องยังสามารถเลือกใช้นวัตกรรมได้อย่างอิสระเพื่อเพิ่มคุณภาพผู้เรียน การดำเนินการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในช่วงสามปีแรกอยู่ในระดับค่อนข้างดี ทุกจังหวัดผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำและควรดำเนินการต่อ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่ผ่านมุมมองจากผลงานการวิจัยของภาคีเครือข่ายที่ได้ดำเนินการก็สะท้อนภาพไปในทิศทางเดียวกันว่า พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาก่อให้เกิดสัญญาณทางบวกกับการพัฒนาผู้เรียนที่ทำให้ผู้เรียนมีทักษะต่างๆ ที่ดีขึ้น ได้แก่ การตั้งโจทย์ การคิดวิเคราะห์ การหาข้อมูล การแสดงออก การอ่านออกเขียนได้ และการนำเสนองาน นอกจากนี้ ผู้ปกครองและชุมชนก็มีความพึงพอใจที่ได้มีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการจัดการศึกษา โรงเรียนนำร่องกว่า 1,400 โรงเรียนมีการปรับการสอนมุ่งสู่ Active Learning และกว่า 193 โรงเรียนมีการปรับใช้หลักสูตรอิงสมรรถนะ
ดังนั้นเพื่อให้สถานศึกษามีระบบการป้องกันที่เข้มแข็งและยั่งยืน มีการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) ของครูด้านการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้เรียนตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยเครือข่ายความร่วมมือและกระบวนการชุมชนการเรียนรู้อาชีพ (PLC) จึงให้มีการผลิตสื่อนวัตกรรม ทางการศึกษา เพื่อสร้างสื่อการสอนด้วยตนเอง สำหรับโรงเรียนนำร่องเขตพื้นที่นวัตกรรมจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสร้างความ ตระหนักถึงปัญหาอันก่อให้เกิดการแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืนต่อไป
ผลลัพธ์ต่อนักเรียน1. นักเรียน ร้อยละ 100 ได้รับโอกาสและความสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพจากจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 2. นักเรียน ร้อยละ 100 มีการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น
ผลลัพธ์ต่อครู : 1. ครูและบุคลากรทางการศึกษา ร้อยละ 80 มีความสามารถ ด้านการวิจัย และพัฒนาการจัดการเรียนรึในวิชาที่รับผิดชอบ 2. ครูและบุคลากรทางการศึกษา ร้อยละ 100 เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรมด้วย V R IN TEM Model 3. ครูผู้สอน ร้อยละ 100 มี สื่อ นวัตกรรมการเรียนการสอน อย่างน้อย 1 ชิ้นในรายวิชาที่รับผิดชอบ
ผลลัพธ์ต่อโรงเรียน : โรงเรียนมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ผลลัพธ์ต่อชุมชน : -
ประเภทของนวัตกรรม : นวัตกรรมการบริหารจัดการ
[ดาวน์โหลดรูปเล่มนวัตกรรม]